เทคโนโลยี

OpenAI เปิดตัว ChatGPT Health ผู้ช่วยสายสุขภาพยุคใหม่ พร้อมลุยบริการเต็มรูปแบบในสหรัฐอเมริกา

ช่วยวิเคราะห์มื้ออาหารและคำถามสุขภาพได้ราบรื่นยิ่งขึ้น

เอาใจสายรักสุขภาพที่ชอบตั้งคำถามเรื่องการดูแลตัวเองกันแบบจัดเต็ม เมื่อทาง OpenAI ได้ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดอย่าง ChatGPT Health ให้ผู้ใช้งานที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปในสหรัฐอเมริกาได้ใช้งานกันแบบถั่วถึงทุกแพ็กเกจแล้ว การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญหลังจากที่เพิ่งมีประเด็นข่าวใหญ่เรื่องคดีความในรัฐฟลอริดา ซึ่งมีเคสฟ้องร้องเกี่ยวกับการให้คำแนะนำเรื่องการพบแพทย์จนกลายเป็นกระแสต้อนรับการเปิดตัวบริการใหม่ที่ถูกจับตามองอย่างมาก

ย้อนกลับไปช่วงเริ่มทดลองระบบตั้งแต่ช่วงต้นปี OpenAI ได้สร้างศูนย์รวมข้อมูลสุขภาพขึ้นมาเพื่อเปิดทางให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อข้อมูลส่วนตัวจากแอปพลิเคชันชั้นนำต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Apple Health, Function หรือ MyFitnessPal เข้าด้วยกันได้ ซึ่งในตอนนั้นมีสถิติการตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพพุ่งสูงถึง 230 ล้านครั้งต่อสัปดาห์ และในปัจจุบันยอดการใช้งานตรงนี้ก็ขยับพุ่งสูงขึ้นไปแตะระดับ 300 ล้านครั้งต่อสัปดาห์เป็นที่เรียบร้อย ยิ่งไปกว่านั้นระบบยังรองรับการเชื่อมต่อประวัติการรักษาจากระบบโรงพยาบาลชื่อดังอย่าง Epic และ Oracle Health ได้อีกด้วย

จากการสังเกตพฤติกรรมช่วงทดสอบระบบพบว่า กว่า 70% ของการถามคำถามเรื่องสุขภาพมักเกิดขึ้นนอกศูนย์รวมข้อมูลสุขภาพหลัก ทำให้ทางผู้พัฒนาตัดสินใจปรับรูปแบบให้ระบบสามารถดึงข้อมูลสุขภาพที่เชื่อมต่อไว้ มาช่วยประมวลผลคำแนะนำในห้องแชตทั่วไปได้ทันที ช่วยให้การสอบถามเรื่องโภชนาการ การเช็กส่วนผสมอาหาร หรืออาการแพ้ต่างๆ ทำได้อย่างเป็นธรรมชาติและตรงกับบริบทของแต่ละคนมากยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลากดสลับหน้าต่างไปมา

openai-chatgpt-health-release

ในด้านประสิทธิภาพของโมเดล AI ก็ได้รับการอัปเกรดให้มีความฉลาดและแม่นยำยิ่งขึ้น โดยโมเดลขนาดเล็กจากเวอร์ชันล่าสุดอย่าง GPT 5.6-Luna สามารถทำคะแนนการทดสอบด้านการตอบคำถามสุขภาพบน HealthBench ได้แซงหน้ารุ่นก่อนอย่าง GPT 5.5 อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งทาง OpenAI ได้ร่วมมือกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการปรับปรุงระบบอย่างต่อเนื่อง พร้อมยืนยันอย่างบริสุทธิ์ใจว่าจะไม่มีการนำข้อมูลสุขภาพส่วนตัวของผู้ใช้งานไปใช้ในการฝึกฝนโมเดล AI อย่างแน่นอน

แม้ว่าระบบจะเก่งขึ้นมาก แต่ทางบริษัทก็ยังคงเน้นย้ำเงื่อนไขการใช้งานอย่างชัดเจนว่า บริการนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อการวินิจฉัยหรือรักษาโรคใดๆ โดยตรง ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่ถูกนำมาใช้ตอบโต้ประเด็นคดีความที่เป็นข่าว พร้อมกันนี้ยังได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อดังอย่าง The New York Times ว่ากำลังเร่งพัฒนาระบบความปลอดภัยของการตอบคำถามทางการแพทย์อย่างเข้มงวด เพื่อให้ผู้ใช้งานนำข้อมูลไปตรวจสอบต่อและตัดสินใจร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจริงเท่านั้น

แม้ผลวิจัยหลายแห่งจะระบุว่า AI ยังไม่ใช่อุปกรณ์ที่พึ่งพาได้ 100% สำหรับคำแนะนำทางการแพทย์ แต่ก็ไม่ได้หยุดยั้งความร้อนแรงของตลาดนี้ เพราะค่ายยักษ์ใหญ่ต่างก็เร่งพัฒนาฟีเจอร์ด้านนี้กันอย่างเต็มที่ สำหรับฟีเจอร์ ChatGPT Health กำลังเริ่มทยอยเปิดให้ผู้ใช้งานในสหรัฐอเมริกาที่ล็อกอินเข้าสู่ระบบ ไม่ว่าจะเป็นแพ็กเกจฟรี, Go, Plus หรือ Pro ได้สัมผัสความสะดวกสบายกันแล้ว ทั้งบนเว็บไซต์และระบบ iOS

ที่มา
OpenAI

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button