
สำหรับเกม DOOM จาก id Software นั้นเป็นวิดีโอเกมในตำนานที่แม้จะวางจำหน่ายมาตั้งแต่ปี 1993 แต่ด้วยเกมเพลย์เดินหน้ายิงปีศาจสุดระห่ำในมุมมองบุคคลที่หนึ่งแบบ 3D อันเป็นเอกลักษณ์ เกมนี้จึงถูกพูดถึงอยู่เรื่อยๆ มาจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะการตั้งคำถามที่ว่าเจ้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ มันเล่น DOOM ได้หรือเปล่า (ซึ่งทำได้ตั้งแต่บุหรี่ไฟฟ้า กล้อง DSLR ยันไฟล์ PDF)
ล่าสุดทาง The Washington Post บริษัทสื่อเจ้าดังที่ผลิตหนังสือพิมพ์อยู่คู่สหรัฐอเมริกามาตั้งแต่ปี 1877 ได้ทำการฉลองครบรอบ 250 ปีสหรัฐอเมริกาด้วยการรวบรวม 25 ผลงานอันทรงอิทธิพลที่สุดต่อวัฒนธรรมอเมริกันตั้งแต่ก่อตั้งประเทศมาจนถึงปัจจุบัน โดยมีตั้งแต่การค้นพบฟอสซิลช้าง Mastodon, หนังสือ Moby-Dick, ยีน Levi, ตัวละคร Mickey Mouse, ภาพถ่าย Earthrise จากยาน Apollo 8, เพลง Thriller ของ Michael Jackson
และในช่วงปี 1986-1995 นั้นเป็นยุคของเกม DOOM โดยทาง The Washington Post เขียนอธิบายไว้ดังนี้
DOOM, 1993, Id Software
Robert Johnson ทำข้อตกลงกับปีศาจ ขณะที่ DOOM ชวนให้ผู้เล่นก้าวเข้าสู่นรกและกำจัดเหล่าปีศาจด้วยอาวุธปืน
ในเดือนธันวาคม ปี 1993 บริษัท Id Software เปิดให้ผู้เล่นดาวน์โหลดบางส่วนของวิดีโอเกมใหม่ของตนได้ฟรีผ่านอินเทอร์เน็ต ส่งผลให้เครือข่ายของมหาวิทยาลัยหลายแห่งรับภาระการใช้งานอย่างหนัก ขณะที่กระดานสนทนาออนไลน์เต็มไปด้วยกระแสที่พูดถึงเกมดังกล่าว จนท้ายที่สุด DOOM ก็ถูกติดตั้งบนคอมพิวเตอร์มากกว่าระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows 95 เสียอีกในช่วงเวลานั้น
DOOM ถือเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของวงการความบันเทิงดิจิทัลด้วยการนำเสนอโลกสามมิติในมุมมองบุคคลที่หนึ่ง เป็นเกมที่เผยแพร่ด้วยตนเองโดยไม่ต้องพึ่งผู้จัดจำหน่ายหรือร้านค้าปลีกใดๆ อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในผลงานที่จุดประกายแนวคิดเนื้อหาที่สร้างโดยผู้เล่นก่อนที่คำนี้จะกลายเป็นที่รู้จักเสียอีก โดยโปรแกรมเมอร์ John Carmack ยังมอบเครื่องมือให้ผู้เล่นสามารถสร้างมุมของนรกในแบบของตัวเองได้อีกต่างหาก
Tim Sweeney ผู้สร้าง Unreal Engine ซึ่งปัจจุบันเป็นเอนจินที่ถูกนำไปใช้งานตั้งแต่การสร้างภาพยนตร์ การออกแบบรถยนต์ไปจนถึงเกมอย่าง Fortnite กล่าวว่า DOOM คือเกมที่ “นิยามสื่อรูปแบบใหม่ของคนรุ่นเรา ความก้าวหน้าทั้งด้านความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยีมันมากมายเสียจนทำให้ผู้คนต่างตื่นตะลึง”
ปี 1996 นาวิกโยธินสหรัฐฯ ได้นำ DOOM II มาใช้ฝึกกำลังพลในด้านการสนับสนุนการรบและการบริหารการใช้กระสุนอย่างมีวินัย อย่างไรก็ตาม เกมดังกล่าวยังตกเป็นแพะรับบาปหลังเหตุกราดยิงที่โรงเรียนมัธยม Columbine เมื่อปี 1999 ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของฝันร้ายเกี่ยวกับเหตุกราดยิงที่สหรัฐอเมริกายังคงเผชิญมาจนถึงปัจจุบัน แม้ผู้ก่อเหตุจะชื่นชอบ DOOM เป็นอย่างมาก แต่สิ่งที่คร่าชีวิตผู้คนคือคนที่ถืออาวุธปืนไม่ใช่ตัวเกม ในเวลานั้น สังคมอเมริกันที่กำลังโศกเศร้าต่างหวาดกลัวสื่อบันเทิงรูปแบบใหม่ที่ตนเองยังไม่เข้าใจ จนนำไปสู่การจัดการไต่สวนเกี่ยวกับวิดีโอเกมและดนตรี ซึ่งกลายมาเป็นต้นแบบของการถกเถียงในลักษณะเดียวกันที่เกิดขึ้นแทบทุกครั้งหลังเหตุกราดยิงครั้งใหญ่
ถึงกระนั้น จิตวิญญาณแห่งการแบ่งปันและการสร้างชุมชนของ DOOM รวมถึงแนวทางบุกเบิกในการออกแบบฉากที่ช่วยนำทางผู้เล่นผ่านสภาพแวดล้อมสามมิติมีรากฐานมาจากการเติบโตของ John Romero ผู้ออกแบบเกม ซึ่งมีเชื้อสายชนพื้นเมืองอเมริกัน (เผ่า Yaqui และ Cherokee) รวมถึงเชื้อสายเม็กซิกัน “การออกแบบของ DOOM โดยเฉพาะการออกแบบด่านได้รับอิทธิพลอย่างมากมาจากความเข้าใจเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมและโลกที่เราอาศัยอยู่ ซึ่งผมได้รับมาจากคุณพ่อ คุณย่าและทุกคนในครอบครัว นั่นเป็นมรดกที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนจากผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่กับผืนดิน และเชื่อว่าผืนดินนั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนมีร่วมกัน”
ในปีนี้ หอสมุดรัฐสภาสหรัฐฯ (Library of Congress) ได้บรรจุเพลงประกอบของ DOOM เข้าสู่ National Recording Registry ซึ่งปัจจุบันอยู่เคียงข้างผลงานของ Robert Johnson นับเป็นหลักฐานว่าสหรัฐอเมริกาสามารถปรับความเข้าใจกับปีศาจได้ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังมีเป้าหมายรายต่อไปให้สังคมเลือกกล่าวโทษอยู่ดีนั่นแหละ
หมายเหตุ: Robert Johnson มีความเกี่ยวข้องกับปีศาจเพราะเรื่องเล่าลือที่ว่า สมัยที่ยังไม่ดัง วันหนึ่งเขาได้หายตัวไปอย่างลึกลับก่อนจะกลับมาด้วยความสามารถทางในการเล่นกีตาร์ที่ดีขึ้นผิดหูผิดตา ด้วยเหตุนี้ผู้คนเลยลือกันว่าชายคนนี้ไปทำสัญญาขายวิญญาณให้ปีศาจเพื่อแลกกับพรสวรรค์นั่นเอง
ถือเป็นเกมแห่งยุคนั้นจริงๆ สำหรับ DOOM ผู้ที่สนใจอยากรำลึกความหลัง ทาง id Software ก็มีวางจำหน่ายด้วยเหมือนกันบน PC, PlayStation 4/5, Xbox One, Xbox Series X/S และ Nintendo Switch
ผู้อ่านท่านใดต้องการติดตามข่าวเกมพีซีและคอนโซลทั้งหมดของ This Is Game Thailand ก็สามารถตามมาอ่านได้ที่นี่เลย! → ข่าวเกมคอนโซล / พีซี







