10 เกมฟอร์มยักษ์/อินดี้ตัวท็อปที่น่าติดตามในช่วงนี้
ใครชอบหาเกมใหม่ ๆ เล่น เตรียมตัวรอได้เลย เกมเหล่านี้ ดี ๆ ทั้งนั้น

สวัสดีครับเพื่อน ๆ ชาวเกมเมอร์ทุกท่าน ช่วงกลางปี 2026 แบบนี้บอกเลยว่าวงการเกมบ้านเรากลับมาคึกคักจนกระเป๋าตังค์สั่นกันอีกรอบแล้วครับ เพราะหลังจากผ่านพ้นมหกรรมเปิดตัวเกมครั้งใหญ่ในช่วงที่ผ่านมา หลายค่ายยักษ์ใหญ่และสตูดิโออินดี้ต่างก็พากันปล่อยทีเซอร์และข้อมูลเด็ด ๆ ของเกมฟอร์มยักษ์ที่กำลังจะวางจำหน่ายออกมาให้เราได้ตื่นเต้นกันเพียบ สำหรับใครที่กำลังมองหาเกมใหม่ ๆ หรืออยากรู้ว่าในช่วงนี้มีเกมไหนที่ต้องปักหมุดรอเคลียร์ฮาร์ดดิสก์เอาไว้บ้าง วันนี้ผมได้รวบรวม 10 เกมตัวท็อปที่น่าติดตามที่สุดในชั่วโมงนี้มาฝากทุกคนกันแล้ว แนะนำว่าเตรียมตัวเตรียมใจกันไว้ให้ดี เพราะเกมเหล่านี้ดี ๆ ทั้งนั้นครับ
1. God of War: Laufey

เริ่มต้นกันด้วยโปรเจกต์เซอร์ไพรส์ที่ทำเอาแฟน ๆ กรีดร้องก้องโลกกับการกลับมาของมหากาพย์มหาเทพ แต่คราวนี้ตัวเกมจะพาเราย้อนกลับไปติดตามเรื่องราวของ “เฟย์” หรือ Laufey ยอดนักรบหญิงและภรรยาสุดที่รักของเครโทส โดยเราจะได้ออกตะลุยดินแดนหลังความตาย ตัวเกมจะเน้นระบบการต่อสู้กลางอากาศที่พริ้วไหวและดุดันสะใจ พร้อมลูกเล่นใหม่อย่างพลังตบวิญญาณหลุดจากร่าง หรือที่เรียกว่า Soul-Palm ผสมผสานกับงานภาพอันทรงพลังตามสไตล์ของซีรีส์นี้ได้อย่างยอดเยี่ยม ใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของครอบครัวคนดีย์บอกเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาดครับ
วันวางจำหน่าย: อยู่ในระหว่างการพัฒนา (ลงเฉพาะ PS5)
2. Resident Evil Veronica

สิ้นสุดการรอคอยกว่าสองทศวรรษเมื่อ Capcom ประกาศชุบชีวิตตํานานความสยองขวัญภาคคลาสสิกขึ้นมาใหม่อีกครั้ง โดยตัวเกมจะถูกสร้างขึ้นใหม่ตั้งแต่ฐานรากด้วยขุมพลัง RE Engine แฟน ๆ จะได้กลับไปสัมผัสประสบการณ์การเอาชีวิตรอดสุดกดดันของ แคลร์ เรดฟิลด์ ในคุกปิดตายกลางเกาะร้างที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความสยองขวัญแบบโกธิค ตัวเกมยกระดับทั้งงานภาพ ปรับปรุงมุมมอง และปริศนาให้มีความสมจริงและท้าทายมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอนครับ
วันวางจำหน่าย: มีกำหนดการภายในปี 2027 (PS5, Xbox Series X|S, PC, Switch 2)
3. Stellar Blade: BLOOD RAIN

สานต่อความปังของสาวอีฟด้วยภาคแยกแบบ Standalone จากทีมพัฒนา Shift Up ที่คราวนี้ฉีกแนวพาทุกคนดิ่งลึกสู่เมืองไซเบอร์พังก์สุดดาร์ก แถมยังสร้างเสียงฮือฮาด้วยการเปลี่ยนตัวเอกมาเป็น “Evie” สาวผมสั้นสุดเท่จากหน่วยรบพิเศษ พร้อมระบบต่อสู้ช่วงต้นเกมที่ปรับมาเป็นสายหมัดมวย เน้นการเคาน์เตอร์และเข้าปะทะระยะประชิดอย่างดุเดือดและสะใจกว่าเดิม ที่สำคัญภาคนี้ทีมงานพร้อมพอร์ตลงทั้งคอนโซลและพีซีตั้งแต่วันแรกเลยครับ
วันวางจำหน่าย: อยู่ในระหว่างการพัฒนา (PS5, PC)
4. Final Fantasy Resonance

เอาใจคอเกมสายคลาสสิกกันบ้างกับผลงานใหม่จาก Square Enix ที่มาในรูปแบบภาพพิกเซลอาร์ต HD-2D ย้อนยุคสุดอลังการ โดยตัวเกมดัดแปลงเนื้อเรื่องมาจากบทแรกของเกมมือถือชื่อดังอย่าง Brave Exvius เราจะได้บังคับอัศวินหนุ่ม “Rain” ออกผจญภัยปกป้องโลก ชูจุดเด่นด้วยระบบ “Visions” ที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นสามารถอัญเชิญเงาสะท้อนของตัวละครระดับตำนานในจักรวาลไฟนอลแฟนตาซีมาร่วมทำคอมโบต่อสู้ได้อย่างอิสระครับ
วันวางจำหน่าย: 22 ตุลาคม 2026 (ลงครบทุกแพลตฟอร์ม)
5. Final Fantasy VII Revelation

มาต่อกันที่ภาคปิดตำนานไตรภาค Remake ที่ทุกคนรอคอย ซึ่งเนื้อเรื่องในภาคนี้จะดำเนินต่อจาก Rebirth ทันที เมื่อกลุ่มของคลาวด์ต้องออกเดินทางเพื่อหยุดยั้งหายนะจากเมเทโอของเซฟิรอธ ความเจ๋งคือภาคนี้จะเปิดโลกกว้างแบบ Open-World อย่างแท้จริงผ่านการบินด้วยยาน Highwind พร้อมทั้งเพิ่มระบบ FITS ที่ยอมให้ตัวละครในปาร์ตี้ดึงความสามารถของ Job คลาสสิกมาปรับใช้ในการต่อสู้ ถือเป็นมหากาพย์บทสรุปที่ยิ่งใหญ่แน่นอนครับ
วันวางจำหน่าย: ช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2027
6. ILL

ข้ามฝั่งมาที่เกมอินดี้สยองขวัญแนวดับเบิ้ลเอที่สร้างกระแสฮือฮาจากคลิปเดโมมาอย่างยาวนาน ตัวเกมขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง Unreal Engine 5 นำเสนอความสยองขวัญสไตล์ Body Horror ที่เน้นความสมจริงของบาดแผล เนื้อหนังที่ฉีกขาด และบรรยากาศความกดดันแบบสุดขีด ผู้เล่นจะต้องเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์สุดวิปริตในมุมมองบุคคลที่หนึ่ง พร้อมระบบการยิงปืนที่สมจริงและสมบุกสมบัน สายหลอนดิบเถื่อนต้องปักหมุดไว้เลยครับ
วันวางจำหน่าย: มีกำหนดการภายในปี 2026 (PC, คอนโซล)
7. Until Dawn 2

เกมสยองขวัญเลือกเส้นทางในตำนานกลับมาอีกครั้งในรูปแบบภาคต่อ โดยฝีมือการพัฒนาของสตูดิโอ Firesprite ตัวเกมจะพาทุกคนไปพบกับกลุ่มตัวละครใหม่และสถานที่แห่งใหม่ทั้งหมด แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ความตื่นเต้นของระบบ Butterfly Effect ที่การตัดสินใจในเสี้ยววินาทีจะกำหนดชะตากรรมความเป็นความตายของตัวละคร งานภาพถูกยกระดับให้สวยงามและน่ากลัวสมจริงขึ้นกว่าเดิมมากครับ
วันวางจำหน่าย: มีกำหนดการภายในปี 2027 (PS5, PC)
8. Phantom Blade Zero

นี่คือเกม Action RPG สไตล์จอมยุทธความเร็วสูงที่น่าจับตามองที่สุดเกมหนึ่งในยุคนี้ ตัวเกมชูจุดเด่นเรื่องท่วงท่าการฟันดาบและการรุกรับที่รวดเร็วฉับไวสะใจสายฮาร์ดคอร์ ผสมผสานศิลปะการต่อสู้แบบจีนโบราณเข้ากับความลึกลับของศาสตร์มืดอันดาร์กดิบ ผู้เล่นจะได้รัวคอมโบและเคาน์เตอร์การโจมตีของศัตรูอย่างลื่นไหล ราวกับกำลังรับชมภาพยนตร์กำลังภายในฟอร์มยักษ์ระดับฮอลลีวูดเลยทีเดียวครับ
วันวางจำหน่าย: ปลายปี 2026 (มีกำหนดเปิดทดสอบช่วงเดือนกันยายนนี้)
9. ACE COMBAT 8: WINGS OF THEVE

เหินฟ้าสู่สมรภูมิรบทางอากาศยุคใหม่กับภาคต่อของเกมขับเครื่องบินรบระดับตำนานจาก Bandai Namco ที่คราวนี้กลับมาพร้อมกราฟิกที่สมจริงราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในห้องนักบินจริง ๆ ตัวเกมยังคงเน้นการต่อสู้กลางเวหาที่ดุเดือดและตื่นตาตื่นใจ พร้อมเนื้อเรื่องแนวไซไฟการเมืองทหารที่เข้มข้นลึกซึ้งอันเป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์ ใครที่ชอบความเร็วและการทะยานข้ามก้อนเมฆท้าทายมฤตยูเตรียมล้างท่อรอกันได้เลยครับ
วันวางจำหน่าย: อยู่ในระหว่างการพัฒนา (คาดว่าเปิดตัวปลายปี 2026)
10. Grand Theft Auto VI

ปิดท้ายด้วยอภิมหาเกมฟอร์มยักษ์ที่คนทั้งโลกตั้งตารอคอยมากที่สุดในทศวรรษนี้ ตัวเกมจะพาเรากลับสู่ดงแสงสีเสียงของเมือง Vice City ยุคปัจจุบัน นำเสนอโลก Open-World ที่มีความละเอียดสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา พร้อมเนื้อเรื่องดราม่าอาชญากรรมผ่านมุมมองของสองตัวละครเอกชายหญิง ระบบเกมเพลย์และรายละเอียดของเมืองถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นจนเรียกได้ว่าเป็นเกมที่จะเปลี่ยนมาตรฐานของวงการเกมไปตลอดกาลครับ
วันวางจำหน่าย: มีกำหนดการในช่วงปลายปี 2026 (PS5, Xbox Series X|S)
และทั้งหมดนี้ก็คือ 10 เกมฟอร์มยักษ์และเกมอินดี้ตัวท็อปที่น่าติดตามที่สุดในช่วงนี้ครับ เห็นรายชื่อแล้วบอกได้คำเดียวเลยว่าเตรียมตัวกระเป๋าฉีกและเคลียร์พื้นที่ฮาร์ดดิสก์รอกันไว้ได้เลย เพราะแต่ละเกมจัดเต็มทั้งกราฟิก ระบบการเล่น และเนื้อเรื่องที่น่าสนใจแบบไม่มีใครยอมใคร แล้วเพื่อน ๆ ชาว This is Game ล่ะครับ กำลังปักหมุดรอคอยเกมไหนกันอยู่บ้าง ลองคอมเมนต์มาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้เลยนะครับ สำหรับวันนี้ผมต้องขอตัวลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่บทความหน้า สวัสดีครับ





