ยอดดาวน์โหลด DuckDuckGo พุ่งพรวด 30% หลังคนเริ่มเบื่อระบบค้นหาพ่วง AI ของ Google
ทางเลือกใหม่สำหรับสายคลีน

หลังจากที่ Google ได้ทำการปรับโฉมระบบค้นหาครั้งใหญ่จนทำเอาผู้ใช้งานหลายคนถึงกับบ่นอุบ เพราะแทนที่จะได้เห็นลิงก์เว็บไซต์แบบเดิมกลับต้องมาเจอระบบ AI Overviews คอยตอบคำถามให้เสร็จสรรพ แถมยังมีระบบ AI Mode ที่ชวนให้สนทนาต่อได้อีกต่างหาก ความอึดอัดใจนี้ส่งผลให้ผู้คนเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์มากกว่า จนมีคนแอบได้ยินผู้ใช้งานบางรายถึงกับประกาศเปลี่ยนไปใช้เบราว์เซอร์อื่นทันทีเพราะต้องการกดปิดระบบ AI ที่ดูจะจัดการชีวิตมากเกินไปในเวลานี้
ความไม่พอใจของเคสนี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องขำๆ เพราะทางด้าน Gabriel Weinberg ซีอีโอของ DuckDuckGo ได้ออกมาตอกย้ำกระแสนี้อย่างรุนแรงว่า Google กำลังบังคับป้อนระบบ AI ให้กับผู้ใช้งานโดยไม่มีช่องทางให้เลือกปฏิเสธเลย ส่งผลให้ผลลัพธ์การค้นหาแย่ลงกว่าเดิม แทนที่จะดีขึ้น ซึ่งจุดยืนของ DuckDuckGo คือการเป็นพื้นที่ที่ให้อำนาจกับผู้ใช้งานในการตัดสินใจเองว่าจะเลือกใช้ AI มากน้อยแค่ไหน ทำให้แพลตฟอร์มที่เน้นเรื่องความเป็นส่วนตัวและเคยมีส่วนแบ่งในตลาดค้นหาของสหรัฐอเมริกาเพียงราว 2% เริ่มได้รับอานิสงส์จากกลุ่มคนที่พยายามวิ่งหนีจากเทคโนโลยีอัจฉริยะนี้
ตัวเลขสถิติล่าสุดชี้ชัดว่ายอดติดตั้งแอปพลิเคชัน DuckDuckGo ในสหรัฐอเมริกาพุ่งสูงขึ้นเฉลี่ยถึง 18.1% เมื่อเทียบแบบสัปดาห์ต่อสัปดาห์ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม และทะยานไปแตะระดับสูงสุดถึง 30.5% ในวันที่ 25 พฤษภาคม ยิ่งถ้าไปดูในฝั่งระบบปฏิบัติการ iOS จะพบว่ายอดดาวน์โหลดเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 33% และเคยพุ่งไปสูงสุดที่ 69.9% เลยทีเดียว นอกจากนี้ หน้าเว็บค้นหาแบบปลอดระบบ AI อย่าง noai.duckduckgo.com ก็มียอดผู้เข้าชมเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 22.7% ซึ่งสถิติเหล่านี้ได้รับการยืนยันจากบริษัทวิเคราะห์แอปพลิเคชันชั้นนำอย่าง Apptopia ที่พบว่ายอดดาวน์โหลดรายวันในสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้น 29% และทั่วโลกเพิ่มขึ้น 12% เช่นกัน

แม้ว่า DuckDuckGo จะมีบริการด้าน AI ของตัวเองภายใต้ชื่อ Duck.ai ซึ่งเปิดให้ใช้งานได้ฟรีและเข้าถึงโมเดลล้ำๆ อย่าง Claude 4.5 Haiku ของ Anthropic หรือ GPT-5 mini ของ OpenAI ได้อย่างสะดวกสบาย แต่ความเจ๋งคือระบบนี้จะลบข้อมูลที่อยู่อินเทอร์เน็ตของผู้ใช้งานทิ้งก่อนส่งไปประมวลผล และจะลบประวัติการคุยทั้งหมดภายใน 30 วัน เพื่อไม่ให้ถูกนำไปใช้ฝึกฝนโมเดลต่อ ซึ่งถือเป็นการเคารพความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานอย่างแท้จริง
ทางด้าน Kamyl Bazbaz หัวหน้าฝ่ายสื่อสารและนโยบายของ DuckDuckGo ได้ระบุเพิ่มเติมว่า ฟีเจอร์ Search Assist และตัวกรองภาพที่สร้างจาก AI ถือเป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะลึกๆ แล้วผู้บริโภคเพียงแค่ต้องการสิทธิ์ในการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ฝั่ง Google ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยโฆษกได้อ้างอิงข้อมูลของ Elizabeth Reid รองประธานฝ่ายระบบค้นหาที่ระบุว่าระบบ AI Mode ของพวกเขาก็มีผู้ใช้งานต่อเดือนทะลุหนึ่งพันล้านคนไปแล้ว และยอดการค้นหาก็เติบโตเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวในทุกไตรมาสตั้งแต่เปิดตัวมา
ศึกครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่แสดงให้เห็นว่า การยัดเยียดนวัตกรรมใหม่ๆ โดยไม่ถามความสมัครใจอาจทำให้ผู้ใช้งานเกิดอาการต่อต้านได้ง่ายๆ ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร การที่ DuckDuckGo เติบโตขึ้นมาในช่วงนี้ก็นับเป็นสัญญาณเตือนให้ยักษ์ใหญ่ในวงการต้องหันกลับมาฟังเสียงของผู้บริโภคให้มากขึ้น หากใครที่กำลังมองหาประสบการณ์ท่องเว็บแบบคลีนๆ และปลอดภัย การขยับขยายย้ายค่ายในรอบนี้ก็ดูจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับชีวิตดิจิทัลในยุคปัจจุบัน






