
หลังจากที่เกม Link! Like! Love Live! ประกาศเตรียมยุติให้บริการ (End of Service) ในวันที่ 20 มิถุนายนนี้หลังให้บริการมา 3 ปีเนื่องจากสถานการณ์ทางการเงินของผู้พัฒนา Odd No. ที่ไม่สู้ดีนัก
หลังจากนั้น Shunsaku Yano ผู้กำกับสถานการณ์เนื้อเรื่องเกม (Scenario Director) ได้ออกมาโพสต์ลงใน X ของตัวเองเพื่อขอโทษผู้เล่นถึงการประกาศนี้ทั้งที่เพิ่งแจ้งแผนการพัฒนาของเดือนเมษายนออกไปเสียด้วยซ้ำ โดยเขาเผยว่าทีมเพิ่งทราบเรื่องการยุติให้บริการเพียงไม่กี่วันก่อนหน้าและยังคงทำใจยอมรับได้ยาก มีบางเนื้อเรื่องที่เขาเขียนไว้แล้วแต่คงไม่ได้เผยแพร่ และเขาเองก็หวังว่าในอนาคตจะมีโอกาสนำมันออกมาให้ทุกคนได้เห็นกัน สุดท้ายนี้เขาขอแสดงความขอบคุณเหล่าผู้เล่นสำหรับการสนับสนุนตลอดหลายปีที่ผ่านมา
発表されましたとおり、Link! Like! ラブライブ!のサービス終了が決定されました。
— 矢野俊策(公開用) (@Syano_open) April 6, 2026
先日4月以降の展開を告知したばかりで、混乱させてしまっていることをお詫びいたします。
我々シナリオチームも数日前に通達があり、飲み込みきれてはおりません。ただただ残念です。… https://t.co/QCqYAeMp2F
ขณะเดียวกัน นักพัฒนาเกมชาวญี่ปุ่นบนแพลตฟอร์ม X ต่างก็ออกมาแบ่งปันเกี่ยวกับมุมมองจากอีกฝั่งหนึ่งของเกมแนว Live Service เพราะมันไม่ได้เป็นเพียงข่าวร้ายของผู้เล่นเพียงอย่างเดียว นักพัฒนาเองก็เช่นกัน โดยหลายเสียงเห็นตรงกันว่า ทีมพัฒนาเกมมักได้รับแจ้งข่าวการปิดให้บริการช้ากว่าที่ผู้เล่นคาดคิด เหมือนอย่างที่ Shunsaku Yano ว่ามาเลย
นักออกแบบเกมชาวญี่ปุ่น Nozomu Ichikawa ได้โพสต์ลงใน X ของตัวเองว่า ‘ว่ากันตามตรงแล้ว นักพัฒนาเกมมือถือและทีมบริหารเองก็มักจะได้รับแจ้งเรื่องการยุติบริการเกมแบบกระชั้นชิดด้วยเช่นกัน ดังนั้นอย่าไปโทษพวกเขาเลย’ ทำนองว่าแทบจะรู้พร้อมผู้เล่นเลยก็ว่าได้ ซึ่งโพสต์ดังกล่าวนำไปสู่การแชร์ประสบการณ์ในลักษณะเดียวกันจากคนในวงการจำนวนมาก
Nekodora Soft นักพัฒนาที่เคยทำงานเป็นนักเขียนโปรแกรมในบริษัทเกมนานถึง 17 ปีเล่าว่า ‘เรื่องนี้เป็นความจริง ตอนนั้นเรายังทำงานพัฒนาเกมตามปกติ ยังเตรียมเนื้อหาล่วงหน้าหลายเดือนอยู่เลย ก่อนจะถูกเรียกเข้าห้องประชุมแล้วก็ได้รับแจ้งข่าวนั้นเฉย’
เจ้าของบัญชี X ชื่อ @suzuiro บอกเล่าประสบการณ์ของตัวเอง ‘ผมคงไม่มีวันลืมความรู้สึกตอนนั้น หลังจากเพิ่งอัดเสียงนักพากย์สำหรับกิจกรรมครบรอบปีที่ 1 และ 2 เสร็จ อยู่ๆ ผู้กำกับเสียงก็มาบอกว่าบริษัทตัดสินใจจะปิดให้บริการเกมนี้ ผมได้แต่คิดว่า ล้อกันเล่นป่ะเนี่ย?’
ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในวงการเกมมือถือเท่านั้น โดย Itchie Tatsumi อดีตนักเขียนโปรแกรมและผู้กำกับที่เคยทำงานกับบริษัทพัฒนาเกมบอกว่า ‘การยกเลิกโปรเจ็กต์เกมคอนโซลก็มักจะแจ้งแบบกระชั้นชิดเหมือนกัน รวมถึงกรณีควบรวมกิจการด้วย’
สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งตอกย้ำว่า การปิดเกมแบบปุบปับไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงแค่ผู้เล่นเท่านั้น แต่ทีมพัฒนาที่อยู่เบื้องหลังด้วยเช่นกัน ราวกับเป็นเหรียญสองด้านที่สูญสิ้นมูลค่าไปหลังเกมๆ หนึ่งปิดให้บริการ
ผู้อ่านท่านใดต้องการติดตามข่าวเกมพีซีและคอนโซลทั้งหมดของ This Is Game Thailand ก็สามารถตามมาอ่านได้ที่นี่เลย! → ข่าวเกมคอนโซล / พีซี







