ข่าว

นักแปลเกม Kingdom Come: Deliverance 2 แฉโดนไล่ออก

นักแปลเกม Kingdom Come: Deliverance 2 แฉโดนไล่ออก เซ่นนโยบายใช้ AI แปลภาษาแทนคนทั้งหมด

Max Hejtmánek บรรณาธิการภาษาอังกฤษและไดเรกเตอร์ดูแลงานเสียงพากย์ของเกมดังอย่าง Kingdom Come: Deliverance 2 ออกมาเปิดเผยว่าเขาถูกปลดจากตำแหน่งที่ Warhorse Studios อย่างกะทันหัน โดยทางสตูดิโอให้เหตุผลสั้นๆ ว่าต้องการเพิ่มประสิทธิภาพและประหยัดค่าใช้จ่ายด้วยการเปลี่ยนไปใช้ AI ในการแปลภาษาทั้งหมดนับจากนี้เป็นต้นไป ข่าวนี้สร้างความตกใจให้กับแฟนเกมทั่วโลกที่กำลังรอคอยผลงานคุณภาพจากสตูดิโอสัญชาติเช็กแห่งนี้

Max Hejtmánek ระบุว่าเขาถูกเรียกเข้าห้องประชุมเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2026 โดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า และได้รับแจ้งว่าตำแหน่งของเขากลายเป็นส่วนเกินไปเสียแล้ว เขาเล่าด้วยความผิดหวังว่าแม้ที่ผ่านมาจะมีการพูดคุยเรื่องการนำ AI มาใช้และเขาได้คัดค้านมาโดยตลอด แต่ไม่เคยคิดเลยว่ามันจะรุนแรงถึงขั้นทำให้เขาต้องตกงาน ทั้งที่ทำงานกับบริษัทมาเกือบ 4 ปีและทุ่มเทให้กับโปรเจกต์เกมที่เพิ่งได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Game of the Year ปี 2025 มาหมาดๆ

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ดูเหมือนจะสอดคล้องกับทัศนคติของ Daniel Vávra ผู้ร่วมก่อตั้ง Warhorse Studios ที่เคยแสดงตัวชัดเจนว่าสนับสนุนเทคโนโลยี Generative AI อย่างเต็มที่ โดยเขาเคยโพสต์ผ่าน X ถึงเทคโนโลยีอย่าง Nvidia DLSS 5 ว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็กๆ เท่านั้น และไม่มีทางที่พวกกลุ่มคนแอนตี้จะหยุดยั้งกระแสนี้ได้ การตัดสินใจครั้งนี้จึงถือเป็นการตอกย้ำทิศทางของบริษัทที่มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีแทนแรงงานคนอย่างเป็นรูปธรรม

[OTHER] Fired from Warhorse Studios and replaced with AI
by u/ThousandDemons in kingdomcome

ปัจจุบัน Max Hejtmánek ได้อัปเดตข้อมูลใน LinkedIn ของเขาว่าสิ้นสุดการทำงานกับสตูดิโอแล้ว และเขาให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่ายังมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดการด้านภาษา (Localizer) หลงเหลืออยู่ในบริษัทเพียงรายเดียวเท่านั้น ซึ่งสถานการณ์นี้สร้างความกังวลให้กับแฟนคลับใน Reddit เป็นอย่างมาก หลายคนมองว่าการใช้ AI แปลภาษาในเกม RPG ที่มีเนื้อหาลึกซึ้งและมีบริบททางประวัติศาสตร์เข้มข้น อาจทำให้เสน่ห์ของเกมหายไปและนำไปสู่ความล้มเหลวในอนาคต

ทางด้านอดีตนักแปลคนเก่งยืนยันว่าเขาจะไม่ละเมิดสัญญาไม่เปิดเผยข้อมูล (NDA) และไม่ได้ต้องการเรียกร้องงานคืนหรือดำเนินการทางกฎหมายใดๆ แต่เขาจะไม่เงียบเกี่ยวกับประสบการณ์ที่ได้รับ เพราะเขารู้สึกเหมือนถูกทรยศจากฝ่ายบริหารที่เขาเคยไว้ใจ โดยเขามองว่างานแปลที่ทำด้วยมนุษย์นั้นมีมูลค่ามากกว่าแค่การประหยัดเงินเพียงไม่กี่ดอลลาร์ หรือประมาณไม่กี่ร้อยบาทต่อชั่วโมง เมื่อเทียบกับคุณภาพงานที่จะออกสู่สายตาผู้เล่นทั่วโลก

ข่าวนี้สะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์การจ้างงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีปี 2026 ที่ AI เริ่มเข้ามาแทนที่สายงานสร้างสรรค์อย่างจริงจัง จนเกิดคำถามตามมาว่าความละเอียดอ่อนของภาษาและอารมณ์ในเกมจะยังคงเดิมหรือไม่ หากถูกแทนที่ด้วยรหัสโปรแกรมทั้งหมด สำหรับคอเกมที่รอเล่นภาคต่อนี้ คงต้องรอดูกันว่างานแปลเวอร์ชัน AI จะออกมาลื่นไหลเหมือนที่มนุษย์ทำไว้หรือไม่ หรือจะเป็นเพียงการลดต้นทุนที่แลกมาด้วยเสียงวิจารณ์ในภายหลัง

ที่มา
Kotaku

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button