ข่าว

วิจัยชี้! คนเล่นเกมเก่ง อาจขับรถเก่งด้วย

เพราะใช้สกิลคล้ายกัน

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เวลาเจนเบบี้บูมเมอร์ หรือเจนพ่อแม่ของเราพูดถึง “เกม” แน่นอนว่าภาพที่พวกเขานึกถึงก็มีอยู่ไม่กี่แบบ “เกมอ่ะเล่นไปทำไมเสียเวลา” หรือไม่ก็ “เดี๋ยวติดเกมระวังนะ จะเหมือนในข่าวที่ไปกราดยิงในห้าง” หรือไม่ก็เกมเป็นแค่กิจกรรมเอาไว้ผ่อนคลายหลังเลิกเรียนเลิกงาน

แต่ล่าสุดมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งกำลังชวนให้หลายคนมองเกี่ยวกับเกมใหม่ เพราะสิ่งที่เคยถูกมองว่าเป็นแค่ความบันเทิงมันอาจมีประโยชน์มากกว่านั้น และอาจช่วยฝึกทักษะบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับ “การขับรถ” ได้จริง

.

งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการรวบรวมงานศึกษาที่มีมาก่อนหน้าทั้งหมด 13 ชิ้น เพื่อดูว่า “ประสบการณ์การเล่นเกม” และ “การฝึกด้วยเกม” มีผลต่อทักษะที่เกี่ยวข้องกับการขับรถมากน้อยแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการมองเห็น การตอบสนอง การตัดสินใจ การรับรู้อันตราย หรือการควบคุมรถในสถานการณ์จำลอง

ซึ่งจุดที่ทำให้งานชิ้นนี้น่าสนใจคือ มันดูจากงานวิจัยที่มีการวัดผลจริง ทั้งแบบเปรียบเทียบระหว่างคนเล่นเกมกับคนไม่เล่นเกม และแบบทดลองให้ผู้เข้าร่วมฝึกด้วยเกม แล้วดูว่าทักษะที่เกี่ยวข้องกับการขับรถเปลี่ยนไปหรือเปล่า

แล้วภาพรวมที่ออกมาค่อนข้างชัดว่า “คนที่มีประสบการณ์เล่นเกม มักทำได้ดีกว่าในการทดสอบที่เกี่ยวข้องกับการขับขี่” โดยเฉพาะการทดสอบผ่านคอมพิวเตอร์และเครื่องจำลองการขับรถ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่นักวิจัยใช้วัดพฤติกรรมการขับขี่ในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้

วิจัยชี้! คนเล่นเกมเก่ง อาจขับรถเก่งด้วย

.

นักวิจัยอธิบายว่า การขับรถจริง ๆ แล้วเป็นกิจกรรมที่ซับซ้อนกว่าที่หลาย ๆ คนคิด เพราะมันไม่ได้ใช้แค่การบังคับพวงมาลัยหรือเหยียบเบรกเท่านั้น แต่ต้องอาศัยทักษะหลายอย่างทำงานพร้อมกันตลอดเวลา เช่น

  • การมองสิ่งรอบตัวให้ทัน 👀
  • การจับสัญญาณอันตราย ⚠️
  • การตัดสินใจในเวลาจำกัด ⏱️
  • การรักษารถให้อยู่ในเลน 🚗
  • การแบ่งสมาธิระหว่างหลายอย่าง 🧠
  • การใช้สายตา มือ และเท้าให้สัมพันธ์กัน 👣

ทักษะเหล่านี้มีส่วนคล้ายกับสิ่งที่ผู้เล่นเกมใช้ระหว่างเล่นเกม ทำให้นักวิจัยมองว่า เกมอาจทำหน้าที่คล้าย “สนามฝึกสมอง” สำหรับทักษะบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับการขับรถ

พูดง่าย ๆ ก็คือ ตอนเล่นเกม คนเล่นไม่ได้แค่นั่งกดปุ่มเล่น ๆ แต่กำลังฝึกสมองให้รับข้อมูลเร็วขึ้น ประมวลผลไวขึ้น และตอบสนองแม่นขึ้นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งทักษะเหล่านี้ก็คือสิ่งที่ต้องใช้ตอนขับรถเหมือนกัน

.

บวกงานวิจัยยังพบด้วยว่า การฝึกด้วยเกมในระยะสั้นก็อาจเห็นผลได้ โดยเล่นในระยะเวลารวมกันประมาณ 8-10 ชั่วโมง ซึ่งเกมที่ถูกพูดถึงบ่อยในงานวิจัยนี้ ได้แก่

วิจัยชี้! คนเล่นเกมเก่ง อาจขับรถเก่งด้วย
วิจัยชี้! คนเล่นเกมเก่ง อาจขับรถเก่งด้วย

ประเภทของเกมก็สำคัญเหมือนกัน เพราะไม่ใช่เกมทุกแบบจะช่วยเสริมทักษะเดียวกัน ต้องเลือกเกมให้ตรงกับทักษะที่อยากพัฒนา ไม่ใช่แค่เล่นอะไรก็ได้แล้วหวังผลเหมือนกันหมด

.

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยก็ย้ำชัดว่างานชิ้นนี้ไม่ได้หมายความว่า “ทุกคน” ที่เล่นเกม จะขับรถเก่ง 100% เพราะหลักฐานที่มีอยู่ตอนนี้ยังมีข้อจำกัดหลายอย่าง ทั้งจำนวนงานวิจัยที่ยังไม่มาก ประเภทเกมที่ใช้ก็แตกต่างกัน วิธีวัดผลแต่ละงานก็ไม่เหมือนกัน และหลายการศึกษาก็ยังวัดผลผ่านเครื่องจำลอง ไม่ใช่การขับจริงบนถนน

ซึ่งประเด็นนี้สำคัญมาก เพราะต่อให้ใครตอบสนองไวในเกม หรือทำคะแนนดีในเครื่องจำลอง ก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะเป็นคนขับรถที่ดีในชีวิตจริงแบบอัตโนมัติ

เพราะเวลาขับรถจริง มันยังมีอีกหลายอย่างที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ใช่แค่เรื่องความไวหรือการตอบสนองอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงวินัย ความรับผิดชอบ การควบคุมอารมณ์ การเคารพกฎจราจร และการประเมินความเสี่ยงในสถานการณ์จริงด้วย

.

เพราะงั้น สรุปเลยคืองานวิจัยนี้ไม่ได้กำลังบอกว่า เกมจะมาแทนการเรียนขับรถหรือการฝึกบนถนนจริงได้ทั้งหมด แต่มันกำลังชี้ว่าเกมอาจเป็นตัวช่วยเสริมที่เอามาใช้ฝึกทักษะพื้นฐานบางอย่างได้ โดยเฉพาะพวกการมอง การตอบสนอง หรือการควบคุมในสถานการณ์ต่าง ๆ

คือถ้าเลือกพัฒนาทักษะต่อดี ๆ เกมก็อาจกลายเป็นเครื่องมือฝึกสำหรับบางกลุ่มได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ วัยรุ่นที่เพิ่งเริ่มขับ หรือคนที่อยากฝึกให้ตัวเองตอบสนองไวขึ้นและมองสถานการณ์ได้ดีขึ้น

สุดท้ายแล้วสิ่งที่งานวิจัยนี้กำลังบอกจริง ๆ คือ เกมไม่ได้มีแต่ข้อเสียอย่างที่หลายคนคิด เพราะงั้นครั้งหน้าถ้าพ่อแม่บ่นว่า “โอ้ย เล่นเกมทั้งวี่ทั้งวันแล้วได้อะไร” ก็นี่แหละ… พร้อมแนบหลักฐาน

ที่มา
sciencedirect
Back to top button