Apple เตรียมเปิดให้ Siri เลือกใช้ AI ค่ายอื่นผ่านระบบ Extensions
พร้อมดึงตัวท็อปอย่าง Google และ Anthropic

Apple ตัดสินใจเปลี่ยนแนวทางของ Siri จากที่เคยเป็นพันธมิตรแบบผูกขาดกับ OpenAI เพียงเจ้าเดียว มาเป็นการอนุญาตให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้ Chatbot จากค่ายคู่แข่งได้ตามใจชอบ โดยมีรายงานว่าในอนาคตอันใกล้ Siri จะไม่ได้จำกัดอยู่แค่ ChatGPT อีกต่อไป แต่จะเปิดทางให้ผู้ช่วยอัจฉริยะตัวอื่นๆ อย่าง Claude จากค่าย Anthropic และ Gemini จาก Google เข้ามาโลดแล่นบนอุปกรณ์ของ Apple ได้ด้วย
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ระลอกนี้คาดว่าจะมาพร้อมกับการเปิดตัว iOS 27, iPadOS 27 และ macOS 27 ในงาน WWDC 2026 ที่กำลังจะจัดขึ้นในเดือนมิถุนายน โดยจะมีฟีเจอร์ใหม่ที่เรียกว่า Extensions ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถตั้งค่าเลือกโมเดล AI ที่ตัวเองชื่นชอบเป็นหลักได้ผ่านเมนูการตั้งค่า Apple Intelligence และ Siri เพียงแค่ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันของ Chatbot นั้นๆ มาลงในเครื่อง ระบบก็จะเปิดช่องทางให้ Siri ส่งคำถามไปประมวลผลผ่านบริการเหล่านั้นได้ทันที
นโยบายใหม่นี้ถือเป็นการทำลายเอกสิทธิ์ที่ ChatGPT เคยถือครองมาตั้งแต่ปี 2024 ซึ่งในตอนนั้นเป็นการตกลงแบบไม่มีตัวเงินแลกเปลี่ยนแต่เน้นผลประโยชน์ร่วมกัน ทว่าการเปิดกว้างครั้งนี้ Apple เล็งเห็นช่องทางสร้างรายได้ที่ชัดเจนกว่าเดิม เพราะหากผู้ใช้ตัดสินใจสมัครบริการสมาชิกแบบพรีเมียมของ Chatbot ค่ายต่างๆ ผ่าน App Store ทาง Apple ก็จะได้รับส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมสูงถึง 30% ตามระเบียบของแพลตฟอร์ม ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ที่ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ทั้งได้ฟีเจอร์ที่ล้ำสมัยและได้กำไรเพิ่ม

แม้ว่าผู้ใช้จะสามารถเลือกค่ายอื่นมาเป็นตัวช่วยหลักได้ แต่ดูเหมือนว่า Google จะยังคงเป็นผู้เล่นที่มีอิทธิพลสูงที่สุดในระบบนิเวศของ Apple เนื่องจากมีรายงานว่า Apple ตกลงจ่ายเงินให้ Google ถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 36,000 ล้านบาท เพื่อให้ Gemini ทำหน้าที่เป็นขุมพลังหลักเบื้องหลังความฉลาดของ Siri รุ่นใหม่ โดย Gemini จะยังคงรับผิดชอบงานเฉพาะทางบางอย่างภายในระบบ Apple Intelligence แม้ว่าผู้ใช้จะเลือก Chatbot ค่ายอื่นมาเป็นตัวตอบคำถามหลักก็ตาม
เส้นทางการพัฒนา Siri ให้ฉลาดขึ้นนั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะ Apple ต้องเผชิญกับปัญหาความล่าช้าและการปรับโครงสร้างภายในมาหลายครั้ง จนกระทั่งตอนนี้ที่ดูเหมือนว่าจะหาทางออกระยะสั้นได้ลงตัวด้วยการดึงเทคโนโลยีจากหลายค่ายมาผสมผสานกัน ซึ่งถือเป็นความพยายามครั้งสำคัญในการพา Siri กลับมาทวงบัลลังก์ผู้ช่วยอัจฉริยะที่เคยล้าหลังคู่แข่งให้กลับมามีความสามารถทัดเทียมกับมาตรฐานของ AI ในยุคปัจจุบัน
การเปิดกว้างในครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ iPhone กลายเป็นแพลตฟอร์ม AI ที่ทรงพลังที่สุด เพราะผู้ใช้ไม่ต้องทนใช้แค่โมเดลเดียวอีกต่อไป แต่สามารถสลับไปใช้ความสามารถเฉพาะด้านของแต่ละค่ายได้ตามสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนโค้ด การสรุปเอกสาร หรือการหาข้อมูลเชิงลึก ซึ่งเราจะได้เห็นความชัดเจนทั้งหมดนี้ในงานเปิดตัวช่วงกลางปีที่กำลังจะถึงนี้







