เทคโนโลยี

iPhone Air ยอดขายพุ่งเป็น 2 เท่าของรุ่น Plus

พิสูจน์กลยุทธ์ดีไซน์บางได้ผล

ดูเหมือนว่าการตัดสินใจของ Apple ที่ยอมบอกลา iPhone รุ่น Plus แล้วแทนที่ด้วย iPhone Air จะเป็นการเดินเกมที่มาถูกทางแล้ว แม้จะยังมีเสียงวิจารณ์อยู่บ้าง แต่ผลวิเคราะห์ล่าสุดจาก Ookla ชี้ให้เห็นว่า iPhone Air ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม โดยในไตรมาสที่ 4 ของปี 2025 รุ่น Air สามารถครองส่วนแบ่งผู้ใช้งานในสหรัฐฯ ได้ถึง 6.8% ซึ่งมากกว่าที่ iPhone 16 Plus เคยทำไว้เพียง 2.9% ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนถึง 2 เท่าตัว

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของ iPhone Air กลับส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดขายของ iPhone 17 Pro โดยส่วนแบ่งของรุ่น Pro ลดลงจาก 34.9% เหลือ 30.6% ในขณะที่รุ่นท็อปสุดอย่าง iPhone 17 Pro Max ยังคงความนิยมคงที่อยู่ที่ 55.5% ตัวเลขนี้สะท้อนว่ามีผู้ซื้อประมาณ 4% ที่ยอมแลกความเทพของกล้องและพลังประมวลผลในรุ่น Pro เพื่อไปสัมผัสกับตัวเครื่องที่บางเบาและดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวของรุ่น Air แทน

ที่ผ่านมา Apple พยายามปั้น iPhone รุ่นที่สี่ให้มีความแตกต่างมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นรุ่น mini ที่ยอดขายแป้กไปถึงสองเจเนอเรชัน หรือรุ่น Plus ที่ชูจุดขายหน้าจอใหญ่แต่ไร้ฟีเจอร์ระดับพรีเมียม ซึ่งก็ยังเจาะได้เพียงกลุ่มลูกค้าเฉพาะกลุ่มเท่านั้น แต่ iPhone Air กลับทำลายอาถรรพ์นั้นได้สำเร็จ โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศที่กระแสแรงยิ่งกว่า โดยในเกาหลีใต้มีส่วนแบ่งสูงถึง 11.2% ตามมาด้วยญี่ปุ่น 8.9% และสิงคโปร์ 8.4%

apple-iphone-air-plus-sale

ข้อมูลที่น่าสนใจอีกอย่างจากการทดสอบของ Ookla คือประสิทธิภาพของโมเด็ม C1X ที่ Apple พัฒนาขึ้นเองและนำมาใช้ใน iPhone Air ซึ่งสามารถทำความเร็วในการดาวน์โหลดได้เทียบเท่ากับโมเด็ม Qualcomm X80 ในรุ่น Pro Max เลยทีเดียว แถมยังทำคะแนนด้านความหน่วง (Latency) ได้ดีกว่าใน 19 จาก 22 ประเทศที่ทำการทดสอบ ถือเป็นก้าวสำคัญของ Apple ในการลดการพึ่งพาชิปจากภายนอก

แม้ว่าด้านการอัปโหลดข้อมูล Qualcomm จะยังคงเป็นผู้ชนะด้วยความเร็วที่สูงกว่าถึง 32% ในบางภูมิภาค เนื่องจากเทคโนโลยีการรวมคลื่นอัปโหลดที่เสถียรกว่า แต่สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปที่เน้นการเสพคอนเทนต์และเน้นความสวยงามของตัวเครื่อง iPhone Air ก็ถือว่าสอบผ่านฉลุย และกลายเป็นไอเทมที่น่าจับตามองที่สุดในตระกูล iPhone 17 ไปโดยปริยาย

หากเทียบราคาเปิดตัวของ iPhone Air ที่อยู่ราว 999 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 36,500 บาท กับดีไซน์ที่ล้ำสมัยขนาดนี้ ไม่แปลกใจเลยที่หลายคนจะยอมปันใจจากรุ่น Pro มาหา ความนิยมที่พุ่งสูงขึ้นนี้อาจทำให้ Apple มั่นใจที่จะพัฒนาสินค้ารุ่น Air ในผลิตภัณฑ์อื่นๆ ต่อไปในอนาคต เตรียมพบกับยุคสมัยแห่งความบางเบาอย่างเต็มตัวได้เลย

ที่มา
Macrumors

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button