เทคโนโลยี

MSI เตรียมปรับขึ้นราคาสินค้า 30% เซ่นพิษราคาหน่วยความจำพุ่งสูง

จับตาตลาดพีซีปี 2026 เข้าสู่ยุคของแพง

Joseph Hsu ประธานและ Jeans Huang กรรมการผู้จัดการของ MSI ออกมายอมรับว่าบริษัทจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาสินค้ากลุ่มเกมมิ่งประมาณ 15 ถึง 30% ภายในปี 2026 นี้ เนื่องจากต้นทุนของหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับความต้องการชิปประมวลผลในตลาด AI Server ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดจนไปเบียดบังกำลังการผลิตในฝั่งพีซี ส่งผลให้วงจรการตลาดแบบเดิมที่เคยพึ่งพาฤดูกาลช้อปปิ้งกำลังจางหายไป และถูกแทนที่ด้วยขีดความสามารถในการจัดหา GPU เป็นตัวกำหนดทิศทางแทน

สถานการณ์ในปัจจุบันค่อนข้างตึงเครียดสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป เนื่องจากราคาแรม DDR5 เริ่มขยับสูงขึ้นมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025 โดยบางรุ่นมีราคากระโดดขึ้นไปถึง 2 หรือ 3 เท่าตัว ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตเมนบอร์ดและเครื่องคอมพิวเตอร์ประกอบสำเร็จรูป ซึ่ง MSI ระบุว่าการแข่งขันในอนาคตจะไม่ได้วัดกันที่ยอดขายเป็นจำนวนเครื่องอีกต่อไป แต่วัดกันที่ใครจะบริหารจัดการซัพพลายเชนและรักษาตำแหน่งในตลาดไฮเอนด์ได้ดีกว่ากัน

ทางผู้บริหารมองว่าตลาดพีซีทั่วโลกในปี 2026 อาจมียอดจัดส่งลดลงมากกว่า 10% หรืออาจแตะระดับ 20% เนื่องจากขาดผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ดึงดูดใจและผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจมหภาค อย่างไรก็ตาม MSI คาดการณ์ว่าแม้จำนวนยอดขายจะลดลง แต่รายได้และกำไรอาจจะยังดูดีจากการปรับราคาสินค้าให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยบริษัทจะหันไปเน้นกลุ่มสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงอย่างเกมมิ่งโน้ตบุ๊กและสินค้ากลุ่มธุรกิจมากกว่ารุ่นราคาประหยัด

msi-gaming-product-price-increase

ในส่วนของกลยุทธ์ด้านฐานการผลิต เพื่อลดความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และภาษีนำเข้า MSI ได้เร่งขยายโรงงานในสหรัฐอเมริกาเพื่อรองรับการประกอบ AI Server และ Data Center โดยเฉพาะ รวมถึงการปรับปรุงโรงงานในเนเธอร์แลนด์และก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ในไต้หวันที่คาดว่าจะเสร็จสิ้นปลายปี 2026 เพื่อใช้ผลิตสินค้าเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างตู้ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์อุตสาหกรรม

หากย้อนดูตัวเลขผลประกอบการในปี 2025 MSI ทำรายได้รวมอยู่ที่ 2.3 แสนล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ หรือประมาณ 2.5 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดใหม่ของบริษัท แต่กลับมีกำไรสุทธิลดลงกว่า 15% อยู่ที่ประมาณ 5.75 พันล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ หรือประมาณ 6.2 พันล้านบาท เนื่องด้วยปัจจัยลบด้านค่าเงินและต้นทุนชิ้นส่วนที่ควบคุมได้ยาก ทำให้ในปีนี้บริษัทต้องเข้มงวดกับการตั้งราคาและการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดมากขึ้น

สำหรับเหล่าเกมเมอร์ที่กำลังวางแผนจะประกอบคอมพิวเตอร์หรือซื้อโน้ตบุ๊กเครื่องใหม่ การตัดสินใจในช่วงที่ราคายังไม่ปรับขึ้นเต็มสูบอาจเป็นทางเลือกที่เซฟเงินในกระเป๋าได้ดีที่สุด เพราะเทรนด์ของแพงกำลังจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของปีนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตราบใดที่โลกยังคงบ้าคลั่งการแย่งชิงทรัพยากรเพื่อไปเติมเต็มกระแส AI ที่กำลังเติบโตไม่หยุด

ที่มา
Digitimes

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button