NATO ไฟเขียว iPhone และ iPad สอบผ่านเกณฑ์ความปลอดภัยขั้นสูงสำหรับใช้งานในราชการลับ
รับรองความปลอดภัย iOS 26 โดยไม่ต้องลงซอฟต์แวร์เสริม

ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการเทคโนโลยีเมื่ออุปกรณ์พกพาจาก Apple ได้รับความไว้วางใจให้ใช้งานในระดับความมั่นคงสูง โดยล่าสุด NATO ได้อนุมัติให้ iPhone และ iPad สามารถใช้งานในระดับชั้นความลับ NATO-restricted ได้อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวดระดับโลก หลังจากผ่านการทดสอบอย่างหนักหน่วงจากรัฐบาลเยอรมนีมาเป็นเวลานาน
เบื้องหลังความสำเร็จนี้มาจากสำนักงานความมั่นคงสารสนเทศแห่งชาติเยอรมนี หรือ BSI ที่เป็นผู้ทำการทดสอบเครื่องอย่างละเอียด โดยก่อนหน้านี้ BSI เคยอนุมัติให้อุปกรณ์ของ Apple ใช้งานในหน่วยงานรัฐบาลของเยอรมนีมาแล้วตั้งแต่ปี 2022 แต่สำหรับการขยับขึ้นไปสู่ระดับ NATO นั้น Apple ระบุว่า BSI ต้องทำการประเมินทางเทคนิคอย่างถี่ถ้วน รวมถึงวิเคราะห์ระบบรักษาความปลอดภัยในระดับลึกที่สุดเท่าที่เคยมีมา
สิ่งที่น่าสนใจและทำให้ Apple ออกมายืดอกพรีเซนต์ในข่าวประชาสัมพันธ์คือ iPhone และ iPad เป็นอุปกรณ์สำหรับผู้บริโภคทั่วไปรุ่นแรกที่ได้รับใบรับรองนี้ โดยที่ตัวเครื่องไม่ต้องมีการลงซอฟต์แวร์พิเศษหรือปรับแต่งการตั้งค่าใดๆ เพิ่มเติมจากโรงงานเลย ซึ่งการรับรองนี้จะมีผลครอบคลุมไปถึงอุปกรณ์ที่รันบนระบบปฏิบัติการ iOS 26 รุ่นล่าสุดที่เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยเป็นหัวใจหลัก
แม้ว่าการอนุมัติครั้งนี้อาจจะไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ใช้งานทั่วไปที่ไม่ได้ทำงานในองค์กร NATO แต่ก็นับว่าเป็นเครื่องยืนยันชั้นดีที่ช่วยเสริมความน่าเชื่อถือให้กับคำโฆษณาของ Apple ในเรื่องการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ซึ่ง Claudia Plattner ประธานของ BSI ได้เน้นย้ำว่าความสำเร็จของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลที่ปลอดภัยนั้น จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเรื่องความมั่นคงของข้อมูลถูกคำนึงถึงตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการพัฒนาผลิตภัณฑ์
การที่ BSI ยืนยันว่าระบบปฏิบัติการ iOS และ iPadOS มีมาตรฐานความปลอดภัยสอดคล้องกับข้อกำหนดของกลุ่มประเทศ NATO ถือเป็นการปิดรอยรั่วความกังวลเรื่องการถูกโจรกรรมข้อมูลในระดับรัฐต่อรัฐได้เป็นอย่างดี ซึ่งทาง Apple เองก็ดูจะพอใจมากที่อุปกรณ์ที่วางขายตามท้องตลาดทั่วไปมีศักยภาพเพียงพอที่จะปกป้องข้อมูลระดับชาติได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเทคนิคพิเศษเหมือนในอดีต
สรุปได้ว่าใครที่ใช้งาน iPhone หรือ iPad อยู่ในตอนนี้ก็น่าจะอุ่นใจได้มากขึ้นว่าระบบหลังบ้านนั้นมีความแข็งแกร่งขนาดที่องค์กรทหารระดับโลกยังยอมรับ ส่วนเรื่องความเป็นส่วนตัวในด้านอื่นๆ นั้นก็ยังคงเป็นเรื่องที่ผู้ใช้งานต้องคอยบริหารจัดการกันต่อไปตามความเหมาะสม แต่ในแง่ของโครงสร้างระบบถือว่าสอบผ่านฉลุยในระดับสากลไปเรียบร้อยแล้ว







