เทคโนโลยี

Google Docs ส่งฟีเจอร์สรุปเนื้อหาด้วยเสียงจาก Gemini ช่วยประหยัดเวลาอ่าน

ฟังเพลินเหมือนพอดแคสต์

หลังจากที่เคยเปิดตัวฟีเจอร์อ่านเอกสารออกเสียงไปเมื่อช่วงเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา ล่าสุด Google Docs ได้ขยับขยายขีดความสามารถขึ้นไปอีกระดับด้วยการปล่อยฟีเจอร์ สรุปเนื้อหาด้วยเสียง ที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง AI อย่าง Gemini ออกมาให้ได้ใช้งานกันแล้ว โดยฟีเจอร์นี้จะช่วยสรุปใจความสำคัญของเอกสารออกมาเป็นเสียงพูดที่ฟังดูเป็นธรรมชาติ ช่วยให้รับข้อมูลสำคัญได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเสียเวลาไล่อ่านเองทุกหน้า เหมาะอย่างยิ่งสำหรับช่วงเวลาเร่งรีบก่อนเข้าประชุมหรือขณะที่กำลังทำงานอย่างอื่นควบคู่ไปด้วย

วิธีการใช้งานก็ทำได้ง่ายๆ ผ่านหน้าเว็บ Google Docs เพียงแค่ไปที่เมนู Tools แล้วเลือก Audio ซึ่งนอกจากตัวเลือก Listen to this tab ที่มีอยู่เดิมแล้ว จะพบกับเมนูใหม่ที่ชื่อว่า Listen to document summary เพิ่มเข้ามา เมื่อกดใช้งานจะมีแถบเครื่องมือสำหรับควบคุมการเล่นเสียงปรากฏขึ้นมา ซึ่งเราสามารถเลือกปรับความเร็วในการฟังได้ตั้งแต่ 0.5 เท่า ไปจนถึง 2 เท่า ตามความถนัดของแต่ละคน ทำให้การบริหารจัดการเวลามีประสิทธิภาพมากขึ้นไปอีก

ความพิเศษของฟีเจอร์นี้คือ Gemini จะทำการวิเคราะห์เนื้อหาทั้งหมดในเอกสาร รวมถึงข้อมูลที่อยู่ในแท็บอื่นๆ ของไฟล์นั้น แล้วนำมาเรียบเรียงเป็นบทสรุปด้วยเสียงพูดที่สั้นกระชับ ซึ่งโดยปกติจะมีความยาวไม่เกิน 2-3 นาที นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มลูกเล่นให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกสไตล์เสียงของผู้บรรยายได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเสียงในโทนผู้เล่าเรื่อง (Narrator), โทนโน้มน้าวใจ (Persuader) หรือแม้แต่โทนแบบผู้ฝึกสอน (Coach) เพื่อให้เข้ากับบริบทของเนื้อหาที่กำลังฟังอยู่มากที่สุด

google-gemini-audio-summarize

สำหรับกลุ่มผู้ใช้งานที่จะได้สัมผัสฟีเจอร์นี้ก่อนใคร จะต้องเป็นสมาชิกในกลุ่ม Google Workspace ระดับ Business Standard และ Plus รวมถึงระดับ Enterprise Standard และ Plus นอกจากนี้ยังรวมถึงผู้ที่สมัครบริการเสริมอย่าง Google AI Ultra สำหรับภาคธุรกิจ หรือแพ็กเกจ Google AI Pro สำหรับสถานศึกษาด้วย ซึ่งถือว่าเป็นการยกระดับเครื่องมือการทำงานในองค์กรให้มีความเป็นมืออาชีพและทันสมัยมากขึ้นอย่างชัดเจน

ในส่วนของค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ที่สนใจใช้งานในประเทศไทย แพ็กเกจเริ่มต้นอย่าง Google Workspace Business Standard จะมีราคาอยู่ที่ประมาณ 550 บาทต่อผู้ใช้ต่อเดือน (สำหรับการชำระแบบรายปี) หรือหากต้องการความสามารถที่ครบครันขึ้นในรุ่น Business Plus ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 850 บาทต่อผู้ใช้ต่อเดือน ซึ่งเมื่อเทียบกับฟีเจอร์ AI ระดับสูงที่ได้รับเพิ่มเข้ามาอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2026 นี้ ก็นับว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับคนทำงานสายดิจิทัลที่ต้องการความคล่องตัว

การอัปเดตฟีเจอร์สรุปเนื้อหาด้วยเสียงนี้จะค่อยๆ ทยอยเปิดให้ใช้งานภายในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยในระยะแรกจะเน้นไปที่การใช้งานบนหน้าเว็บแอปพลิเคชันเป็นหลัก ใครที่ใช้งาน Google Docs เป็นประจำและมีแพ็กเกจที่รองรับ อย่าลืมเข้าไปตรวจสอบที่เมนูเครื่องมือว่าได้รับฟีเจอร์สุดล้ำนี้แล้วหรือยัง เพราะนี่คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ทำให้การจัดการข้อมูลมหาศาลกลายเป็นเรื่องง่ายเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสและใช้หูฟังเท่านั้น

ที่มา
9to5google

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button