เทคโนโลยี

ซีอีโอ Razer มั่นใจเกมเมอร์ไม่ได้เกลียด AI แค่ไม่ชอบงานที่ขาดความใส่ใจ

จุดเปลี่ยนอยู่ที่การใช้เครื่องมือสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพ

Min-Liang Tan ซีอีโอของ Razer ได้ออกมาแสดงทัศนะที่น่าสนใจเกี่ยวกับกระแสการต่อต้าน AI ในวงการเกมผ่านรายการพอดแคสต์ Decoder โดยระบุว่าจริงๆ แล้วเหล่าเกมเมอร์ไม่ได้รังเกียจเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ไปเสียทั้งหมด แต่สิ่งที่ทุกคนส่ายหน้าใส่คือ Generative AI Slop หรือผลงานขยะที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างลวกๆ เช่น โมเดลตัวละครที่มีนิ้วเกินหรือบทเนื้อเรื่องที่เขียนมาแบบไร้ชั้นเชิง ซึ่งตัวของซีอีโอเองก็ยอมรับว่าในฐานะเกมเมอร์เขาก็ไม่ชอบงานลักษณะนั้นเช่นกัน

ประเด็นสำคัญที่ผู้นำของ Razer พยายามชี้ให้เห็นคือความแตกต่างระหว่างการใช้ AI เพื่อสร้างงานทดแทนมนุษย์กับการใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนเหล่านักพัฒนา โดยเขามองว่าหากมีเครื่องมือ AI ที่ช่วยให้การทำ QA หรือการตรวจสอบบั๊กในเกมทำได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้นจนทำให้เกมออกมาสมบูรณ์แบบตั้งแต่วันแรกที่วางจำหน่าย เกมเมอร์ทุกคนก็น่าจะยินดีและยอมรับมันได้ไม่ยาก เพราะผลลัพธ์สุดท้ายคือคุณภาพของเกมที่ดียิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม บทสัมภาษณ์นี้ดูจะขัดแย้งกับโปรเจกต์ Ava ของ Razer ที่นำเอา Grok มาใช้สร้างโฮโลแกรม AI สาวน้อยในขวดโหลซึ่งเปิดตัวไปในงาน CES 2026 จนกลายเป็นประเด็นร้อนแรง แต่ Min-Liang Tan ก็ยังคงยืนยันในมุมมองที่ว่า เมื่อฝุ่นเริ่มตลบน้อยลง เราจะเริ่มเห็นงานศิลปะที่แท้จริงผุดขึ้นมาจากกองขยะ AI เหล่านี้ โดยงานศิลปะเหล่านั้นอาจถูกสร้างด้วยเครื่องมือตัวเดียวกัน แต่สิ่งที่ทำให้มันแตกต่างคือความประณีตและการใช้ความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ในการขัดเกลา

นอกเหนือจากเรื่องของ AI แล้ว ซีอีโอรายนี้ยังได้แสดงความกังวลถึงสถานการณ์ราคา RAM และหน่วยความจำในตลาดโลกที่กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตโน้ตบุ๊ก โดยเขายอมรับว่าสถานการณ์ในตอนนี้ค่อนข้างเลวร้ายและเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างมากสำหรับผู้ผลิตที่ต้องการควบคุมราคาเครื่องให้ยังคงเข้าถึงได้สำหรับเหล่าเกมเมอร์ท่ามกลางวิกฤตราคาชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ที่ยังไม่มีท่าทีจะลดลง

แม้ว่าการลงทุนมหาศาลกว่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 21,000 ล้านบาท (อ้างอิงจากอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน) ในด้าน AI ของ Razer จะถูกตั้งคำถามจากแฟนคลับอยู่บ้าง แต่กลยุทธ์ของบริษัทยังคงมุ่งเน้นไปที่การสร้าง Ecosystem ที่มี AI เป็นตัวขับเคลื่อน ทั้งในส่วนของอุปกรณ์สวมใส่และเครื่องมือสำหรับนักพัฒนา โดยหวังว่าในท้ายที่สุดแล้วผู้ใช้งานจะเข้าใจว่าเทคโนโลยีนี้สามารถยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมให้ล้ำหน้าไปอีกขั้นได้จริงๆ

บทสรุปของเรื่องนี้คงต้องรอดูกันว่าผลงานจากเครื่องมือ AI ที่ Min-Liang Tan มั่นใจนักหนาจะสามารถเอาชนะใจเกมเมอร์ที่กำลังอยู่ในโหมดต่อต้านได้หรือไม่ เพราะในโลกของวิดีโอเกมนั้น ความรู้สึกร่วมและการมีส่วนร่วมของผู้เล่นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถใช้แค่สูตรคำนวณหรืออัลกอริทึมมาทดแทนได้ทั้งหมด แต่หากมันช่วยให้เกมโปรดของทุกคนออกมาไร้ที่ติและเล่นได้อย่างลื่นไหล การเปิดใจยอมรับ AI ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

ที่มา
Hothardware

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button