Xiaomi Watch 5 และ REDMI Buds 8 Pro คู่หู AIoT รุ่นล่าสุดที่ทำให้ชีวิตสมาร์ทกว่าเดิม
ประสบการณ์ Wear OS 6 บนข้อมือ และหูฟังตัดเสียงรบกวนอัจฉริยะ

Xiaomi ไม่ได้หยุดแค่สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต แต่ยังส่ง Xiaomi Watch 5 สมาร์ทโฟนเรือธงบนข้อมือที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Wear OS 6 จาก Google เป็นรุ่นแรกที่ติดตั้ง Google Gemini มาให้ในตัว ทำให้สามารถสั่งงานด้วยเสียงเพื่อขอความช่วยเหลือหรือนำทางได้โดยไม่ต้องหยิบมือถือขึ้นมาเลย ความเจ๋งอยู่ที่ระบบสั่งการด้วยท่าทางอัจฉริยะ (Quick Gestures) ที่ใช้เซนเซอร์ขั้นสูงอย่าง EMG และ IMU ทำให้เราแค่ดีดนิ้วหรือหมุนข้อมือก็สามารถรับสาย ปิดนาฬิกาปลุก หรือแม้แต่สั่งถ่ายรูปจากระยะไกลได้แบบล้ำๆ
ตัวเรือนของ Xiaomi Watch 5 ทำจากสแตนเลสสตีลพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ 1.54 นิ้วที่ใช้กระจกแซฟไฟร์ทั้งด้านหน้าและด้านหลังเพื่อความทนทานสูงสุด ภายในใช้ชิปเซ็ต Snapdragon W5 Gen 1 คู่กับชิปประหยัดพลังงาน ทำให้แบตเตอรี่ใช้งานได้นานถึง 6 วันในโหมดสมาร์ท หรือลากยาวได้ถึง 18 วันในโหมดประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ยังมีระบบติดตามสุขภาพแบบครบวงจรและ GPS แบบ Dual-band ที่รองรับแผนที่ออฟไลน์ เหมาะสำหรับสายลุยที่ชอบทำกิจกรรมกลางแจ้งโดยไม่ต้องกลัวหลงทาง ราคา 9,990 บาท

ขยับมาที่เรื่องเสียงกับ REDMI Buds 8 Pro หูฟังไร้สายที่อัปเกรดมาใช้ไดรเวอร์สามตัว (Triple-driver) วางเรียงในแนวแกนเดียวกัน เพื่อให้เสียงเบสที่ลึกและเสียงร้องที่คมชัดสมดุลทุกย่านความถี่ แถมยังรองรับระบบเสียง Dolby Audio ที่ช่วยเพิ่มมิติให้กับการดูหนังและเล่นเกมให้สมจริงยิ่งขึ้น ความพิเศษคือมีหน่วยประมวลผลเสียงแยกอิสระในหูฟังแต่ละข้าง ทำให้ไม่ว่าจะเชื่อมต่อกับมือถือยี่ห้อไหน คุณภาพเสียงที่ได้รับก็จะยอดเยี่ยมสม่ำเสมอไม่มีตก
จุดเด่นที่พลาดไม่ได้คือระบบตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancellation ที่ทำได้สูงสุดถึง 55dB และทำงานร่วมกับอัลกอริทึมอัจฉริยะที่สแกนเสียงรอบข้างถึง 32,000 ครั้งต่อวินาที เพื่อปรับระดับการตัดเสียงให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมโดยอัตโนมัติ สำหรับสายคุยโทรศัพท์ ตัวหูฟังมีไมโครโฟน AI ถึง 3 ตัว และดีไซน์ที่ทนทานต่อเสียงลมได้แรงถึง 12 เมตรต่อวินาที ช่วยให้เสียงพูดของเรายังชัดเจนแม้จะยืนคุยอยู่บนดาดฟ้าหรือริมถนนที่มีลมแรงก็ตาม

ในส่วนของการใช้งานจริง REDMI Buds 8 Pro ออกแบบมาให้ใช้งานได้ต่อเนื่องนานถึง 8 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และรวมเคสชาร์จแล้วจะอยู่ได้นานถึง 33 ชั่วโมง ที่สำคัญคือมีระบบชาร์จไว เพียงชาร์จแค่ 5 นาทีก็เอาไปฟังเพลงต่อได้นานถึง 2 ชั่วโมงทันที ตัวหูฟังยังทนน้ำทนฝุ่นระดับ IP54 และรองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth กับอุปกรณ์สองเครื่องพร้อมกัน ทำให้สลับใช้งานระหว่างโน้ตบุ๊กกับมือถือได้แบบไม่มีสะดุด ราคา 2,190 บาท







