Xbox อาจกำลังเดินตามรอย Epic Games
บทเรียนจาก Epic Games Store ที่แจกฟรีจนผู้ใช้ไม่ยอมควักเงินซื้อ

กลายเป็นประเด็นที่น่าสนใจในวงการเกมต้นปี 2026 เมื่อมีการเปิดเผยสถิติที่น่าตกใจของ Epic Games Store โดยพบว่าในช่วงปี 2019 ถึง 2024 แพลตฟอร์มนี้เติบโตขึ้นอย่างมหาศาลถึง 173% จากผู้ใช้ 108 ล้านคน พุ่งไปกว่า 295 ล้านคน แต่ในทางกลับกัน รายได้จากการขายเกมของค่ายอื่น (Third-party) กลับเพิ่มขึ้นเพียง 1.6% เท่านั้น สะท้อนให้เห็นว่าผู้ใช้งานส่วนใหญ่เข้ามาเพียงเพื่อกดรับเกมฟรีแล้วก็จากไป โดยไม่ได้สนใจที่จะใช้จ่ายเงินซื้อเกมบนร้านค้านี้จริงๆ
กลยุทธ์แจกฟรีเพื่อดึงคนของ Epic แม้จะประสบความสำเร็จในการสร้างฐานผู้ใช้ขนาดใหญ่ แต่กลับสร้างพฤติกรรมผู้บริโภคที่มองว่าร้านค้านี้เป็นเพียงที่เก็บสะสมของฟรี ซึ่งต่างจาก Steam ของ Valve ที่ครองตลาดด้วยระบบนิเวศที่แข็งแกร่งกว่า ทั้งระบบรีวิว สังคมผู้เล่น และความเสถียรของแอปพลิเคชัน แม้ว่าในเดือนมกราคม 2026 นี้ Epic จะพยายามเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ เช่น ระบบส่งของขวัญ (Gifting) และการแชต แต่ผู้ใช้หลายคนมองว่ามันอาจจะสายเกินไปที่จะเปลี่ยนใจคนให้มาซื้อเกมที่นี่
ในขณะเดียวกัน สายตาทุกคู่กำลังจับจ้องไปที่ Xbox PC Store ว่าจะเดินตามรอยเท้าของ Epic หรือไม่ เนื่องจาก Microsoft เองก็เน้นการเข้าถึงเกมจำนวนมากผ่านระบบสมาชิก PC Game Pass เป็นหลัก แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะต่างออกไป เพราะข้อมูลล่าสุดระบุว่า PC Game Pass เติบโตขึ้น 45% เมื่อเทียบเป็นรายปี และผู้ใช้งานกลุ่มนี้มีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายเงินในแอป (In-app spending) มากกว่าผู้ใช้ที่รอรับของฟรีเพียงอย่างเดียว

สิ่งที่ทำให้ Xbox ต่างจาก Epic คือการสร้างระบบที่เชื่อมโยงกันระหว่าง Cloud, Console และ PC รวมถึงเป้าหมายในอนาคตที่ต้องการทลายกำแพงระหว่างฮาร์ดแวร์ เพื่อให้คลังเกมของ Xbox และ Steam มาอยู่ร่วมกันได้ในที่เดียว ซึ่งวิสัยทัศน์นี้ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกถึงความคุ้มค่าและความยืดหยุ่นในระยะยาว มากกว่าแค่การดาวน์โหลดโปรแกรมมาเพื่อรับของฟรีรายสัปดาห์
สำหรับ Steam ยักษ์ใหญ่เบอร์หนึ่งนั้นยังคงทำสถิติรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนธันวาคมที่ผ่านมาเพียงเดือนเดียวสามารถทำรายได้สูงถึง $1.6 พันล้าน หรือประมาณ 54,400 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่ารายได้รวมทั้งปี 2024 ของ Epic Games Store ที่ทำได้ $1.09 พันล้าน หรือประมาณ 37,060 ล้านบาท เสียอีก ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าผู้เล่น PC ยังคงให้ความสำคัญกับประสบการณ์ใช้งานโดยรวมมากกว่าแค่เรื่องของถูกหรือของฟรี
ท้ายที่สุดแล้ว ทั้ง Epic และ Xbox อาจไม่ได้ต้องการโค่นล้ม Steam อย่างเบ็ดเสร็จ แต่กำลังพยายามสร้างพื้นที่ของตัวเองในตลาดที่แตกต่างกันออกไป Epic อาจจะไปเน้นที่เกมที่ใช้เทคโนโลยี AI หรือเกมแนว NFT ในขณะที่ Xbox มุ่งเน้นไปที่ระบบสมาชิกที่ครอบคลุมทุกอุปกรณ์ ซึ่งหากแต่ละค่ายสามารถรักษาฐานลูกค้าที่ยอมจ่ายเงินเอาไว้ได้ การอยู่ร่วมกันของหลายแพลตฟอร์มก็อาจจะเป็นผลดีต่อผู้บริโภคในระยะยาว







