เทคโนโลยี

Unity ปูทางยุคใหม่เตรียมส่ง AI สร้างเกม Casual ได้ทั้งเกมเพียงแค่พิมพ์สั่ง

พลิกโฉมวงการด้วยระบบ Prompt-to-Game

Unity ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเอนจินเกมสร้างความฮือฮาครั้งใหม่ หลังจาก Matt Bromberg ประธานเจ้าหน้าที่บริหารออกมาประกาศทิศทางธุรกิจในปี 2026 โดยเน้นย้ำว่าเทคโนโลยี AI ของบริษัทจะก้าวล้ำไปถึงขั้นที่สามารถสร้างเกมแนว Casual ทั้งเกมขึ้นมาได้จากการใช้คำสั่งภาษาธรรมชาติ (Natural Language) เท่านั้น ซึ่งหมายความว่าในอนาคตอันใกล้ ผู้ใช้งานอาจไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านการเขียนโปรแกรมเชิงลึกก็สามารถเนรมิตเกมต้นแบบจนถึงเกมที่ใช้งานได้จริงออกมาได้ผ่านหน้าจอเบราว์เซอร์

ในการแถลงผลประกอบการล่าสุด Matt Bromberg ระบุว่าการสร้างสรรค์ผลงานด้วย AI หรือ AI-driven authoring คือเป้าหมายหลักลำดับที่สองของบริษัทในปี 2026 นี้ โดย Unity เตรียมที่จะเผยโฉมเวอร์ชัน Beta ของ Unity AI ตัวอัปเกรดใหม่ในงาน Game Developer Conference (GDC) ที่จะจัดขึ้นในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ ความพิเศษของระบบนี้คือการเชื่อมโยงคำสั่งเข้ากับ Runtime และบริบทของโปรเจกต์โดยตรง ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้มีความแม่นยำและใช้งานได้จริงมากกว่าการใช้โมเดล AI ทั่วไปในท้องตลาด

CEO ของ Unity เชื่อมั่นว่าการมาถึงของเทคโนโลยีนี้จะช่วยสร้างความเท่าเทียมในการพัฒนาเกม (Democratization) โดยเปิดโอกาสให้กลุ่มคนที่ไม่มีทักษะด้านการโค้ดแต่มีไอเดียสร้างสรรค์ สามารถก้าวเข้ามาเป็นผู้สร้างเกมได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันก็นับเป็นเครื่องมือทรงพลังสำหรับเหล่านักพัฒนามืออาชีพที่จะช่วยเพิ่มผลิตภาพและลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนในกระบวนการทำงาน ทำให้สามารถข้ามขั้นตอนจากภาพร่างในหัวไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่พร้อมวางจำหน่ายได้อย่างรวดเร็ว

unity-codeless-gaming-maker

ปัจจุบัน Unity AI ได้มีการผสานการทำงานร่วมกับโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) จากค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง OpenAI และ Meta รวมถึงการจับมือกับพันธมิตรอย่าง Scenario และ Layer AI เพื่อช่วยในด้านการสร้างและขัดเกลาสินทรัพย์ภายในเกม (Assets) การเคลื่อนไหวครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า Unity ไม่ได้มองว่า AI เป็นเพียงตัวช่วยสะกดคำหรือเขียนโค้ดสั้นๆ อีกต่อไป แต่มันคือกุญแจสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าของอุตสาหกรรมบันเทิงดิจิทัลในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม แม้เทคโนโลยีนี้จะฟังดูน่าตื่นเต้น แต่ก็ยังคงมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากคนในอุตสาหกรรมบางส่วนที่กังวลว่าความสะดวกสบายนี้อาจเข้ามาลดทอนคุณค่าของงานฝีมือ และอาจส่งผลกระทบต่อตำแหน่งงานในระดับเริ่มต้น แต่ทาง Unity ยังคงยืนหยัดในแนวทางนี้ โดยตั้งเป้าว่าในอนาคตจะมีผู้คนอีกหลายสิบล้านคนหันมาสร้างสรรค์คอนเทนต์เชิงโต้ตอบได้ด้วยตัวเอง ซึ่งจะส่งผลบวกต่อระบบนิเวศการโฆษณาและธุรกิจภาพรวมของบริษัทในที่สุด

สำหรับนักพัฒนาและผู้ที่สนใจ เตรียมพบกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Unity AI Beta ได้ในวันที่ 12 มีนาคม 2026 ภายในงาน GDC ซึ่งคาดว่าจะมีการสาธิตวิธีการสร้างเกมแบบสดๆ ให้ชมกันด้วย โดย Unity หวังว่านี่จะเป็นสะพานเชื่อมสำคัญที่ทำให้ประกายไฟแห่งความคิดสร้างสรรค์แรกเริ่ม กลายเป็นประสบการณ์ดิจิทัลที่ประสบความสำเร็จและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในตลาดโลก

ที่มา
Gamedeveloper

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button