Ubuntu งานเข้าโครงสร้างพื้นฐานล่มระนาวหลังโดนกลุ่มแฮ็กเกอร์กระหน่ำยิง DDoS
กระทบผู้ใช้งาน Linux ทั่วโลกที่รออัปเดตระบบ

กลายเป็นเรื่องวุ่นวายไปทั่ววงการโอเพนซอร์สเมื่อช่วงวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังจากกลุ่มนักเคลื่อนไหวที่เป็นแฮ็กเกอร์หรือ Hacktivists ออกมายืดอกรับผิดชอบว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะของ Ubuntu ระบบปฏิบัติการ Linux ชื่อดัง รวมถึง Canonical ซึ่งเป็นบริษัทแม่ผู้ดูแลซอฟต์แวร์ตัวนี้ การโจมตีในครั้งนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อบริการต่าง ๆ ที่ผู้ใช้งาน Ubuntu ต้องพึ่งพาในชีวิตประจำวัน จนทำให้หน้าเว็บไซต์และระบบหลังบ้านหลายส่วนเริ่มทำงานผิดปกติและเข้าถึงไม่ได้
ทางด้าน Canonical ได้รีบออกมาเคลื่อนไหวผ่านหน้าเว็บไซต์หลักเพื่อแจ้งให้ทุกคนทราบว่า โครงสร้างพื้นฐานเว็บของบริษัทกำลังถูกโจมตีข้ามพรมแดนอย่างต่อเนื่อง และทีมงานกำลังเร่งมือกันอย่างเต็มที่เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยบริษัทสัญญาว่าจะแจ้งความคืบหน้าผ่านช่องทางที่เป็นทางการทันทีที่ทำได้ ซึ่งเหตุการณ์นี้สร้างความกังวลให้กับเหล่านักพัฒนาและแฟนคลับที่ใช้งานระบบนี้อยู่ไม่น้อย เพราะไม่รู้ว่าบริการจะกลับมาใช้งานได้ตามปกติเมื่อไหร่
รูปแบบการโจมตีในครั้งนี้ถูกระบุว่าเป็นแบบ Distributed Denial-of-Service หรือ DDoS ซึ่งเป็นวิธีที่เรียบง่ายแต่ได้ผลชะงัดด้วยการส่งทราฟฟิกขยะจำนวนมหาศาลเข้าไปถล่มเป้าหมายจนระบบรับไม่ไหวและล่มไปในที่สุด เหล่านักพัฒนาของ Ubuntu ได้หารือกันในฟอรัมชุมชนและพบว่าการโจมตีกระทบไปถึง Security API รวมถึงเว็บไซต์หลายแห่งของ Canonical ทำให้ผู้ใช้งานไม่สามารถติดตั้งโปรแกรมหรืออัปเดตความปลอดภัยบนเครื่อง โน้ตบุ๊ก ของตัวเองได้เลย ซึ่งทาง TechCrunch ก็ได้ยืนยันแล้วว่าการอัปเดตล้มเหลวจริงในระหว่างการทดสอบ
กลุ่มที่ออกมาประกาศว่าเป็นผู้ลงมือคือ The Islamic Cyber Resistance in Iraq 313 Team ผ่านช่องทาง Telegram ของพวกเขา โดยอ้างว่าได้ใช้บริการ Beamed ซึ่งเป็นเครื่องมือยิง DDoS แบบเช่าใช้ หรือที่เรียกกันว่า Booters หรือ Stressers บริการประเภทนี้เปิดโอกาสให้ใครก็ได้ที่มีเงินสามารถจ้างยิงถล่มเป้าหมายได้ทันทีแม้จะไม่มีความรู้ทางเทคนิคเลยก็ตาม โดย Beamed เคลมว่าสามารถปล่อยพลังโจมตีได้รุนแรงกว่า 3.5 Tbps ซึ่งถือว่ามหาศาลมากเมื่อเทียบกับสถิติโลกที่เคยมีการบันทึกไว้
แม้ว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมาหน่วยงานระดับโลกอย่าง FBI และ Europol จะพยายามไล่ปราบปรามและสั่งปิดเว็บไซต์ผู้ให้บริการเช่าเครื่องมือโจมตีเหล่านี้ รวมถึงมีการจับกุมผู้อยู่เบื้องหลังไปไม่น้อย แต่ธุรกิจสายมืดนี้ก็ยังคงผุดขึ้นมาใหม่เหมือนดอกเห็ดเปรียบเสมือนเกมตีตัวตุ่นที่ไม่มีวันจบสิ้น การโจมตีครั้งล่าสุดนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าแม้แต่องค์กรที่ดูแลซอฟต์แวร์ระดับโลกก็ยังตกเป็นเป้าหมายได้ง่าย ๆ หากแฮ็กเกอร์มีทรัพยากรที่มากพอในการจ้างวานผ่านบริการผิดกฎหมายเหล่านี้
จนถึงขณะนี้สถานการณ์ความล่มสลายของระบบดำเนินมานานกว่า 20 ชั่วโมงแล้ว โดยตัวแทนของ Canonical อย่าง Lelanie de Roubaix ยังคงยืนยันข้อมูลตามที่ประกาศไว้บนหน้าเว็บและยังไม่มีรายละเอียดใหม่เพิ่มเติม สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้คือความอดทนและรอคอยให้ทีมวิศวกรกู้ระบบคืนมา เพื่อให้ผู้ใช้งาน Ubuntu ทั่วโลกสามารถกลับมาใช้งานระบบและอัปเดตซอฟต์แวร์ได้อย่างปลอดภัยอีกครั้ง ใครที่กำลังจะติดตั้งระบบใหม่หรืออัปเดตแพตช์ในช่วงนี้อาจจะต้องพักโปรเจกต์เอาไว้ก่อนชั่วคราว







