เทคโนโลยี

Apple จ่อเปิดตัว iPhone 18 Pro และ iPhone Ultra รุ่นท็อปราคาแรงในเดือนกันยายนนี้

กลยุทธ์เด็ดกระตุ้นยอดขาย ทั้งระบบผ่อนแบบเช่าซื้อ เพิ่มมูลค่าเครื่องเทรดอิน และเปิดประตูต้อนรับชาว Android

แฟน ๆ Apple เตรียมตัวรับแรงกระแทกกันได้เลย เพราะในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่กำลังจะถึงนี้ ทางค่ายยักษ์ใหญ่กำลังเตรียมจัดงานเปิดตัวสมาร์ตโฟนกลุ่มพรีเมียมครั้งยิ่งใหญ่ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงมากว่าราคาเปิดตัวจะพุ่งทะยานขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด โดยรอบนี้จะเน้นไปที่การส่งรุ่นโปรสุดทรงพลังอย่าง iPhone 18 Pro และสมาร์ตโฟนหน้าจอพับได้รุ่นแรกของค่ายในชื่อ iPhone Ultra ลงสู่สนามในเดือนกันยายน ส่วนรุ่นมาตรฐานที่มีราคาจับต้องได้ง่ายกว่าอย่าง iPhone 18 ถูกเลื่อนกำหนดการออกไปเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิปีหน้าแทน

แน่นอนว่าการปรับขึ้นราคาในครั้งนี้อาจทำให้หลายคนรู้สึกตกใจกับตัวเลขบนป้ายราคา เพราะมีรายงานว่ารุ่นท็อปสุดอาจมีราคาสูงถึง 2500 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับราคาที่เทียบเท่ากับโน้ตบุ๊กตัวแรงอย่าง MacBook Pro เลยทีเดียว ทาง Apple จึงไม่นิ่งนอนใจและได้เริ่มวางหมากเปิดตัวโปรแกรม Apple Upgrade ร่วมกับพันธมิตรอย่าง Klarna ไปตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยโปรแกรมนี้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถเช่าซื้อเครื่องมาใช้งานในระยะเวลา 12 หรือ 24 เดือน ซึ่งจะช่วยให้ยอดชำระต่อเดือนต่ำกว่าการผ่อนชำระในรูปแบบเดิม เนื่องจากคิดคำนวณจากมูลค่าเพียงบางส่วนของตัวเครื่องเท่านั้น

เมื่อสิ้นสุดสัญญาเช่าซื้อดังกล่าว ผู้ใช้งานจะได้รับทางเลือกในการอัปเกรดเป็นเครื่องรุ่นใหม่ ส่งคืนเครื่องให้กับทางบริษัท หรือเลือกจ่ายเงินส่วนที่เหลือทั้งหมดเพื่อเปลี่ยนสถานะมาเป็นเจ้าของเครื่องอย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังสามารถเลือกซื้อประกันเพิ่มเติมอย่าง AppleCare One มารวมไว้ในแพ็กเกจเพื่อให้การดูแลตัวเครื่องมีความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ซึ่งโปรแกรมเช่าซื้อนี้จะช่วยให้ตัวเลขค่าใช้จ่ายรายเดือนที่นำมาใช้ในการโฆษณาดูน่าดึงดูดและเข้าถึงได้ง่ายขึ้นอย่างมาก ช่วยลดความกดดันเรื่องราคาของทั้งสองรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี

iphone-18-pro-ready-to-reach

นอกเหนือจากระบบเช่าซื้อแล้ว ล่าสุด Apple ยังได้ประกาศปรับเพิ่มมูลค่าการนำเครื่องเก่ามาแลกเครื่องใหม่หรือการเทรดอินสำหรับผลิตภัณฑ์ในไลน์อัปปัจจุบันเกือบทั้งหมด ตัวอย่างเช่น iPhone 16 Pro Max ได้รับการปรับราคารับซื้อคืนเพิ่มขึ้นเป็นสูงสุด 720 ดอลลาร์สหรัฐ จากเดิมที่เคยให้อยู่ที่ 695 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่รุ่น iPhone 16 Pro ก็มีการขยับราคาเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 560 ดอลลาร์สหรัฐ ไปเป็น 630 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเครดิตเงินคืนในส่วนนี้สามารถนำไปใช้เป็นส่วนลดได้ทั้งการซื้อขาดและนำไปหักลบกับยอดผ่อนรายเดือนในโปรแกรมเช่าซื้อ

กลยุทธ์ที่น่าสนใจอีกประการคือการเปิดเกมรุกเพื่อดึงดูดผู้ใช้งานจากฝั่ง Android ให้ย้ายค่ายมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ โดย Apple ได้ทำการขยายรายชื่อสมาร์ตโฟนต่างค่ายที่เข้าเกณฑ์การนำมาเทรดอินให้มีความหลากหลายมากขึ้น ครอบคลุมไปถึงสมาร์ตโฟนรุ่นยอดนิยมจากค่าย Google, Samsung และ OnePlus ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ Pixel 9, Galaxy S21 Ultra, OnePlus 13 รวมไปถึง OnePlus 13R ซึ่งผู้ใช้งานกลุ่มนี้ก็นสามารถนำเครดิตที่ได้ไปใช้ร่วมกับโปรแกรม Apple Upgrade ได้เช่นเดียวกัน ถือเป็นการเปิดประตูต้อนรับสมาชิกใหม่เข้าสู่ระบบนิเวศของแบรนด์ได้อย่างชาญฉลาด

การดำเนินงานทั้งหมดนี้ไม่ได้ช่วยทำให้ราคาขายอย่างเป็นทางการของ iPhone 18 Pro หรือ iPhone Ultra ลดต่ำลงแต่อย่างใด ทว่าเป็นการปรับเปลี่ยนวิธีการนำเสนอเพื่อให้ยอดชำระรายเดือนที่ผู้บริโภคต้องจ่ายจริงดูน้อยลง พร้อมกับเพิ่มมูลค่าให้กับอุปกรณ์เครื่องเดิมในมือ และเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้ใช้งานระบบปฏิบัติการอื่นสามารถเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยขับเคลื่อนให้การเปิดตัวสมาร์ตโฟนกลุ่มที่แพงที่สุดประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก ส่วนใครที่กำลังมองหาทางเลือกอื่นที่ราคาเป็นมิตรมากกว่า คงต้องอดใจรอการมาถึงของ iPhone 18 รุ่นมาตรฐาน และ iPhone 18e ในช่วงเดือนมีนาคมหรือเมษายนปีหน้า

ที่มา
9to5mac

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button