เทคโนโลยี

อนาคตทีวี 8K อาจไม่สดใสอย่างที่คิด หลังคอนเทนต์มีน้อยและประโยชน์ไม่ชัดเจน

ค่ายยักษ์ใหญ่ทยอยถอดใจเลิกผลิตหน้าจอ 8K

ย้อนกลับไปในช่วงปี 2010 บรรดาบริษัทเทคโนโลยีต่างพยายามกล่อมให้พวกเราเชื่อว่าทีวีความละเอียด 8K คือสิ่งจำเป็นในอนาคต ตั้งแต่ Sharp ที่เผยโฉมเครื่องต้นแบบรายแรก จนถึงการวางขายจริงในญี่ปุ่นด้วยราคาสูงถึง 16 ล้านเยน หรือประมาณ 5.4 ล้านบาทในปี 2015 ตามมาด้วย Samsung ที่เปิดตัวในสหรัฐฯ ด้วยราคาที่จับต้องง่ายขึ้น และ LG ที่ส่ง OLED 8K ลงสนามเพื่อตอกย้ำว่านี่คือเทคโนโลยีแห่งอนาคต แต่ความจริงที่น่าเศร้าคือจนถึงตอนนี้ 8K ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้เลยว่ามันจำเป็นต่อการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันมากน้อยแค่ไหน

ล่าสุด LG Display ออกมายอมรับว่าได้หยุดสายการผลิตแผงหน้าจอ LCD และ OLED สำหรับทีวี 8K แล้ว โดยตัวแทนของบริษัทระบุว่ากำลังประเมินแนวโน้มตลาดและระบบนิเวศของคอนเทนต์ 8K อย่างครอบคลุม แม้จะยืนยันว่ามีความพร้อมทางเทคนิค แต่ก็จะรอจนกว่าตลาดและลูกค้าจะตัดสินใจว่าถึงเวลาที่เหมาะสมจริงๆ เท่านั้น ซึ่งสอดคล้องกับรายงานที่ว่า LG Electronics จะไม่เติมสต็อกทีวี 8K รุ่นล่าสุดอย่าง QNED99T อีกต่อไปหากสินค้าในมือหมดลง

สัญญาณการถอนตัวจากสมรภูมิ 8K ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับ LG เท่านั้น เพราะก่อนหน้านี้ TCL ก็เลิกทำทีวี 8K ไปตั้งแต่ปี 2021 เนื่องจากความต้องการในตลาดต่ำมาก ส่วน Sony เองก็ยุติการจำหน่ายทีวี 8K รุ่นสุดท้ายไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาและดูไม่มีแผนจะกลับมาทำต่อ ข้อมูลจากบริษัทวิจัย Omdia เผยตัวเลขที่น่าตกใจว่า ในขณะที่มีทีวี 4K ถูกใช้งานอยู่เกือบ 1 พันล้านเครื่องทั่วโลก แต่ทีวี 8K กลับมียอดขายรวมตั้งแต่ปี 2015 เพียง 1.6 ล้านเครื่องเท่านั้น แถมยอดขายยังพุ่งสูงสุดไปแล้วตั้งแต่ปี 2022

tv-8k-future-long-stable

สาเหตุที่ 8K ไปไม่ถึงดวงดาวนั้นเดาได้ไม่ยาก นอกจากราคาที่แพงหูฉี่แล้ว ปัญหาหลักคือไม่มีคอนเทนต์ที่ถ่ายทำด้วยความละเอียด 8K แท้ๆ ให้รับชม แม้แต่บริการสตรีมมิ่งหรือการออกอากาศผ่านดาวเทียมส่วนใหญ่ยังคงวนเวียนอยู่ที่ Full HD หรือ 4K เท่านั้น แม้แต่ฝั่งเกมมิ่งที่เคยตั้งความหวังไว้อย่าง PS5 Pro ก็ยังต้องถอนคำมั่นสัญญาเรื่องการรองรับ 8K ออกไปเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา เนื่องจากข้อจำกัดด้านแบนด์วิดท์และการเชื่อมต่อที่ยังไม่สมบูรณ์

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือขีดจำกัดของสายตามนุษย์ ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัย Cambridge และ Meta ชี้ให้เห็นว่าคุณจะเห็นความต่างระหว่าง 4K และ 8K บนหน้าจอขนาด 50 นิ้วได้ก็ต่อเมื่อนั่งห่างจากจอไม่เกิน 1 เมตรเท่านั้น หรือหากเป็นจอใหญ่ยักษ์ระดับ 80-100 นิ้ว คุณก็ยังต้องนั่งใกล้มากในระยะ 2-3 เมตรถึงจะได้รับประโยชน์จากความละเอียดที่เพิ่มขึ้น ซึ่งในความเป็นจริงคงไม่มีใครนั่งดูทีวีใกล้ขนาดนั้น ทำให้ความละเอียดที่เพิ่มขึ้นแทบไม่มีความหมายในการใช้งานจริง

อย่างไรก็ตาม แม้ 8K จะยังไม่ตายสนิทและยังพอหาซื้อได้จาก Samsung หรือสต็อกที่เหลือของ LG แต่นักเทคโนโลยีส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับฟีเจอร์อื่นมากกว่า เช่น หน้าจอ OLED, การรองรับ HDR, หรือเทคโนโลยีใหม่อย่าง Micro LED ที่ส่งผลต่อคุณภาพของภาพอย่างชัดเจนกว่าการเพิ่มพิกเซล หากจะมีวันที่ทีวี 8K ครองเมืองจริงๆ วันนั้นก็น่าจะยังอยู่อีกไกลแสนไกลจากปัจจุบันแน่นอน

ที่มา
Arstechnica

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button