เทคโนโลยี

Sony ประกาศระงับขาย SD Card หลังดาต้าเซ็นเตอร์ AI กวาดเรียบทั้งตลาด

ตามรอย Western Digital ที่ของหมดสต็อกยาวถึงสิ้นปี 2026

สถานการณ์การขาดแคลนหน่วยความจำทั่วโลกกำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีสาเหตุหลักมาจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของดาต้าเซ็นเตอร์ด้าน AI ล่าสุดยักษ์ใหญ่แห่งวงการเทคโนโลยีอย่าง Sony ได้ประกาศระงับการรับคำสั่งซื้อการ์ดหน่วยความจำเกือบทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็น CFexpress Type A, Type B และ SD Card ทั่วไป ทั้งจากตัวแทนจำหน่ายและผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งการตัดสินใจครั้งนี้มีการประกาศอย่างเป็นทางการผ่านเว็บไซต์ Sony ของญี่ปุ่น โดยระบุชัดเจนว่าปัญหาเกิดจากความไม่สมดุลระหว่างซัพพลายหน่วยความจำและความต้องการในตลาดที่พุ่งสูงจนเกินควบคุม

ประกาศของ Sony มีผลตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2026 เป็นต้นไป โดยครอบคลุมตั้งแต่การ์ดระดับไฮเอนด์อย่างซีรีส์ TOUGH ไปจนถึงการ์ดระดับเริ่มต้นรุ่น V30 มีเพียงการ์ดบางรุ่นอย่าง CFexpress Type B ขนาด 960GB และ SD Card ซีรีส์ SF-UZ บางส่วนเท่านั้นที่ยังมีรายงานว่ายังอยู่ในสายการผลิตอยู่บ้าง แต่ภาพรวมคือหากใครเห็นสินค้าเหล่านี้วางอยู่บนชั้นวางในตอนนี้ ให้สันนิษฐานได้เลยว่าเป็นสินค้าล็อตสุดท้ายที่จะมีให้เห็นไปอีกพักใหญ่ เนื่องจากบริษัทเองก็ยังไม่สามารถระบุวันที่จะกลับมาดำเนินการผลิตและรับคำสั่งซื้อได้ตามปกติ

การเคลื่อนไหวของ Sony ในครั้งนี้เกิดขึ้นตามหลังคู่แข่งอย่าง Western Digital ที่เพิ่งสร้างความตกตะลึงเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ด้วยการประกาศว่าฮาร์ดไดรฟ์ (HDD) ทั้งหมดที่เตรียมไว้สำหรับปี 2026 ถูกจองเต็มโควตาเรียบร้อยแล้วตั้งแต่อย่างน้อย 10 เดือนก่อนจบปี โดยลูกค้ารายใหญ่กว่า 90% คือกลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์และดาต้าเซ็นเตอร์ที่ต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลมหาศาลเพื่อใช้ในการประมวลผล AI ส่งผลให้ส่วนแบ่งสินค้าสำหรับผู้บริโภครายย่อยเหลือไม่ถึง 5% และทำให้ราคาขายปลีกพุ่งสูงขึ้นเกือบ 50% ภายในเวลาไม่กี่เดือน

sony-suspended-sd-card-sale

ไม่ใช่แค่เรื่องอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ เพราะในสัปดาห์เดียวกัน Sony ยังได้ประกาศขึ้นราคาเครื่องเล่นเกมคอนโซล PlayStation 5 ทุกรุ่น รวมถึง PlayStation Portal ทั่วโลก โดยในสหรัฐอเมริกาและยุโรปมีการปรับขึ้นราคาสูงถึง 100 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,600 บาท) และ 150 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5,400 บาท) สำหรับรุ่น Pro ซึ่งจะมีผลในวันที่ 2 เมษายน 2026 นี้ โดยบริษัทให้เหตุผลว่าเป็นขั้นตอนที่จำเป็นท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจและต้นทุนส่วนประกอบที่สูงขึ้นอย่างมหาศาลโดยเฉพาะชิปหน่วยความจำ

นักวิเคราะห์จากหลายสำนักมองว่า วิกฤตการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่กำลังให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าองค์กรมากกว่าผู้บริโภคทั่วไป เนื่องจากกลุ่ม AI มีกำลังซื้อสูงและพร้อมทำสัญญาระยะยาวจนถึงปี 2027-2028 ส่งผลให้ราคาหน่วยความจำ NAND Flash พุ่งสูงขึ้นกว่า 55% และราคา SD Card ในบางพื้นที่ดีดตัวขึ้นถึง 3 เท่าตัว ความกังวลที่ตามมาคือเราอาจได้เห็นผู้ผลิตรายอื่นๆ เดินตามรอย Sony ในการระงับการขายหรือปรับราคาสินค้าขึ้นอีกในอนาคตอันใกล้

บทสรุปของเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมเทคโนโลยีกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดถูกดึงไปใช้เพื่อขับเคลื่อนโลกของปัญญาประดิษฐ์จนทำให้สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในชีวิตประจำวันกลายเป็นของหายากและมีราคาแพงขึ้น สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้ การตรวจสอบสต็อกสินค้าที่ยังหลงเหลืออยู่ในร้านค้าปลีกและตัดสินใจซื้อตั้งแต่ตอนนี้อาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ก่อนที่สินค้าแบรนด์ดังจะหายไปจากตลาดนานเป็นปี

ที่มา
Mashable

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button