Sony ผุดไอเดียลดขนาดเกม AAA จาก 100GB เหลือแค่ 100MB
ผสมผสานระหว่างการเล่นแบบ Local และ Cloud

ยุคนี้เกมระดับ AAA พัฒนาไปไกลมากแต่สิ่งที่ตามมาเป็นเงาตามตัวคือขนาดไฟล์ที่ใหญ่จนน่าตกใจ บางเกมกินพื้นที่ SSD ไปมากกว่า 100GB จนทำให้พื้นที่เก็บข้อมูลในเครื่องเต็มไวแบบไม่ทันตั้งตัว ล่าสุด Sony ได้จดสิทธิบัตรใหม่ที่อาจเป็นทางออกของปัญหานี้ โดยตั้งเป้าที่จะลดขนาดการดาวน์โหลดเกมยักษ์ใหญ่ให้เหลือเพียงประมาณ 100MB เท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยลงกว่าเดิมมหาศาล
แนวคิดหลักของสิทธิบัตรนี้คือการสร้างสมดุลที่ลงตัวระหว่างการดาวน์โหลดข้อมูลลงเครื่องและการฝากไฟล์ไว้บนระบบ Cloud โดย Sony จะใช้วิธีให้ดาวน์โหลดเฉพาะตัว Launcher และไฟล์คำสั่งหลักที่จำเป็นต่อการรันเกมมาไว้ในเครื่อง ส่วนพวกไฟล์ภาพ Texture คุณภาพสูงหรือไฟล์เสียงที่กินพื้นที่เยอะๆ จะถูกส่งผ่านระบบ Streaming แทน วิธีนี้จะช่วยให้เกมรันได้โดยไม่ประสบปัญหาความหน่วงเหมือนการเล่นผ่าน Cloud เต็มรูปแบบ
สิ่งที่น่าสนใจคือจะไม่มีปัญหาเรื่อง Input Lag หรืออาการเฟรมเรตตก เพราะไฟล์เทคนิคที่ใช้ประมวลผลระหว่างการเล่นยังคงถูกเก็บไว้ในระบบโลคัล ตัวอย่างเช่นไฟล์ Executable อาจจะมีขนาดเพียง 100MB แทนที่จะเป็น 10GB หรือ 100GB เหมือนเกมสเกลใหญ่ในปัจจุบัน ทำให้ผู้เล่นสามารถเข้าถึงเกมได้รวดเร็วขึ้นโดยไม่ต้องรอดาวน์โหลดนานข้ามคืน

Sony อธิบายว่าหากการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมีปัญหาจนส่งผลต่อการ Stream ไฟล์คุณภาพสูง สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือคุณภาพกราฟิกอาจจะลดลงบ้างในระดับที่พอมองเห็น แต่จะไม่เกิดปัญหาความหน่วงของปุ่มกดที่น่าหงุดหงิดเหมือนบริการ Cloud Gaming ทั่วไป นอกจากนี้ตัวเกมยังสามารถเลือกใช้ Texture คุณภาพต่ำที่โหลดไว้ล่วงหน้า หรือแอบโหลดไฟล์ล่วงหน้าสำหรับด่านต่อไปเพื่อความลื่นไหลในการเล่น
อย่างไรก็ตาม หากไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเลย ตัวเกมอาจจะทำงานได้เฉพาะในโหมดกราฟิกคุณภาพต่ำหรือมีข้อจำกัดบางประการ ซึ่ง Sony เคยจดสิทธิบัตรที่มีเป้าหมายคล้ายกันนี้มาแล้วในอดีต แต่เอกสารฉบับใหม่นี้ยิ่งตอกย้ำว่ายักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นรายนี้กำลังเอาจริงกับการหาวิธีที่ลงตัวที่สุดในการลดขนาดไฟล์เกมเพื่อช่วยให้เหล่าเกมเมอร์ไม่ต้องคอยลบเกมเก่าเพื่อลงเกมใหม่บ่อยๆ
นอกจากเรื่องการจัดการพื้นที่แล้ว Sony ยังมีไอเดียล้ำๆ อีกเพียบที่เคยจดสิทธิบัตรไว้ ไม่ว่าจะเป็นระบบ AI ที่สร้าง Podcast ส่วนตัวสำหรับผู้เล่น หรือระบบแชทล้ำสมัยที่ควบคุมการขยับริมฝีปากตัวละครในเกมได้แบบ Real-time ก็น่าติดตามกันต่อไปว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะถูกนำมาใช้จริงเมื่อไหร่ และจะเปลี่ยนโฉมการเล่นเกมบนเครื่อง PlayStation หรือโน้ตบุ๊กไปมากขนาดไหน







