Samsung เปิดตัว Galaxy S26 Series จัดเต็มความเทพด้วย Intuitive Galaxy AI
ส่องสเปกเรือธง 3 รุ่นใหม่ Galaxy S26, Galaxy S26+ และ Galaxy S26 Ultra ที่ฉลาดรู้ใจกว่าเดิม

สิ้นสุดการรอคอยเสียทีกับการเผยโฉมสมาร์ทโฟนตัวท็อปอย่าง Samsung Galaxy S26 Series ที่รอบนี้ขนกันมาครบทั้ง 3 รุ่นเหมือนเดิม ไฮไลต์เด็ดอยู่ที่ระบบปัญญาประดิษฐ์ Intuitive Galaxy AI ซึ่งไม่ใช่แค่เก่งธรรมดาแต่ยังทำงานแบบเชิงรุกและปรับตัวตามพฤติกรรมได้อัจฉริยะสุดๆ โดยมีการจับมือกับ Perplexity ให้เราเรียกใช้คำสั่งเสียง Hey Plex เพื่อหาข้อมูลเชิงลึกได้ทันที แถมยังมีระบบ Multi-Agent AI ช่วยจัดการงานซ้อนในพื้นหลังได้แบบไม่ต้องสลับแอปไปมาให้วุ่นวายเลย
มาดูพี่ใหญ่อย่าง Galaxy S26 Ultra กันก่อน รอบนี้มาในดีไซน์โค้งมนรับฝ่ามือมากขึ้นแต่ยังคงหน้าจอแบนราบขนาด 6.9 นิ้วไว้ให้เขียน S Pen ได้ถนัดมือ ตัวเครื่องบางเพียง 7.9 มม. และเบาลงเหลือ 214 กรัม จุดที่ว้าวที่สุดคือหน้าจอ Flex Magic Pixel ที่กันคนข้างๆ แอบมองจอได้ 360 องศาโดยไม่ต้องติดฟิล์มเพิ่ม ส่วนกล้องหลัง 200MP อัปเกรดรูรับแสงกว้างถึง f/1.4 ช่วยให้ถ่ายที่มืดได้สว่างขึ้นถึง 47% พร้อมชิปเซ็ต Snapdragon 8 Elite Gen 5 for Galaxy ที่แรงสะใจและชาร์จไวขึ้นเป็น 60W ชาร์จแค่ 30 นาทีก็ได้แบตเตอรี่ถึง 75% แล้ว
ฝั่งน้องเล็กและน้องกลางอย่าง Galaxy S26 และ Galaxy S26+ ก็ไม่น้อยหน้า มาพร้อมดีไซน์โมดูลกล้องแบบโปร่งแสงดูพรีเมียมขึ้น โดยรุ่น Galaxy S26 มีขนาดจอ 6.3 นิ้ว แบตเตอรี่ 4,300mAh ส่วน Galaxy S26+ ขยับจอเป็น 6.7 นิ้ว พร้อมแบตเตอรี่ 4,900mAh ทั้งคู่ใช้ชิปเซ็ต Exynos 2600 สถาปัตยกรรม 2 นาโนเมตรรุ่นแรกของโลกที่เน้นการประมวลผล NPU ให้ฉลาดขึ้นกว่าเดิมถึง 38% ทำให้การใช้งานทั่วไปและงานด้าน AI ลื่นไหลแบบไม่มีสะดุด

ฟีเจอร์ด้านซอฟต์แวร์ก็น่าสนใจมาก เพราะมาพร้อม One UI 8.5 บนพื้นฐาน Android 16 ที่มีระบบ AI Scam Detection คอยตรวจจับสายมิจฉาชีพให้ทันที นอกจากนี้ยังมี Photo Assist โฉมใหม่ที่ช่วยให้เราแต่งภาพด้วยการพิมพ์บอก AI ได้เลย เช่น สั่งให้เปลี่ยนฉากจากกลางวันเป็นกลางคืน หรือจะเสกให้รอยแหว่งบนเค้กกลับมาเต็มเหมือนเดิมก็ทำได้ง่ายๆ ส่วนสายวิดีโอก็มีระบบ Super Steady พร้อม Horizontal Lock ที่ช่วยล็อกแนวราบให้ภาพนิ่งสนิทแม้จะวิ่งเทรลหรือเคลื่อนไหวหนักแค่ไหนก็ตาม
สำหรับราคาค่าตัวในประเทศไทยนั้น Samsung Galaxy S26 เริ่มต้นที่ความจุ 12GB + 256GB ในราคา 33,900 บาท รุ่น Galaxy S26+ เริ่มต้นที่ 40,900 บาท และตัวท็อปอย่าง Galaxy S26 Ultra เริ่มต้นที่ 46,900 บาท ไปจนถึงรุ่นความจุสูงสุด 16GB + 1TB ในราคา 66,900 บาท โดยมีสีหลักให้เลือกทั้งสีม่วง สีฟ้า สีดำ และสีขาว ส่วนใครที่อยากได้สีพิเศษอย่างสีชมพู Pink Gold หรือสีเงิน Silver Shadow ต้องไปกดสั่งผ่านช่องทาง Online Exclusive ที่เว็บไซต์ samsung.com เท่านั้น
ปิดท้ายด้วยความสามารถของ Bixby ที่เก่งขึ้นจนน่าตกใจ เพราะตอนนี้เราไม่ต้องมานั่งจำชุดคำสั่งเป๊ะๆ อีกต่อไปแล้ว สามารถพูดคุยด้วยภาษาคนแบบปกติเพื่อขอความช่วยเหลือได้เลย ถือเป็นการยกระดับประสบการณ์ใช้งานสมาร์ทโฟนให้กลายเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่รู้ใจอย่างแท้จริง







