เทคโนโลยี

Samsung อัปเกรดความสว่างให้โปรเจกเตอร์ Freestyle+ รุ่นใหม่รับปี 2026

ขยับสเปกเป็น 430 ISO Lumens

Samsung เปิดตัว Freestyle+ โปรเจกเตอร์พกพารุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการ โดยเน้นการปรับปรุงจุดอ่อนสำคัญในเรื่องความสว่าง ซึ่งเป็นปัญหาหลักที่ผู้ใช้งานรุ่นก่อนหน้าเคยเรียกร้อง โดยรุ่นใหม่นี้ระบุความสว่างไว้ที่ 430 ISO Lumens ซึ่งทาง Samsung ยืนยันว่าให้ความสว่างสูงกว่ารุ่นเดิมเกือบสองเท่า ช่วยให้การรับชมคอนเทนต์ในสภาพแวดล้อมที่มีแสงรบกวนมีความคมชัดและสดใสมากขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา

อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 430 ISO Lumens อาจสร้างความสับสนให้กับผู้บริโภค เนื่องจากในสเปกของ Freestyle รุ่นแรกและรุ่นที่สองเคยระบุความสว่างไว้สูงถึง 550 Lumens สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะในอดีตผู้ผลิตมักใช้หน่วยวัดแบบ LED Lumens ที่ไม่เป็นมาตรฐานสากลทำให้ตัวเลขดูสูงเกินจริง แต่ในรุ่น Freestyle+ นี้ Samsung ได้เปลี่ยนมาใช้มาตรฐาน ISO Lumens ซึ่งเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมที่เข้มงวดและสะท้อนความสว่างในการใช้งานจริงได้แม่นยำกว่า

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระแสในวงการโปรเจกเตอร์ หลังจากที่แบรนด์ดังอย่าง Epson ได้ดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ผลิตหลายรายเพื่อบีบให้มีการใช้หน่วยวัดที่โปร่งใส ส่งผลให้แบรนด์อื่นๆ เช่น Anker และ Xgimi ต้องปรับตัวตามมาตรฐาน ISO หรือ ANSI Lumens เช่นกัน การใช้มาตรฐานใหม่นี้จึงช่วยให้ผู้บริโภคสามารถนำสเปกของ Freestyle+ ไปเปรียบเทียบกับคู่แข่งในท้องตลาดได้อย่างตรงไปตรงมาและมั่นใจในประสิทธิภาพที่จะได้รับมากขึ้น

samsung-freestyle-projector-2026

ในด้านการออกแบบ Freestyle+ ยังคงรักษาจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ไว้ได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นตัวเครื่องทรงกระบอกที่สามารถหมุนได้ 180 องศาเพื่อฉายภาพขึ้นเพดานหรือผนังได้อย่างอิสระ มาพร้อมลำโพงแบบ 360 องศาที่ได้รับการปรับจูนใหม่ให้มีเสียงที่แน่นและมีมิติขึ้น และยังคงรองรับการสตรีมคอนเทนต์ความละเอียด Full HD 1080p ผ่าน Wi-Fi รวมถึงรองรับ Samsung Gaming Hub สำหรับการเล่นเกมบนคลาวด์โดยไม่ต้องต่อเครื่องคอนโซล

เทคโนโลยีที่เป็นหัวใจสำคัญของรุ่นนี้คือ AI OptiScreen ซึ่งเป็นระบบอัจฉริยะที่ช่วยจัดการเรื่องภาพทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขภาพบิดเบี้ยวแบบ 3D (3D Auto Keystone) การโฟกัสภาพแบบเรียลไทม์ (Real-time Focus) และการปรับค่าสีตามผนังห้อง (Wall Calibration) นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบ Vision AI Companion ที่ทำงานร่วมกับ Bixby เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถโต้ตอบและค้นหาคอนเทนต์ผ่านคำสั่งเสียงได้อย่างเป็นธรรมชาติและชาญฉลาดกว่าเดิม

แม้จะมีการอัปเกรดความสว่างและระบบ AI ให้ล้ำสมัยขึ้น แต่ Freestyle+ ยังคงเน้นการพกพาโดยไม่มีแบตเตอรี่ในตัวเช่นเดิม ผู้ใช้ต้องพึ่งพาเพาเวอร์แบงก์หรืออุปกรณ์เสริมที่เป็นฐานแบตเตอรี่หากต้องการใช้งานนอกสถานที่ ทั้งนี้ Samsung มีแผนจะนำโปรเจกเตอร์รุ่นใหม่นี้ไปจัดแสดงที่บูธในงาน CES 2026 ช่วงสัปดาห์หน้า โดยคาดว่าจะประกาศราคาและวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการภายในงาน ท่ามกลางการจับตามองว่าราคาจะเปิดตัวแรงเหมือนรุ่นก่อนที่เคยสูงถึง 899 ดอลลาร์หรือไม่

ที่มา
The Verge

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button