
หากใครเคยสัมผัสโลกของ Roblox จะรู้ดีว่าเป็นแพลตฟอร์มที่มีความหลากหลายและคาดเดาได้ยากมาก ล่าสุดทาง Roblox จึงตัดสินใจยกเครื่องระบบดูแลความปลอดภัยใหม่ โดยการนำระบบ Multimodal AI มาใช้งานแบบเรียลไทม์ ซึ่งระบบนี้ไม่ได้ตรวจสอบแค่จุดใดจุดหนึ่ง แต่จะสแกนภาพรวมของทั้งฉากในเกมเพื่อดักจับเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมซึ่งอาจเล็ดลอดฟิลเตอร์แบบเดิมไปได้
ความพิเศษของระบบ AI ตัวใหม่นี้คือความสามารถในการวิเคราะห์องค์ประกอบหลายอย่างพร้อมกัน ทั้งตัวละครอวตาร ข้อความ และวัตถุ 3D เพื่อตัดสินว่าภาพรวมนั้นละเมิดมาตรฐานชุมชนหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น หากมีผู้เล่นใช้เครื่องมือวาดเขียนเพื่อสร้างสัญลักษณ์ที่น่ารังเกียจ ซึ่งระบบตรวจจับไอเทมเดี่ยวๆ อาจมองข้ามไป แต่ AI ตัวนี้จะเข้าใจบริบทและรู้ทันทีว่าสิ่งนั้นคือปัญหาที่ต้องจัดการ
เมื่อระบบตรวจพบการทำผิดกฎซ้ำๆ ในเซิร์ฟเวอร์ใดเซิร์ฟเวอร์หนึ่ง AI จะทำการสั่งปิดเฉพาะเซิร์ฟเวอร์นั้นทิ้งทันทีโดยไม่กระทบกับตัวเกมหลักทั้งหมด ซึ่งตั้งแต่เริ่มใช้งานมา มีรายงานว่าเซิร์ฟเวอร์ที่ทำผิดกฎถูกสั่งปิดไปแล้วเฉลี่ยถึง 5,000 เซิร์ฟเวอร์ต่อวัน โดยเป้าหมายสูงสุดของ Roblox คือการใช้ระบบนี้ตรวจสอบเวลาการเล่นให้ครอบคลุม 100% เพื่อคัดกรองคนนิสัยไม่ดีออกจากสังคมเกม

ในฝั่งของผู้สร้างเกมหรือ Creators ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกปิดเงียบ เพราะตอนนี้มีการเพิ่มแผนภูมิใหม่ใน Creator Dashboard เพื่อแสดงข้อมูลว่ามีเซิร์ฟเวอร์ในเกมของคุณถูกสั่งปิดไปกี่ครั้งเนื่องจากพฤติกรรมแย่ๆ ของผู้เล่น ข้อมูลนี้จะช่วยให้ผู้สร้างสามารถตรวจสอบและปรับปรุงระบบต่างๆ ในเกม เช่น ท่าทางอีโมต หรือเครื่องมือสร้างสิ่งของ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาบานปลายในอนาคต
นอกจากเรื่องเทคโนโลยีแล้ว Roblox ยังจับมือกับค่ายเกมยักษ์ใหญ่อย่าง Riot Games และ Keyword Studios เพื่อพัฒนาหลักสูตร DLC Leadership Program สำหรับผู้ดูแลชุมชนออนไลน์ โดยมีนักจิตวิทยาการวิจัยอย่าง Rachel Kowert มาร่วมวางรากฐานการฝึกอบรมที่อ้างอิงจากหลักฐานทางวิชาการ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่อุตสาหกรรมเกมไม่เคยมีมาก่อนในการสร้างมาตรฐานการดูแลสังคมให้น่าอยู่
ที่ผ่านมา Roblox พยายามเสริมสร้างความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ระบบควบคุมโดยผู้ปกครองไปจนถึงฟิลเตอร์แชตตามช่วงอายุ และการอัปเดต AI ครั้งนี้ถือเป็นแผนการที่ทะเยอทะยานที่สุด สำหรับใครที่อยากสนับสนุนลูกหลานให้เล่นเกมอย่างปลอดภัยผ่านอุปกรณ์ประสิทธิภาพดี ปัจจุบันแท็บเล็ตที่รองรับการเล่นเกมนี้ได้ลื่นไหลมีราคาเริ่มต้นประมาณ 300 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 10,900 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่าเมื่อแลกกับระบบความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้นขนาดนี้ครับ







