เทคโนโลยี

การ์ดจอ 4GB หวนคืนวงการเตรียมรับมือวิกฤต RAM ขาดแคลน

สัญญาณเตือนผลกระทบจากกระแส AI

วิกฤตชิปความจำขาดแคลนที่เกิดจากกระแสความนิยม AI ยังคงส่งผลกระทบต่อเนื่อง ล่าสุด Valve ออกมาระบุว่าสถานการณ์ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์รวมถึงการ์ดจอกำลังแย่ลงเรื่อยๆ จนส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทั้งอุตสาหกรรม และสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อมีการหลุดข้อมูลการ์ดจอรุ่นใหม่ที่ลดสเปกแรมลงอย่างน่าตกใจ

เบาะแสล่าสุดนี้มาจากแบรนด์ผู้ผลิตการ์ดจอชื่อดังอย่าง ASRock ที่หลุดข้อมูลผ่านบัญชี Twitter ของ RubyRapids โดยเปิดเผยรายการสินค้าบนเว็บไซต์เป็นรุ่น AMD Radeon RX 9050 Challenger ซึ่งที่น่าสนใจคือมีตัวเลือกขนาด VRAM ทั้งแบบ 8GB และแบบ 4GB โดยรุ่น 4GB นั้นถือเป็นเรื่องแปลกใหม่มากสำหรับเทคโนโลยีการ์ดจอในยุคปัจจุบัน

หากย้อนมองกลับไป ในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา วงการการ์ดจอแทบจะก้าวข้ามขนาดความจำ 4GB ไปหมดแล้ว โดยรุ่นสุดท้ายที่เคยทำออกมาขายคือ Intel Arc A310, Nvidia GTX 1630 รวมไปถึง AMD Radeon RX 6400 และ RX 6500 XT ซึ่งเคยเปิดตัวในราคาช่วงเก้าสิบเก้าถึงหนึ่งร้อยเก้าสิบเก้าดอลลาร์สหรัฐ แต่สำหรับ AMD Radeon RX 9050 รุ่นใหม่นี้ คาดว่าราคาอาจจะพุ่งไปแตะระดับเพดานบนของกลุ่มงบประหยัดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เรื่องที่ทำให้เหล่านักสตรีมเมอร์และคนชอบเล่นเกมกังวลกันมากที่สุด คือขนาด VRAM ที่น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะเกมยุคใหม่ส่วนใหญ่ต้องการความจำการ์ดจอค่อนข้างสูง การนำการ์ดจอความจำ 4GB มาใช้เล่นเกมที่ความละเอียด 1080p หรือต่ำกว่า อาจทำให้เกิดปัญหากราฟิกรองรับไม่ไหว และกระตุกจนเสียอารมณ์เอาได้ง่ายๆ

นอกจากความจุที่โดนตัดทอนลงมาแล้ว สเปกด้านความกว้างของบัสความจำก็อาจถูกจำกัดเหลือเพียง 64-bit หากใช้ชิปความจำเพียงสองตัว ซึ่งส่งผลให้การส่งข้อมูลช้าลงไปอีก แต่ถ้าหากใช้ชิปความจำสี่ตัวก็อาจได้บัสขนาด 128-bit ซึ่งพอจะช่วยให้การทำงานลื่นไหลขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง แม้ว่าจะยังถือเป็นสเปกระดับเริ่มต้นอยู่ดี

ในส่วนของพลังการประมวลผล AMD Radeon RX 9050 ใช้ชิป Navi 44 แบบเดียวกับรุ่นพี่อย่าง RX 9060 แต่โดนลดสเปกเหลือเพียง 16 compute units โดยผลการทดสอบเบื้องต้นแสดงความเร็วคล็อกพื้นฐานที่ 1920MHz และดันได้สูงสุดถึง 2600MHz พร้อมแนะนำให้ใช้พาวเวอร์ซัพพลายขนาด 450W ซึ่งกินไฟน้อยกว่ารุ่นพี่เล็กน้อย ถือเป็นทางเลือกสำหรับคนงบจำกัดในวันที่ตลาดคอมพิวเตอร์ต้องรับมือกับความผันผวนของราคาชิ้นส่วนอย่างหนัก

ที่มา
Digitalfoundry

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button