เทคโนโลยี

Patriot เผยไม่ได้กำไรอย่างที่คิดหลังราคาแรมพุ่งต่อเนื่อง

พร้อมเตือนถ้าจะซื้อให้รีบตัดสินใจ

กลายเป็นประเด็นร้อนในงาน CES 2026 เมื่อ Shannon Robb ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของ Patriot แบรนด์หน่วยความจำยักษ์ใหญ่ ออกมาเปิดใจถึงสถานการณ์ราคาแรมที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเขายืนยันว่าทางบริษัทไม่ได้นั่งหัวเราะดีใจในขณะที่ขนเงินเข้าธนาคารอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะความจริงแล้วผู้ผลิตโมดูลหน่วยความจำเองก็กำลังแบกรับต้นทุนมหาศาลที่ต้องจ่ายเพื่อซื้อชิ้นส่วนมาผลิตเช่นกัน

สาเหตุหลักที่ทำให้ราคาแรมแพงหูฉี่นั้นมาจากความหิวโหยของบริษัทด้าน AI ที่กว้านซื้อแผ่นเวเฟอร์ (Wafer) ซึ่งเป็นวัตถุดิบต้นน้ำไปกว่า 40% ของการผลิตทั้งหมด ทำให้ผู้ผลิตชิปรายใหญ่อย่าง Samsung, Micron หรือ SK Hynix ไม่สามารถผลิตชิปป้อนตลาดทั่วไปได้ทัน สิ่งที่น่าตกใจคือสต็อกจำนวนมากถูกซื้อไปเก็บไว้เฉยๆ เพราะศูนย์ข้อมูลหลายแห่งยังสร้างไม่เสร็จหรือมีพลังงานไฟฟ้าไม่เพียงพอต่อการใช้งาน

สำหรับใครที่กำลังลังเลว่าจะซื้อแรมมาใส่ โน้ตบุ๊ก หรือพีซีตัวเก่งดีไหม Shannon Robb ให้คำแนะนำว่าหากมีความจำเป็นต้องใช้อยู่แล้ว เวลานี้อาจเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด เพราะดูเหมือนว่าราคาจะยังไม่ถึงจุดสูงสุดและมีแนวโน้มจะขยับตัวขึ้นไปอีก แต่หากของเดิมที่มีอยู่ยังใช้งานได้ดีและเล่นเกมได้ลื่นไหล เขาก็แนะนำว่าอย่าเพิ่งรีบจ่ายเงินแพงๆ เพื่ออัปเกรดโดยไม่จำเป็น เหมือนกับกรณีการ์ดจอที่หากของเก่ายังไหวก็ควรใช้ต่อไปก่อน

patriot-memory-price-hike-on

ในด้านการวางแผนอัปเกรด เขาเสนอไอเดียที่น่าสนใจว่าควรเลือกซื้อชุดหน่วยความจำที่ สมเหตุสมผล มากกว่าการวิ่งตามรุ่นท็อปที่มีราคาสูงเกินจริง หากสามารถประหยัดเงินในส่วนของแรมได้ ผู้เล่นอาจจะมีงบประมาณเหลือไปเพิ่มความแรงในส่วนของ GPU หรือ CPU หรือแม้แต่การเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลอีกสัก 1 TB (Terabyte) เพื่อให้เก็บเกมได้มากขึ้น แทนที่จะเสียเงินไปกับความแรงที่อาจจะไม่ได้ใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

ตัวเลขทางการเงินในอุตสาหกรรมนี้ก็น่าสนใจมาก เพราะการขยายโรงงานผลิตชิปหนึ่งแห่งอาจต้องใช้เงินลงทุนสูงถึง 5,000,000,000 USD (ประมาณ 167,500,000,000 บาท) ซึ่งแบรนด์อย่าง SK Hynix เองก็ยังลังเลที่จะเพิ่มกำลังการผลิตเพราะกลัวว่าหากกระแส AI ซาลงในอนาคตจะเกิดภาวะสินค้าล้นตลาด การที่ผู้ผลิตรายใหญ่ระมัดระวังตัวเช่นนี้จึงเป็นสัญญาณว่าราคาแรมในตลาดโลกจะยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงไปอีกพักใหญ่

บทสรุปสำหรับเกมเมอร์และผู้ใช้งานทั่วไปคือการสำรวจความต้องการที่แท้จริงของตนเอง หากเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณยังทำงานได้ปกติและไม่ได้มีปัญหาในการรันโปรแกรมใหม่ๆ การรอคอยให้ตลาดกลับสู่ภาวะปกติอาจเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุด เพราะในยุคที่ทุกอย่างแพงขึ้นตั้งแต่แรมไปจนถึงระบบระบายความร้อน การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุดคือกลยุทธ์ที่ดีที่สุดในตอนนี้

ที่มา
PCGamer

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button