เทคโนโลยี

Nvidia เบรกการผลิตการ์ดจอเพื่อทุ่มชิป AI เต็มตัว

RTX 60 อาจต้องรอนานถึงปี 2028

ดูเหมือนว่าจะต้องเจอข่าวร้ายครั้งใหญ่ เมื่อ Nvidia ตัดสินใจเปลี่ยนกลยุทธ์แบบหักดิบ โดยมีรายงานว่าทางบริษัทได้ตัดสินใจเลื่อนการเปิดตัวการ์ดจอตระกูล RTX 50 Super ที่หลายคนรอคอยออกไปอย่างไม่มีกำหนด พร้อมทั้งสั่งลดกำลังการผลิตการ์ดจอ RTX 50 ซีรีส์รุ่นปัจจุบันลงด้วย แม้ว่าสินค้าจะขาดตลาดอยู่แล้วก็ตาม เหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้คือวิกฤตการขาดแคลน RAM ทั่วโลก ทำให้ Nvidia ต้องเลือกว่าจะป้อนชิ้นส่วนให้ใคร และคำตอบก็คือฝั่ง AI ที่ทำกำไรได้มหาศาลกว่าหลายเท่าตัว

จากรายงานของ The Information ระบุว่าผู้บริหารของ Nvidia ได้ประชุมด่วนเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมาเพื่อประเมินสถานการณ์การขาดแคลนหน่วยความจำความเร็วสูง หรือ GDDR7 ซึ่งเป็นหัวใจหลักของทั้งการ์ดจอเกมมิ่งและชิปเร่งความเร็ว AI ผลสรุปคือบริษัทเลือก AI ให้เต็มที่มากกว่าจะเอาใจเกมเมอร์ เพราะชิป AI สำหรับศูนย์ข้อมูลนั้นมีราคาสูงและเป็นที่ต้องการอย่างมากจากยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีอย่าง Microsoft และ Google

ตัวเลขจากผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ปีงบประมาณ 2026 ของ Nvidia ยิ่งตอกย้ำเรื่องนี้ชัดเจน โดยรายได้จากฝั่ง Data Center เพียงอย่างเดียวพุ่งสูงถึง 5.12 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.69 ล้านล้านบาท จากรายได้รวมทั้งหมด 5.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.88 ล้านล้านบาท ในขณะที่รายได้จากฝั่งเกมมิ่งกลายเป็นเพียงเศษส่วนเล็กๆ ในบัญชีของบริษัทไปแล้ว เมื่อกำไรจาก AI พิมพ์เงินได้เร็วกว่า การ์ดจอสำหรับเล่นเกมจึงถูกมองว่าเป็นตัวถ่วงในสายตาของผู้บริหาร

nvidia-focus-on-ai-production

ความซวยไม่ได้หยุดอยู่แค่การยกเลิก RTX 50 Super เท่านั้น แต่ยังลามไปถึงอนาคตของ RTX 60 ซีรีส์ (สถาปัตยกรรม Rubin) ที่เดิมทีควรจะเริ่มผลิตในช่วงปลายปี 2027 แต่ด้วยข้อจำกัดด้านห่วงโซ่อุปทานหน่วยความจำ ทำให้กำหนดการวางจำหน่ายอาจถูกเลื่อนออกไปจนถึงปี 2028 หรือนานกว่านั้น ถือเป็นช่องว่างระหว่างเจเนอเรชันที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของ Nvidia เลยทีเดียว แฟนๆ ที่หวังจะอัปเกรดคอมพิวเตอร์ด้วยการ์ดจอรุ่นใหม่ในราคาที่จับต้องได้จึงแทบจะหมดสิทธิ์

ทางโฆษกของ Nvidia ได้ออกมาชี้แจงสั้นๆ ว่า ความต้องการการ์ดจอ GeForce RTX ยังคงแข็งแกร่ง แต่ยอมรับว่าซัพพลายของหน่วยความจำนั้นมีจำกัดจริงๆ บริษัทกำลังพยายามอย่างเต็มที่ร่วมกับซัพพลายเออร์เพื่อจัดหาชิ้นส่วนให้ได้มากที่สุด แต่คำตอบนี้ดูเหมือนจะไม่ช่วยให้เกมเมอร์รู้สึกดีขึ้น เพราะความจริงที่ปรากฏคือการ์ดจอรุ่นเดิมเริ่มหาซื้อยากขึ้นเรื่อยๆ และราคาในตลาดมืดก็เริ่มพุ่งสูงขึ้นอีกครั้งตามระเบียบ

สรุปได้ว่าตอนนี้ Nvidia ได้ก้าวข้ามการเป็นบริษัทการ์ดจอเกมมิ่งไปสู่การเป็นบริษัท AI อย่างเต็มตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม้รากฐานจะมาจากความรักของเหล่านักเล่นเกมทั่วโลก แต่เมื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจเปลี่ยนไป เกมเมอร์ก็ต้องตกกระป๋องไปเป็นลำดับความสำคัญท้ายๆ ใครที่คิดจะถอยการ์ดจอใหม่ในช่วงนี้อาจจะต้องกำเงินให้แน่น และเตรียมใจรอคอยของใหม่กันไปอีกอย่างน้อย 2 ปีเลยทีเดียว

ที่มา
Techbuzz

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button