
ถึงเวลาต้องโบกมือลาอย่างเป็นทางการสำหรับสายคลาสสิก เพราะ Netflix เตรียมยุติการให้บริการแอปพลิเคชันบนเครื่องเล่นเกมยอดฮิตในอดีตอย่าง PlayStation 3 ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2026 เป็นต้นไป หลังจากร่วมทางกันมานานเกือบ 20 ปี โดยผู้ใช้งานเริ่มเห็นข้อความแจ้งเตือนรหัส (R40) บนหน้าจอว่าอุปกรณ์นี้จะไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป รวมถึงสมาร์ททีวีและกล่องรับสัญญาณรุ่นเก่าที่มีอายุมากกว่า 10 ปี ก็จะถูกถอดชื่อออกจากการซัพพอร์ตในสัปดาห์เดียวกันนี้ด้วย
ความสัมพันธ์ระหว่าง Netflix และ PlayStation 3 นั้นยาวนานมาตั้งแต่ปี 2009 ซึ่งในยุคนั้นการจะดูสตรีมมิ่งผ่านคอนโซลถือเป็นเรื่องล้ำสมัยมาก แม้ว่า PlayStation 3 จะเคยมียอดขายถล่มทลายกว่า 87 ล้านเครื่องทั่วโลก แต่อุปกรณ์รุ่นนี้ไม่สามารถรองรับเทคโนโลยีภาพสมัยใหม่อย่าง 4K, Dolby Vision หรือ HDR10+ ได้อีกต่อไป จึงถึงเวลาที่ทางผู้ให้บริการต้องตัดใจเพื่อมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ บนอุปกรณ์ที่ทันสมัยกว่า
นอกจากเครื่องเกมแล้ว สมาร์ททีวีรุ่นเก๋าที่ผลิตในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา รวมถึงกล่องรับสัญญาณบางรุ่นในต่างประเทศอย่าง BT TV Box ก็จะหยุดทำงานในวันที่ 4 มีนาคม 2026 เช่นกัน สาเหตุหลักมาจากการที่ระบบปฏิบัติการเก่าเกินกว่าจะอัปเดตเพื่อรองรับมาตรฐานความปลอดภัยและฟีเจอร์ใหม่ของ Netflix ได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ในปี 2025 อุปกรณ์อย่าง Fire TV รุ่นแรกก็ได้ถูกยุติการซัพพอร์ตไปก่อนแล้ว เป็นการตอกย้ำว่าอุปกรณ์ที่มีอายุราว 10 ปีคือขีดจำกัดสูงสุดของการใช้งานในยุคปัจจุบัน
สิ่งที่น่าเสียดายสำหรับกลุ่มผู้ใช้งาน PlayStation 3 คือเครื่องนี้ถือเป็นหนึ่งในช่องทางสุดท้ายที่สามารถรับชมคอนโซลแบบสัดส่วนหน้าจอ 4:3 ได้อย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่มีแถบดำด้านข้าง รวมถึงระบบที่ยังไม่มีการตรวจสอบตำแหน่งพื้นที่ใช้งานเข้มงวดเท่าปัจจุบัน ทำให้หลายครอบครัวยังคงเลือกใช้งานเครื่องนี้เป็นศูนย์รวมความบันเทิงในบ้านมาอย่างยาวนาน
สำหรับใครที่ยังใช้ทีวีรุ่นเก่าหรือเครื่อง PlayStation 3 อยู่ ทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในตอนนี้คือการมองหาอุปกรณ์สตรีมมิ่งเสริม เช่น Roku Streaming Stick 4K ที่ราคาประมาณ 40 ดอลลาร์ (ประมาณ 1,400 บาท) หรือ Google TV Streamer และ Apple TV 4K ที่มีราคาเริ่มต้นประมาณ 100 ดอลลาร์ (ประมาณ 3,500 บาท) ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนทีวีธรรมดาให้กลับมาดู Netflix และแอปฯ อื่นๆ ได้ลื่นไหลเหมือนเดิมโดยไม่ต้องซื้อทีวีเครื่องใหม่ราคาแพง
อย่างไรก็ตาม หากใครมีเครื่อง PlayStation 4, PlayStation 5 หรือ Xbox รุ่นใหม่ๆ อยู่แล้ว ก็ยังสามารถใช้งาน Netflix ต่อไปได้ตามปกติโดยไม่ต้องกังวล ส่วนฝั่ง Nintendo นั้น แฟนๆ ต่างคาดหวังว่าใน Switch 2 ที่กำลังจะมาถึง อาจจะมีการเปิดใจรับแอปสตรีมมิ่งเข้ามาสร้างความบันเทิงให้มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อทดแทนช่องว่างที่ PlayStation 3 ทิ้งเอาไว้ในฐานะเครื่องเกมอเนกประสงค์







