เทคโนโลยี

Microsoft และ OpenAI ปรับข้อตกลงใหม่

เปิดทางสตาร์ทอัพร่วมงาน Amazon และคู่แข่งรายอื่น

ความสัมพันธ์ระดับโลกที่ทรงอิทธิพลที่สุดในยุค AI ระหว่าง Microsoft และ OpenAI กำลังเข้าสู่บทใหม่ หลังจากทั้งสองฝ่ายตกลงแก้ไขเงื่อนไขในสัญญาที่เคยระบุให้ Microsoft เป็นผู้ถือสิทธิ์ขาดในการขายโมเดลของ OpenAI เพียงผู้เดียว การเปลี่ยนแปลงนี้เปิดทางให้สตาร์ทอัพเจ้าของ ChatGPT สามารถสร้างพันธมิตรใหม่กับคู่แข่งยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon ได้อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นก้าวย่างสำคัญที่ส่งผลดีต่อทั้งสองบริษัทในแง่ของความคล่องตัวและการขยายธุรกิจ

ภายใต้ข้อตกลงใหม่นี้ Microsoft จะยังคงเป็นพันธมิตรด้านคลาวด์หลักและถือสิทธิ์ในการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาของ OpenAI ไปจนถึงปี 2032 โดยจะได้รับส่วนแบ่งรายได้ 20% จาก OpenAI ไปจนถึงปี 2030 แต่มีการกำหนดเพดานรายได้สูงสุดไว้ นอกจากนี้ยังมีการยกเลิกเงื่อนไขเดิมที่ระบุว่า OpenAI จะหยุดจ่ายเงินให้ Microsoft หากบรรลุเป้าหมายการสร้างปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป (AGI) หรือระดับที่ AI มีความสามารถเทียบเท่ามนุษย์ ซึ่งช่วยสร้างความชัดเจนให้กับรายได้ที่ Microsoft จะได้รับในอนาคต

ในฝั่งของ OpenAI การคลายล็อกครั้งนี้ช่วยให้บริษัทสามารถเข้าถึงทรัพยากรคอมพิวเตอร์มหาศาลจากแหล่งอื่นเพื่อรองรับการพัฒนาโมเดลรุ่นใหม่ และช่วยให้สามารถแข่งขันในตลาดองค์กรกับคู่แข่งอย่าง Anthropic ได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะก่อนการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ที่กำลังจะมาถึง ซึ่ง OpenAI ได้ระบุในบันทึกภายในว่าความต้องการใช้งานผ่านระบบคลาวด์ของ Amazon นั้นมีจำนวนมหาศาลและเป็นโอกาสที่ไม่อาจมองข้ามได้

microsoft-openai-new-policy-deal

ทางด้าน Andy Jassy ซึ่งเป็น CEO ของ Amazon ได้โพสต์ข้อความผ่าน LinkedIn ยืนยันว่านักพัฒนาบนระบบ Amazon Web Services จะสามารถเข้าถึงโมเดลของ OpenAI ได้โดยตรงในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในงานอีเวนต์ที่ซานฟรานซิสโกวันอังคารนี้ ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่มีรายงานว่า Microsoft เคยพิจารณาฟ้องร้อง Amazon เกี่ยวกับดีลคลาวด์มูลค่า 50,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.8 ล้านล้านบาท ที่อาจละเมิดข้อตกลงเดิม

สำหรับการขยับตัวของ Microsoft ในช่วงที่ผ่านมาได้เริ่มลดการพึ่งพา OpenAI ลงบางส่วนด้วยการพัฒนาโมเดล AI ของตนเอง และนำโมเดลจากค่ายอื่นอย่าง Anthropic มาปรับใช้ในผลิตภัณฑ์อย่าง 365 Copilot การปรับสัญญาครั้งนี้จึงช่วยให้ Microsoft ไม่ต้องแบกรับภาระในการสร้างศูนย์ข้อมูลเพื่อรองรับ OpenAI เพียงอย่างเดียว ทำให้มีงบประมาณไปพัฒนาระบบคลาวด์และโปรเจกต์อื่นๆ ได้มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกตรวจสอบเรื่องการผูกขาดทางการค้าจากหน่วยงานในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และอังกฤษ

นอกจากดีลกับยักษ์ใหญ่คลาวด์แล้ว OpenAI ยังเดินหน้าสร้างเครือข่ายพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง ทั้งข้อตกลงด้านโครงสร้างพื้นฐานกับ Oracle และ Google การเป็นพันธมิตรด้านชิปกับ Nvidia รวมถึงการร่วมมือกับ Luxshare ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์ของ Apple เพื่อรุกเข้าสู่ตลาดอุปกรณ์ไอทีสำหรับผู้บริโภค การปรับเปลี่ยนครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการปลดปล่อยให้ OpenAI ได้เติบโตอย่างเต็มที่ในฐานะบริษัทเทคโนโลยีอิสระ ในขณะที่ Microsoft ก็ยังคงรักษาผลประโยชน์หลักและสถานะผู้นำในตลาด AI ไว้ได้อย่างมั่นคง

ที่มา
Reuters

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button