
ใครที่ต้องใช้งานรีโมทหน้าจอทำงานบ่อยๆ น่าจะเริ่มยิ้มออกได้แล้ว เพราะล่าสุด Microsoft ได้ทำการแก้ไขปัญหาที่ทำให้หน้าต่างแจ้งเตือนความปลอดภัยของ Windows แสดงผลผิดพลาดเวลาเปิดไฟล์ Remote Desktop หรือ .rdp ซึ่งปัญหานี้เกิดขึ้นกับ Windows แทบทุกเวอร์ชันที่ยังซัพพอร์ตอยู่ ไม่ว่าจะเป็น Windows 11 ที่เพิ่งอัปเดตแพตช์รหัส KB5083768 และ KB5083769 หรือแม้แต่ Windows 10 และ Windows Server ก็โดนหางเลขไปด้วย โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ใช้งานแบบต่อหลายหน้าจอที่มีการตั้งค่าสเกลการแสดงผลที่แตกต่างกันจนทำให้หน้าต่างแจ้งเตือนเบี้ยวจนดูไม่ได้
ต้นเหตุของเรื่องนี้เริ่มชัดเจนขึ้นหลังจาก Microsoft ปล่อยอัปเดตความปลอดภัยรอบเดือนเมษายน 2026 ออกมา ซึ่งตั้งใจจะเพิ่มการแจ้งเตือนเพื่อป้องกันการโจมตีแบบ Phishing แต่ดันกลายเป็นว่าในระบบที่ต่อหลายจอนั้น หน้าต่างแจ้งเตือนดันแสดงผลเพี้ยนจนปุ่มกดต่างๆ เยื้องไปมา หรือบางทีก็หายไปครึ่งหนึ่งจนอ่านไม่ออก ส่งผลให้ผู้ใช้งานไม่สามารถคลิกตอบโต้กับระบบได้เลย ซึ่ง Microsoft ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ รีบปล่อยตัวอัปเดตเสริมรหัส KB5083631 ออกมาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาเพื่อจัดการกับปัญหานี้โดยเฉพาะ พร้อมพ่วงรายการปรับปรุงอื่นๆ มาให้อีกเพียบ
การที่ Microsoft ต้องเพิ่มมาตรการความปลอดภัยให้กับไฟล์ .rdp อย่างเข้มข้นนั้นมีเหตุผลสำคัญมาจากกลุ่มแฮ็กเกอร์อย่าง APT29 จากรัสเซีย ที่มักจะใช้ช่องทางนี้ในการขโมยข้อมูลสำคัญและรหัสผ่านจากเครื่องของเหยื่อผ่านการรีโมทระยะไกล ดังนั้นในแพตช์เดือนเมษายนที่ผ่านมา จึงมีการเพิ่มระบบแจ้งเตือนแบบให้ความรู้แก่ผู้ใช้งานในครั้งแรกที่เปิดไฟล์ เพื่อย้ำเตือนถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการเชื่อมต่อที่ไม่ได้รับอนุญาต และช่วยปกป้องข้อมูลใน โน้ตบุ๊ก ของทุกคนให้ปลอดภัยจากการถูกดึงทรัพยากรเครื่องไปใช้โดยไม่รู้ตัว

หากใครติดตั้งอัปเดตตัวใหม่นี้เรียบร้อยแล้ว เวลาเปิดไฟล์ RDP ระบบจะแสดงหน้าต่างแจ้งเตือนความปลอดภัยที่ระบุรายละเอียดอย่างชัดเจนก่อนที่จะเริ่มการเชื่อมต่อ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบว่าไฟล์นั้นถูกลงชื่อกำกับโดยผู้จัดทำที่เชื่อถือได้หรือไม่ รวมถึงบอกที่อยู่ของระบบปลายทางและสถานะการแชร์ทรัพยากรต่างๆ เช่น ไดรฟ์ข้อมูล หรือคลิปบอร์ด โดยระบบจะตั้งค่าปิดการแชร์เหล่านี้ไว้เป็นค่าเริ่มต้นเพื่อความปลอดภัยสูงสุด หากไฟล์ไหนไม่มีการลงชื่อกำกับแบบดิจิทัล Windows ก็จะขึ้นคำเตือนว่าเป็นการเชื่อมต่อที่ไม่รู้จักเพื่อให้เราเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าบั๊กเรื่องหน้าต่างแจ้งเตือนจะได้รับการแก้ไขไปแล้ว แต่ก็ยังมีรายงานจากกลุ่มผู้ใช้งานบางส่วนว่าตัวอัปเดตความปลอดภัย KB5083769 อาจส่งผลกระทบต่อแอปพลิเคชันสำรองข้อมูล (Backup) จากผู้พัฒนาภายนอกในบางรุ่น โดยเฉพาะในระบบ Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 และ 25H2 เนื่องจากปัญหาเรื่องการทำงานที่เกินเวลาของระบบ VSS หรือ Volume Shadow Copy Service ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดที่ Microsoft และทีมวิศวกรต้องเร่งตรวจสอบและหาทางออกให้ผู้ใช้งานกันต่อไป
สำหรับภาพรวมของการอัปเดตในรอบเดือนที่ผ่านมา ถือว่าเป็นช่วงที่ทีมงาน Microsoft ทำงานหนักเป็นพิเศษ เพราะก่อนหน้านี้ไม่นานเพิ่งจะมีการปล่อยอัปเดตแบบฉุกเฉินหรือ Out-of-band เพื่อแก้ไขปัญหา Windows Server ที่เจอบั๊กรีสตาร์ทวนลูปและปัญหาติดตั้งตัวอัปเดตไม่ผ่านไปหมาดๆ ดังนั้นใครที่ใช้งานระบบเหล่านี้อยู่ แนะนำให้หมั่นตรวจสอบสถานะการอัปเดตในเครื่องของตัวเองสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องมือในการทำงานจะยังคงเสถียรและปลอดภัยจากภัยคุกคามไซเบอร์ที่นับวันจะยิ่งซับซ้อนมากขึ้นทุกที
![[รีวิว] POCO F2 Pro เรือธงรุ่นสานต่อ คงความคุ้มค่าในเครื่องเดียว 3 [รีวิว] POCO F2 Pro เรือธงรุ่นสานต่อ คงความคุ้มค่าในเครื่องเดียว](https://thisisgamethailand.com/wp-content/uploads/2025/02/09684060015935152457244_Poco_F2_Pro_main-421x220.jpg)

![[รีวิว] DualSense Edge 5 [รีวิว] DualSense Edge](https://thisisgamethailand.com/wp-content/uploads/2023/05/p1-390x220.jpg)

![[รีวิว] POCO F7 Pro ความคุ้มค่าที่ไม่ต้องจ่ายแพง 7 tig-poco-f7-pro-review](https://thisisgamethailand.com/wp-content/uploads/2025/04/tig-poco-f7-pro-review-main-419x220.jpg)


