เทคโนโลยี

เกมเมอร์สร้าง Gaming Cube สไตล์ Steam Machine เล่น RDR2 ได้ที่ 105 FPS

รองรับ eGPU ผ่านพอร์ต OCuLink

ช่อง YouTube ชื่อ ITG Gear ได้เผยโฉมโปรเจกต์ ITG Cube ซึ่งเป็นการสร้างคอมพิวเตอร์เล่นเกมขนาดจิ๋วทรงลูกบาศก์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแนวคิด Steam Machine ของ Valve โดยความพิเศษอยู่ที่การนำ Mini PC รุ่นใหม่มาปรับแต่งและติดตั้งการ์ดจอภายนอก (eGPU) เข้าไปในตัวเคสที่พิมพ์ขึ้นจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติทั้งหมด จนได้เครื่องเกมที่มีขนาดเพียง 165 มิลลิเมตรในทุกด้าน แต่ประสิทธิภาพนั้นแรงพอที่จะรันเกมระดับ AAA ได้อย่างสบาย

หัวใจหลักของเครื่องนี้คือ Aoostar GEM12 MAX ซึ่งเป็น Mini PC ที่ใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 8745HS พร้อมกราฟิกในตัว Radeon 780M โดยมีราคาจำหน่ายบน Amazon อยู่ที่ประมาณ 289 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 10,100 บาท แต่นักโมดิฟายคนนี้ได้เพิ่มความแรงด้วยการเชื่อมต่อการ์ดจอแยก HP RTX 4060 รุ่น Low Profile ที่หาซื้อได้จาก eBay ในราคาประมาณ 240 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 8,400 บาท ผ่านพอร์ต OCuLink ซึ่งให้แบนด์วิดท์สูงกว่าพอร์ต USB4 หรือ Thunderbolt 4 ทั่วไป ทำให้ดึงพลังของการ์ดจอออกมาได้เกือบเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์

ในด้านการออกแบบ เคสของ ITG Cube ถูกพิมพ์ด้วยวัสดุ ASA ที่ทนทานต่อความร้อน แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักที่ประกอบเข้าด้วยกันได้ง่าย ภายในมีการออกแบบรางสไลด์เพื่อให้ Mini PC และชุดเชื่อมต่อการ์ดจอเสียบเข้าที่ได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้ตัวยึดที่ซับซ้อน ส่วนเรื่องการระบายความร้อนได้ติดตั้งพัดลมขนาด 120 มิลลิเมตรไว้ที่ด้านบน ซึ่งแม้จะใช้ไฟจากพอร์ต USB แต่ก็ทำงานได้เงียบและรักษาอุณหภูมิของระบบได้ดีเยี่ยมแม้จะเล่นเกมต่อเนื่องเป็นเวลานาน

จากการทดสอบประสิทธิภาพการเล่นเกมที่ความละเอียด 1200p พบว่าโปรเจกต์นี้ทำผลงานได้น่าประทับใจมาก โดยเกมยอดฮิตอย่าง Red Dead Redemption 2 สามารถทำเฟรมเรทเฉลี่ยได้สูงถึง 105 FPS เมื่อปรับกราฟิกผสมระหว่าง High และ Ultra ในขณะที่อุณหภูมิของ CPU อยู่ที่ประมาณ 59 องศาเซลเซียส และ GPU อยู่ที่ 74 องศาเซลเซียส นอกจากนี้ยังทดสอบเกมอื่นๆ อย่าง God of War Ragnarök ที่รันได้ประมาณ 100 FPS และ Cyberpunk 2077 ที่ทำได้เฉลี่ย 95 FPS

ความสำเร็จของ ITG Cube ไม่ได้อยู่ที่ความแรงเพียงอย่างเดียว แต่ยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการเชื่อมต่อ OCuLink ในปี 2026 ที่ช่วยลดคอขวดของข้อมูลระหว่าง Mini PC และการ์ดจอภายนอกได้ดีกว่ามาตรฐาน USB รุ่นเก่าๆ ซึ่งทางผู้สร้างตั้งใจให้โปรเจกต์นี้เป็นเพียงต้นแบบสำหรับการเรียนรู้ในกลุ่มนักประดิษฐ์และผู้ที่ชื่นชอบการ DIY เท่านั้น ไม่ได้มีแผนที่จะผลิตออกมาวางจำหน่ายในเชิงพาณิชย์แต่อย่างใด

สำหรับใครที่สนใจอยากจะลองทำตาม ผู้สร้างก็ได้ใจดีเปิดเผยรายละเอียดขั้นตอนการประกอบและแจกไฟล์สำหรับพิมพ์ 3 มิติไว้ในคลิปวิดีโอแบบเต็มด้วย หากรวมงบประมาณค่าอุปกรณ์หลักๆ ทั้งหมดแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 600-700 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 21,000-24,500 บาท (ไม่รวมค่าวัสดุพิมพ์ 3 มิติ) ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ามากสำหรับคนที่อยากได้เครื่องเกมสเปกแรงในขนาดที่พกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก

ที่มา
Notebookcheck

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button