เทคโนโลยี

Instagram เอาจริงสั่งเข้มงวดเพจดูดรูป

เน้นดันผลงานออริจินัลให้ปังกว่าเดิม

Instagram ออกมาประกาศไม้แข็งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยระบุว่าบัญชีไหนที่ขยันรีโพสต์คอนเทนต์ที่ไม่ได้สร้างสรรค์เอง หรือชอบแชร์งานคนอื่นเป็นหลักทั้งในรูปแบบรูปภาพและ Carousel จะถูกตัดสิทธิ์จากการถูกแนะนำไปทั่วทั้งแอปพลิเคชันทันที มาตรการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ Meta ต้องการปกป้องสิทธิ์ของเจ้าของผลงานตัวจริงให้ได้รับการมองเห็นและเครดิตที่คู่ควร หลังจากที่เคยใช้เกณฑ์นี้กับ Reels มาก่อนหน้านี้แล้ว

เป้าหมายหลักของการอัปเดตครั้งนี้คือกลุ่ม Content Aggregator หรือเหล่าเพจที่ชอบรวมคอนเทนต์แต่ไม่มีงานที่เป็นออริจินัลของตัวเองเลย โดย Instagram มองว่าการจำกัดการเข้าถึงของบัญชีเหล่านี้จะช่วยลดปัญหาการเห็นโพสต์เดิมๆ วนไปวนมาซ้ำซาก และเปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์หน้าใหม่ที่มีไอเดียสดใหม่ได้เฉิดฉายในหน้า Feed และแถบ Discover มากขึ้น ซึ่งถือเป็นการยกระดับคุณภาพของสังคมออนไลน์ให้มีความหลากหลายและน่าสนใจกว่าที่เคยเป็นมา

แล้วแบบไหนที่เรียกว่าออริจินัลในสายตา Instagram คำตอบคือคอนเทนต์ที่สร้างขึ้นเองทั้งหมด หรือสะท้อนมุมมองที่ไม่ซ้ำใคร เช่น รูปถ่ายหรือวิดีโอที่ถ่ายเองกับมือ หรือแม้แต่การนำเนื้อหาของคนอื่นมาดัดแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ มีม (Meme) ที่ยอดเยี่ยมซึ่งต้องมีการเพิ่มมุกตลก การวิจารณ์สังคม หรือการใส่ข้อความและเสียงพากย์ที่ทำให้งานชิ้นนั้นเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง จนกลายเป็นผลงานใหม่ที่มีมุมมองเฉพาะตัว

instagram-content-agregate

แต่ถ้าใครคิดจะหัวหมอด้วยการแก้ไขงานแบบลวกๆ ต้องบอกว่าเสียใจด้วย เพราะ Instagram ระบุชัดเจนว่าการแก้ไขที่ใช้ความพยายามต่ำ เช่น การแปะลายน้ำของตัวเองทับลงไป หรือแค่การปรับความเร็ววิดีโอให้ช้าลงหรือเร็วขึ้น จะไม่ถูกนับว่าเป็นผลงานออริจินัลเด็ดขาด แม้แต่การแคปหน้าจอโพสต์ของคนอื่นมาลงโดยที่ยังเห็นชื่อเจ้าของเดิมเพื่อเป็นการให้เครดิต ก็ยังถือว่าไม่ผ่านเกณฑ์การเป็นเนื้อหาต้นฉบับที่จะได้รับการดันยอดการมองเห็นอยู่ดี

อย่างไรก็ตาม ผู้ติดตามเดิมของเพจเหล่านี้ไม่ต้องตกใจไป เพราะกฎใหม่นี้จะส่งผลกระทบเฉพาะในส่วนของระบบการแนะนำคอนเทนต์ (Recommendations) ให้กับคนทั่วไปที่ยังไม่ได้กดติดตามเท่านั้น หมายความว่าถ้ายังฟอลโลว์บัญชีเหล่านี้อยู่ คอนเทนต์ก็จะยังโผล่ขึ้นมาบนหน้า Feed ตามปกติ เพียงแต่คอนเทนต์เหล่านั้นจะไม่มีโอกาสได้ไปอวดโฉมเพื่อหาผู้ติดตามใหม่ๆ ในวงกว้างเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้ว

สำหรับในเชิงธุรกิจ การปรับเปลี่ยนอัลกอริทึมแต่ละครั้งย่อมส่งผลต่อรายได้ของเหล่านักการตลาดและอินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งปัจจุบันค่าโฆษณาบนแพลตฟอร์มมีมูลค่ามหาศาล โดยบางแคมเปญอาจมีงบประมาณเริ่มต้นตั้งแต่ 500 ดอลลาร์ หรือประมาณ 18,300 บาท ไปจนถึงหลักหลายหมื่นดอลลาร์ การที่ Instagram หันมาให้ความสำคัญกับงานออริจินัล จึงเป็นสัญญาณเตือนให้ทุกคนต้องหันมาใส่ใจกับการสร้างสรรค์คุณค่าใหม่ๆ มากกว่าแค่การหยิบยืมความสำเร็จของคนอื่นมาใช้งานเพียงอย่างเดียว

ที่มา
Techcrunch

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button