เทคโนโลยี

Google ยืนยันเร่งปล่อยตัวอัปเดตแก้ปัญหา Android Auto ใน Pixel และ Samsung Galaxy

หลังพบปัญหาการเชื่อมต่อหลุดบ่อยและเครื่องค้าง

หลังจากที่มีกระแสในโซเชียลมีเดียและเว็บบอร์ดต่างประเทศ ล่าสุด Google ออกมายอมรับแล้วว่ากำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาการเชื่อมต่อ Android Auto ที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน Google Pixel และ Samsung Galaxy โดยตัวแทนของบริษัทระบุว่ารับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและกำลังเริ่มทยอยปล่อยตัวซอฟต์แวร์แก้ไข (Fixes) ออกไปให้ผู้ใช้ผ่านทาง Google Play Store แล้ว เพื่อให้ระบบกลับมาทำงานได้อย่างเสถียรดังเดิม

ปัญหาดังกล่าวเริ่มหนาหูขึ้นในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยผู้ใช้งานหลายรายรายงานว่า Android Auto มีอาการเชื่อมต่อติดๆ ดับๆ หรือบางครั้งก็ค้างไปดื้อๆ ขณะนำทาง ซึ่งสร้างความหงุดหงิดเป็นอย่างมากเพราะกระทบต่อการใช้งานแผนที่และการฟังเพลงในรถยนต์ โดยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือผู้ใช้ Google Pixel รุ่นใหม่ๆ และ Samsung Galaxy ตระกูล S Series ตั้งแต่รุ่น S23 ไปจนถึงรุ่นล่าสุดอย่าง S26 ที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน

อาการที่พบบ่อยคือระบบแจ้งเตือนว่าต้องทำการปลดล็อกหน้าจอโทรศัพท์ก่อนถึงจะเริ่มการเชื่อมต่อกับรถยนต์ได้ แม้ว่าผู้ใช้จะตั้งค่าให้ทำงานขณะล็อกเครื่องไว้แล้วก็ตาม นอกจากนี้ยังมีรายงานเรื่องหน้าจอมืดสนิท (Black Screen) หรือแอปพลิเคชันค้างจนต้องรีบูตเครื่องใหม่ ซึ่งเกิดขึ้นได้กับทั้งการเชื่อมต่อผ่านสาย USB และแบบไร้สาย โดยหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าต้นตอของปัญหาอาจมาจากตัวอัปเดตความปลอดภัยรอบเดือนมีนาคม 2026 ที่เพิ่งปล่อยออกมา

google-android-auto-hot-fixed

หนึ่งในทฤษฎีที่มีการพูดถึงกันมากในกลุ่มผู้ใช้คือ ฟีเจอร์ความปลอดภัยขั้นสูง (Advanced Protection Mode) ใน Android 16 ที่อาจเข้าไปบล็อกการเข้าถึงพอร์ต USB ในระดับที่เข้มงวดเกินไปจนทำให้ Android Auto มองไม่เห็นการเชื่อมต่อ แต่ทาง Google ยังไม่ได้ยืนยันในรายละเอียดทางเทคนิคนี้ เพียงแต่ย้ำว่าทีมวิศวกรกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อแก้บั๊กที่เกิดขึ้นในทุกมิติ เพื่อให้มั่นใจว่าการใช้งานในรถยนต์จะมีความปลอดภัยและราบรื่นที่สุด

สำหรับใครที่กำลังเผชิญปัญหานี้อยู่ แนะนำให้เข้าไปตรวจสอบการอัปเดตแอปพลิเคชัน Android Auto ใน Google Play Store อย่างสม่ำเสมอ หากเห็นปุ่มอัปเดตปรากฏขึ้นให้รีบกดติดตั้งทันที หรือในกรณีที่ยังไม่มีตัวอัปเดตใหม่ออกมา ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการลองล้างแคช (Clear Cache) ของแอป หรือการเปลี่ยนสาย USB เส้นใหม่ที่มีมาตรฐานสูงขึ้นอาจช่วยบรรเทาอาการเชื่อมต่อหลุดในเบื้องต้นได้

การตอบโต้อย่างรวดเร็วของ Google ในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะ Android Auto ได้กลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของคนใช้รถไปแล้ว การปล่อยตัวแก้ไขออกมาอย่างทันท่วงทีจะช่วยรักษาความเชื่อมั่นของผู้ใช้งานที่มีต่อสมาร์ทโฟนฝั่ง Android โดยเฉพาะรุ่นเรือธงราคาแพงที่ผู้ซื้อคาดหวังประสบการณ์การใช้งานที่ไร้ที่ติ ใครที่อัปเดตแล้วผลเป็นอย่างไรอย่าลืมแชร์ข้อมูลเพื่อเป็นประโยชน์แก่เพื่อนผู้ใช้งานคนอื่นๆ ด้วย

ที่มา
9to5google

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button