iPhone 18 Pro เตรียมปรับโฉม Dynamic Island ให้เล็กลงกว่าเดิม
Apple ซ่อนเซนเซอร์ไว้ใต้จอได้สำเร็จ

มีข่าวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจจากฝั่ง Apple เมื่อมีภาพหลุดของเครื่องต้นแบบและกระจกกันรอยที่อ้างว่าเป็นของ iPhone 18 Pro ปรากฏออกมาจากหลายแหล่งข่าว ข้อมูลเหล่านี้ช่วยตอกย้ำข่าวลือก่อนหน้านี้ที่ว่า Apple มีแผนจะลดขนาดของ Dynamic Island ลงอย่างมากในปีนี้ เพื่อเพิ่มพื้นที่การแสดงผลบนหน้าจอให้เต็มตาขึ้นอีกระดับ
ผู้ใช้งาน X นามว่า @earlyappleleaks ได้แชร์ภาพที่อ้างว่าเป็นตัวเครื่องต้นแบบของ iPhone 18 Pro ซึ่งเผยให้เห็น Dynamic Island ที่เล็กลงอย่างเห็นได้ชัด โดยมีการใช้ไฟฉายส่องไปที่บริเวณมุมหน้าจอจนเผยให้เห็นช่องวงกลมขนาดเล็กใต้ดิสเพลย์ ซึ่งคาดว่าจะเป็นการย้ายตำแหน่งของเซนเซอร์ Face ID ไปไว้ใต้หน้าจอนั่นเอง แม้ว่าบัญชีนี้จะเป็นแหล่งข่าวใหม่ที่ยังไม่มีประวัติผลงานชัดเจน แต่รายละเอียดที่ปรากฏก็น่าสนใจไม่น้อย
การขยับส่วนประกอบของกล้อง TrueDepth ไปไว้ใต้หน้าจอจะช่วยให้ช่องตัดของ Dynamic Island หดเล็กลงได้มหาศาล ซึ่งสอดคล้องกับรายงานหลายฉบับก่อนหน้านี้ที่ระบุว่า Face ID จะเป็นชิ้นส่วนแรกที่ Apple เลือกนำไปซ่อนไว้ใต้จอ นอกจากนี้ Ice Universe นักหลุดข่าวชื่อดังที่มีประวัติความแม่นยำสูง ยังได้แชร์ภาพกระจกกันรอยที่มีช่องตัดเล็กลงอย่างน่าตกใจ ซึ่งภาพนี้ดูจะสอดรับกับภาพตัวเครื่องต้นแบบที่หลุดออกมาอย่างดี
ทางด้านนักปล่อยข่าวอย่าง Majin Bu ได้ประเมินจากหลักฐานที่สะสมมาและระบุว่า Dynamic Island ในรุ่นใหม่นี้อาจมีขนาดเล็กลงถึง 35% เมื่อเทียบกับ iPhone 17 Pro การที่ผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมเริ่มเดินสายการผลิตกระจกกันรอยออกมาแล้ว สะท้อนให้เห็นว่าพวกเขามีความมั่นใจสูงมากว่าดีไซน์ใหม่นี้จะถูกนำมาใช้จริงในสมาร์ทโฟนรุ่นที่กำลังจะมาถึง
สิ่งที่น่าตื่นเต้นไปกว่านั้นคือมีรายงานว่าดีไซน์ Dynamic Island ขนาดจิ๋วนี้จะถูกนำไปใช้กับ iPhone 18 ทุกรุ่น ไม่ได้จำกัดอยู่แค่รุ่น Pro เท่านั้น ในขณะที่ขอบหน้าจอจะยังคงมีความบางเท่ากับซีรีส์ iPhone 17 เดิม ซึ่งหากข่าวนี้เป็นจริง จะถือเป็นการเปลี่ยนแปลงงานดีไซน์ด้านหน้าครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของ Apple นับตั้งแต่มีการเปลี่ยนจากรอยบากมาเป็นเกาะหรรษา
สำหรับกำหนดการเปิดตัว คาดว่า Apple จะเผยโฉม iPhone 18 Pro พร้อมกับ iPhone จอพับได้เครื่องแรกของค่ายในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ ส่วน iPhone 18 รุ่นมาตรฐานจะตามมาในช่วงต้นปีหน้าตามกลยุทธ์การเปิดตัวแบบแบ่งช่วงเวลา โดยราคาเปิดตัวของรุ่น Pro คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 999 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 36,400 บาท ซึ่งต้องมารอดูกันว่านวัตกรรมซ่อนเซนเซอร์นี้จะทำงานได้เนียนตาแค่ไหนในการใช้งานจริง







