เทคโนโลยี

Apple ประกาศรายชื่อสินค้าวินเทจชุดใหม่ iPhone 11 Pro ไม่รอด

MacBook Air รุ่นชิป Intel ร่วมด้วย

Apple ได้ทำการอัปเดตรายชื่อผลิตภัณฑ์ในกลุ่มวินเทจระลอกล่าสุด โดยมีจุดที่น่าสนใจคือการเพิ่ม MacBook Air หน้าจอ 13 นิ้ว ซึ่งเป็นรุ่นสุดท้ายที่ใช้งานขิปประมวลผลจาก Intel เข้าสู่รายชื่อ นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ยอดนิยมในอดีตอย่าง iPhone 11 Pro และ Apple Watch Series 5 ที่ถูกขยับสถานะตามรุ่นอื่นๆ ไปติดๆ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ iPhone 11 Pro Max ได้ล่วงหน้าเข้าสู่สถานะวินเทจไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำหรับ MacBook Air (Retina, 13 นิ้ว) รุ่นปี 2020 นั้นถือเป็นหน้าประวัติศาสตร์สำคัญ เพราะเป็นรุ่นทิ้งทวนของ Intel ที่เปิดตัวในช่วงเดือนมีนาคมปี 2020 โดยมีสเปกให้เลือกตั้งแต่ Core i3 ไปจนถึง Core i7 รุ่นนี้มีอายุการวางจำหน่ายที่สั้นมากเพียงประมาณแปดเดือนเท่านั้น ก่อนที่ทาง Apple จะตัดสินใจยุติการขายเพื่อเปิดทางให้กับการมาถึงของ MacBook Air ชิป M1 ในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน ซึ่งเป็นการเริ่มต้นยุคสมัยของ Apple Silicon อย่างเต็มตัว

ในส่วนของกลุ่มสมาร์ตโฟน iPhone 11 Pro ได้กลายเป็นสินค้าวินเทจอย่างเป็นทางการแล้ว เช่นเดียวกับ iPhone 8 Plus เฉพาะรุ่นความจุ 128GB ที่เพิ่งถูกจัดกลุ่มตามความจุอื่นที่เข้าสถานะนี้ไปก่อนหน้า ขณะที่ฝั่งแท็บเล็ตอย่าง iPad Air รุ่นที่ 3 เฉพาะรุ่นที่รองรับ Wi-Fi + Cellular ก็ถูกเพิ่มรายชื่อเข้ามาด้วยเช่นกัน ทว่าในรุ่นที่รองรับเฉพาะ Wi-Fi เพียงอย่างเดียวนั้นยังคงไม่อยู่ในข่ายสินค้าวินเทจในรอบการอัปเดตครั้งนี้

apple-iphone-11-pro-vintage

ด้านนาฬิกาอัจฉริยะอย่าง Apple Watch Series 5 ถูกปรับสถานะเป็นวินเทจเกือบครบทุกโมเดล ไม่ว่าจะเป็นตัวเรือนวัสดุอะลูมิเนียม สแตนเลสสตีล ไทเทเนียม หรือแม้แต่รุ่นเซรามิกสุดหรู รวมไปถึงรุ่นพิเศษที่ร่วมมือกับแบรนด์ดังอย่าง Nike และ Hermes ทั้งขนาดหน้าปัด 40 และ 44 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าอุปกรณ์เหล่านี้ได้ทำหน้าที่ในตลาดมาอย่างยาวนานกว่าห้าปีนับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรก

ตามระเบียบปฏิบัติของ Apple สินค้าจะถูกพิจารณาเป็นอุปกรณ์วินเทจเมื่อมีการหยุดวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการเกินกว่าห้าปีขึ้นไป โดยในสถานะนี้ผู้ใช้งานยังคงสามารถนำเครื่องเข้ารับบริการซ่อมแซมได้ที่ Apple Store หรือศูนย์บริการที่ได้รับอนุญาต แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือต้องขึ้นอยู่กับจำนวนอะไหล่ที่ยังคงมีหลงเหลืออยู่ในสต็อกเท่านั้น ซึ่งทางบริษัทจะไม่รับประกันความพร้อมของอะไหล่ในการซ่อมแซมระยะยาวเหมือนสินค้าที่ยังทำตลาดอยู่

ปิดท้ายด้วยการปรับสถานะของหูฟัง Beats Solo3 Wireless รุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 90 ปี มิกกี้เมาส์ ที่ขยับจากสถานะวินเทจไปสู่สถานะล้าสมัยหรือ Obsolete ซึ่งหมายถึงการยุติการสนับสนุนด้านฮาร์ดแวร์และบริการซ่อมแซมทั่วไปเกือบทั้งหมด อย่างไรก็ตาม สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊ก MacBook อาจจะมีข้อยกเว้นพิเศษในการรับซ่อมเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้นานสูงสุดถึง 10 ปีหลังเลิกจำหน่าย ทั้งนี้ต้องตรวจสอบความพร้อมของชิ้นส่วนอะไหล่ในขณะนั้นเป็นกรณีไป

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button