10 เกมสุดพลาดจาก Nintendo ที่โดนผู้เล่นรุมสาปมากที่สุด
แม้จะเป็นค่ายเกมที่มั่นใจคุณภาพได้ แต่บางทีก็สะดุดเชือกรองเท้าตัวเองได้

พูดถึง Nintendo แล้วก็ต้องยอมรับเลยว่าเป็นหนึ่งในผู้นำวิดีโอเกมที่มาพร้อมกับซอฟต์แวร์คุณภาพสูงและมีจุดพลาดน้อยมากทีเดียว เพราะถึงแม้จะเข้าสู่ยุค HD กันมานานแล้ว หลายเกมของค่ายไม่ได้มาพร้อมกับ Day-1 Patch แต่อย่างใด นั่นแปลว่าพวกเขาต้องมั่นใจมากว่าเกมมีมาตรฐานยอดเยี่ยมพร้อมมอบประสบการณ์ที่ดีให้ผู้เล่นแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกเกมจะถูกใจเสมอไป เพราะมีบางครั้งที่เกมบางเกมกลายเป็นจุดบอดให้ซีรีส์อย่างเลี่ยงไม่ได้ และวันนี้เราจะมาย้อนดูเกมสุดพลาดของปู่นินกันว่ามีครั้งไหนที่เผลอสะดุดเท้าตัวเองบ้าง
- Donkey Kong: Barrel Blast

เกมแนวรถแข่งจากซีรีส์ Donkey Kong ที่จะพูดว่ารถแข่งก็ไม่ถูกเพราะเจ้าจ๋อและผองเพื่อนจะติดเจ็ทแพคที่ทำมาจากถังไม้ติดจรวด โดยการบังคับของมันนี่แหละที่น่ารำคาญสุดๆ เพราะเราจะต้องเขย่าทั้ง Wiimote และ Nunchuck ไปมาเหมือนกำลังตีกลองอยู่ตลอดเวลา เมื่อต้องเล่นนานๆ ก็เมื่อยแน่นอน นอกจากนั้นแล้วการเคลื่อนไหวของพวกมันก็ไม่ได้เร็วพอ แถมกราฟิกก็ค่อนข้างล้าหลังเมื่อเทียบกับเกมอื่นๆ ในช่วงเดียวกัน
- Mario Party Advance

ภาคแรกของมาริโอ้ปาร์ตี้ที่ถูกพัฒนาเพื่อเครื่องเล่นเกมพกพาโดยเฉพาะ แต่กว่าจะไปปังในภาค DS ใครจะรู้ว่าเกมนี้ได้คะแนนต่ำมาก เริ่มจากโหมดการเล่นที่เปลี่ยนมาเป็นเน้นการเล่นคนเดียวเป็นหลักและแผนที่เองก็ขาดความสร้างสรรค์ ขณะเดียวกันตัวมินิเกมกับของปลดล็อกนั้นอาจจะมีพอประมาณอยู่ ทว่ามันก็ถูกถ่ายทอดออกมาได้ไม่ดีนัก ภาพรวมของเกมจึงดูจืดชืดเกินกว่าที่จะไปคิดถึง
- Mario Tennis: Ultra Smash

เกมสปินออฟรูปแบบเทนนิสภาคแรกที่เข้าสู่สมรภูมิเกมภาพความละเอียดสูง ซึ่งตัวกราฟิกจัดว่าทำออกมาได้ดีและเมนูที่ดูเข้าใจง่ายใช้งานง่าย แต่นั่นก็คือดาบสองคมเพราะความเรียบง่ายของมันนั่นแหละที่กลายเป็นจุดบอด เริ่มจากปริมาณตัวละครที่น้อยมาก คอร์ตเทนนิสที่เป็นฉากเดียวกันทั้งหมด เปลี่ยนแค่สถานะของพื้นที่ส่งผลต่อลูกบอลเท่านั้น นอกจากนี้ฟังก์ชันแฟนซีต่างๆ มีแค่การกลายร่างเป็นร่างยักษ์ นอกนั้นไม่มีอะไรเลย โหมดเนื้อเรื่องก็ไม่มี!
- WarioWare: Snapped!

เกม DSiWare ที่สามารถดาวน์โหลดได้จากสโตร์ออนไลน์ของเครื่องเล่น Nintendo DSi แม้จะมีการนำเสนอเทคโนโลยีกล้องที่นำมาใช้กับมินิเกมต่างๆ แต่สรุปแล้ว ในราคา $4.99 นี้เราได้เพียงแค่มินิเกมไม่ถึง 20 เกม (เรียกว่าไมโครเกมด้วยซ้ำ) จากปกติ WarioWare จะต้องมาพร้อมกับเกมมากกว่า 200 – 300 เกม เอาเป็นว่าใช้เล่นเพื่อลองลูกเล่นกล้องก็พอ หรือง่ายๆ คือเปิดมาครั้งเดียวก็วางเลย จบ!
- Pokémon Dash

เกมสปินออฟแนววิ่งแข่งของแฟรนไชส์โปเกมอนที่มาพร้อมกราฟิกสามมิติ ใช้สไตลัสลากโปเกมอนนำทางไปตามเส้นทางต่างๆ แถมมีฉากที่ออกแบบตามรูปร่างโปเกมอนมากกว่า 380 ตัว ฟังดูแล้วน่าตื่นเต้นไม่น้อย แต่มันคือการทำลายหน้าจอชั้นดี และไม่ได้มีลูกเล่นอะไรมากมายเลย นอกจากนี้แม้แต่ตัวละครที่ให้เลือกก็มีแค่ Pikachu เท่านั้น เป็นอีกเกมที่เน้นกิมมิคโชว์ลูกเล่นทัชสกรีนแต่ไม่ได้มีอะไรต่อเลย
- Wii Music

ท่ามกลางแฟรนไชส์ Wii ที่ถูกนำมาดัดแปลงหลากหลาย ทั้ง Wii Fit และ Wii Party หรือจะเป็นเกมยอดนิยม Wii Sports แต่ Wii Music นั้นถือเป็นเหมือนแกะดำในกลุ่มเกมนี้เลย เริ่มจากเรื่องของราคาเกมที่ดูจะสูงมากๆ และความสร้างสรรค์ที่ฟังเป็นไอเดียที่ดีในการจำลอง Wiimote ให้เป็นเครื่องดนตรี แต่พอใช้จริง มันเหมือนกับว่าเอารีโมตของเรามาทำเสียงเพลงต่างๆ ไม่ได้สร้างประสบการณ์ท้าทายหรือมีรางวัลอะไรให้เลย
- Nintendo Switch 2 Welcome Tour

Nintendo Switch 2 เป็นเครื่องเล่นที่ทุกคนรอคอยและได้รับการเปิดตัวอย่างสมศักดิ์ศรีพร้อมด้วยยอดจำหน่ายที่สูงจนค่ายยังต้องปรับยอดคาดการณ์ให้กระโดดไปอีก แต่ในเดือนเมษายนของปี 2025 ที่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรก สิ่งที่ทำให้แฟนเกมกำหมัดแน่นก็คือโชว์เคส Welcome Tour ที่โดนเปรียบเทียบว่าคล้ายกับ Astro’s Playroom แต่มันดันคิดเงินเสียอย่างนั้น และภายในเกมก็เหมือนเป็นแอปสำหรับแนะนำคุณสมบัติ พร้อมมินิเกมประปรายเอง
- Animal Crossing: amiibo Festival

ใครจะเชื่อว่าครั้งหนึ่งเกมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของ Nintendo หนึ่งเกม จะมีอีกเกมภาคหนึ่งที่ถูกรุมสับเละทั้งจากนักรีวิวและผู้เล่นเอง ซึ่ง amiibo Festival เป็นภาคสปินออฟรูปแบบบอร์ดเกม หลายคนอาจมองภาพเป็น Mario Party แต่เกมเพลย์จริงห่างไกลมากหลายปีแสงแถมยังบังคับใช้ amiibo ในการเล่นด้วย โชคดีที่ตัวกล่องมันมี amiibo แถมมาให้สองตัวพร้อมการ์ด แต่ท้ายที่สุดใครจะเชื่อครับว่า amiibo กลายเป็นสินค้าสำคัญของค่ายไปแล้วในตอนนี้
- Metroid Prime: Federation Force

หลังจากรอคอย Metroid Prime กันมาเป็นสิบปี… Nintendo ก็ได้เปิดตัวภาคใหม่บน Nintendo 3DS แต่มันกลับเป็นภาคสปินออฟ! อ้าว ถ้าสปินออฟแล้วมันจะทำไม คำตอบก็คือ การที่เกมไม่ได้มีความเป็น Metroid เลย แม้จะใช้ชื่อเดียวกัน ไม่มีการอ้างอิงหรือฉากหลังที่ใกล้เคียง ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่าประสบการณ์ออกแบบมาให้เล่นแบบมัลติเพลเยอร์หรือออนไลน์เท่านั้น แต่เรื่องงานภาพและแนวทางศิลป์ที่เปลี่ยนมาเป็นตัวละครจิ๋ว โลกการ์ตูนสดใส ขัดกับภาพลักษณ์ ก็ทำให้ผู้เล่นรู้สึกนอยด์มากไปอีก จนวันแรกที่มีการโชว์ตัวได้ถูกถล่มกดดิสไลก์กันเป็นหมื่น
- Mario Party 10

ท้ายที่สุด Mario Party 10 คือเกมภาคที่ทำให้ Nintendo ถึงกับต้องรีแบรนด์เกมภาคปาร์ตี้ใหม่ทั้งหมด ข้อแรกคือการใช้รูปแบบเกมเพลย์แบบจับตัวละครทั้งหมดมาขับรถข้ามกระดานธีมต่างๆ แบบภาค 9 ที่ก่อนหน้านี้ก็ถูกเพ่งเล็งไปทีนึงแล้ว ถัดมาก็คือการปิดกั้นคอนเทนต์เบื้องหลังจาก amiibo นั่นเอง ซึ่งถ้าต้องการปลดล็อกบอร์ดใหม่ทั้งหมดจะต้องเสียเงินเพิ่มอีกราว 3,000 บาท (ณ เวลานั้น) ภายหลังเมื่อ Wii U ถึงคราวอำลา Super Mario Party ก็ได้มาเรียกคืนความเชื่อมั่นสำเร็จ!
ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่าแม้กระทั่งเกมจากแฟรนไชส์แถวหน้าจำนวนไม่น้อยก็ยังเข้ามาอยู่ในลิสต์ด้วยเหมือนกัน แต่ทั้งหมดนี้ก็ถือเป็นเกมที่พวกเขาได้ลองผิดลองถูกกันจนกระทั่งได้ผลงานที่ดีในเวลาต่อมา สำหรับเพื่อนๆ เคยเล่นเกมไหนบ้างก็ลองมาพูดคุยกับ ThisIsGame Thailand ได้ ส่วนโอกาสหน้าจะมีอะไรมาแบ่งปันนั้นอย่าลืมติดตามที่นี่เช่นเคยเพื่อไม่ให้พลาดความเคลื่อนไหวและเรื่องราวในวงการเกมสนุกๆ ก่อนใคร
![เผย Tier List เกม NieR Re[in]carnation 12 เผย Tier List เกม NieR Re[in]carnation](https://thisisgamethailand.com/wp-content/uploads/2024/03/image-603-421x220.jpeg)






