บทสัมภาษณ์สกู๊ปพิเศษ

สัมภาษณ์พิเศษทีมพัฒนาเกม Final Fantasy VII Rebirth

เจาะข้อมูลเชิงลึกที่หลายคนสงสัย

อีกหนึ่งกิจกรรมสุดพิเศษที่ทีมงาน This Is Game Thailand ได้มีโอกาสเข้าร่วมในอีเวนต์ล่าสุดก็คือ การสัมภาษณ์สุดพิเศษกับผู้พัฒนาเกม Final Fantasy VII Rebirth ซึ่งประกอบไปด้วยคุณ Yoshinori Kitase โปรดิวเซอร์ และคุณ Naoki Hamaguchi ผู้กำกับเกม และในวันนี้ผู้เขียนเองก็ไม่พลาดที่จะนำข้อมูลเด็ด ๆ จากการสัมภาษณ์มาให้ทุกคนได้ติดตามกันครับ

ประเด็นเควสรอง (Side Quest) ภายในเกม

“สำหรับ Side Quest เราแบ่งออกเป็น 2 แบบด้วยกัน นั่นก็คือ World Intel และ Mercenary Quest” ผู้พัฒนาเกมระบุ “สาเหตุที่เราแบ่งแบบนี้ก็เพราะเราต้องการให้เควสเหล่านี้มีความหลากหลาย โดดเด่น และมีเรื่องราวที่แตกต่างกันออกไป” ซึ่งทางผู้พัฒนาเกมได้อธิบายว่า World Intel จะมีความตรงกว่า Mercenary Quest โดยใน World Intel จะทำให้ผู้เล่นได้รู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งเวลาที่เปิดพื้นที่ใหม่ เพราะพวกเขาจะได้ลุ้นว่า “จะมีเควสอะไรใหม่ ๆ ปรากฏบ้าง” ในขณะเดียวกัน Mercenary Quest นั้นมีความซับซ้อนมากกว่า แต่ก็จะมีเรื่องราวให้ติดตามเข้มข้นกว่าด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ทางผู้พัฒนายังได้บอกอีกว่าทุกคนคงทราบแล้วว่าเกม Final Fantasy VII Rebirth มีความต้องการที่จะมุ่งเน้นความเป็น Open World และให้อิสระผู้เล่นในการเล่นมากกว่าเดิม แต่สิ่งที่พวกเขาตระหนักอยู่เสมอก็คือหากพวกเขาให้อิสระมากเกินไป ก็จะทำให้ผู้เล่นบางคนไม่รู้เลยว่าพวกเขาควรทำอะไรต่อ หรือจุดจบของความอิสระตรงนี้ไปอยู่ที่ตรงไหน ฉะนั้นพวกเขาจึงใส่รายละเอียดปลีกย่อยเข้ามาให้เราได้ใช้งานกัน โดยเฉพาะระบบขั้นตอนการทำเควสใน Mercenary Quest ที่จะทำให้ผู้เล่นรู้ได้ทันทีว่าพวกเขาจะต้องใช้เวลากับเควสย่อยนี้นานเท่าไหร่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้ผู้เล่นไม่รู้สึกเบื่อเพราะเขาได้รู้ถึงจุดสิ้นสุดของเควสนี้ทำให้พวกเขามีเป้าหมายในการเล่นนั่นเอง

อีกสิ่งหนึ่งที่น่าประทับใจเป็นอย่างมากในการทดสอบ Hands On นี้ก็คือ ในเควสย่อยนั้นจะมีเกมเพลย์ที่แตกต่างกันออกไปจำนวนมาก เช่นการลอบเร้น การเล่นมินิเกมไล่จับ การทำชาเลนจ์ในการต่อสู้ เกมกดปุ่มตามจังหวะ เป็นต้น ซึ่งทีมพัฒนาได้บอกว่า “พวกเราต้องการให้ผู้เล่นสนุกไปกับเกมเพลย์ที่หลากหลาย ไม่ได้มีแต่การต่อสู้เท่านั้น เพราะเราเชื่อว่าด้วยเกมเพลย์ที่หลากหลายนี้เองจะทำให้ผู้เล่นสนุกไปกับเกมได้มากขึ้น และนี่คือสาเหตุที่ทำให้ตลอดการทำเควสย่อยผู้เล่นจะได้เจอเควสหลากหลายประเภทสลับกันไปนั่นเอง”

ประเด็นฉาก Aerith ร้องเพลงธีมจากเทรลเลอร์ Theme Song Announcement Trailer

อีกหนึ่งสิ่งที่ถูกถามถึงและคำตอบที่ได้มาก็เรียกว่าน่าสนใจมาก ๆ นั่นก็คือในเทรลเลอร์ Final Fantasy VII Rebirth ก่อนหน้านี้เราจะได้เห็น Aerith ร้องเพลง “ธีมของเกม (Theme Song)” บนเวทีซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างเซอร์ไพรส์ให้กับผู้เล่นไม่น้อย โดยทางผู้พัฒนาเกมก็ได้อธิบายถึงสาเหตุที่ใส่ฉากนี้เข้ามาในเกมไว้ว่า Final Fantasy VI นั้นมีฉากดนตรี Opera ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทำให้พวกเขาคิดว่าภายในเกมนี้ก็อยากมีฉากแบบนี้ด้วยเช่นกัน ประกอบกับพวกเขาจำได้ว่าใน Final Fantasy VII Remake ผู้เล่นจะได้ยินเพลงธีมของเกมในช่วง Ending เท่านั้น แต่พวกเขาต้องการทำให้เพลงธีมของเกมสามารถเล่นได้ในเกมเหมือนกับ Final Fantasy VIII หรือ Final Fantasy X ด้วย

และด้วยสาเหตุทั้งหมดนี้เองทำให้ทีมพัฒนาเกมใส่ฉาก “บนเวทีการแสดง” ที่เราได้เห็นในเทรลเลอร์เข้าไป และที่สำคัญก็คือฉากนี้ไม่ได้มีเอาไว้โชว์ความอลังการ หรือมีไว้แค่เล่นสนุกสนานเท่านั้น แต่ฉากบนเวทีจะเกี่ยวข้องกับชะตากรรมของตัวละคร นั่นแปลว่าผู้เล่นจะได้สัมผัสกับเพลงที่แสนจะไพเราะพร้อมกับเรื่องราวดราม่าที่แสนจะเข้มข้นบนเวทีนี้ได้แบบเต็มที่

อ้อ! ผู้พัฒนาแอบกระซิบว่าเมโลดี้ของเพลงใน Final Fantasy VII Remake ก็ถูกนำมาใช้ใน Final Fantasy VII Rebirth ฉะนั้นผู้เล่นคนใดที่ชื่นชอบการฟังเพลงก็อย่าลืมไปหาความคล้ายคลึงกันด้วยนะครับ!

ประเด็นขององค์ประกอบที่สนุกสนานที่เราได้พบตลอดเกม

ในเกม Final Fantasy VII องค์ประกอบตลกขบขัน (ทางผู้พัฒนาเรียกว่า Comical) นั้นถือเป็นจุดเด่นของเกมเลยก็ว่าได้ ด้วยองค์ประกอบนี้เองทำให้เกมนี้มีความโดดเด่นไม่เหมือนกับเกมอื่น ๆ ในซีรีส์ และนั่นคือสาเหตุที่เกม Final Fantasy VII Rebirth ยังคงใส่มุกตลกเหล่านี้เข้ามาเรื่อย ๆ ไม่ได้มีแต่ความซีเรียสจนทำให้โทนเกมมันเข้มจนเกินไป โดยเฉพาะในเกมภาคนี้เราจะได้เจอกับเหล่าแก๊งโจรโบ๊ะบ๊ะในภารกิจ World Intel ที่จะทำให้การเล่นเกมนี้สนุกมากขึ้น โดยทางผู้พัฒนาอธิบายว่าองค์ประกอบเหล่านี้มัน “จริงจังแต่ตลก” นั่นเอง

ประเด็นการ์ดเกม Queen’s Blood มินิเกมที่หลายคนเทใจให้

Queen’s Blood เป็นอีกหนึ่งมินิเกมที่ถูกพูดถึงอย่างมากตั้งแต่ที่มีการเปิดตัวให้เราได้ทราบกัน โดย Queen’s Blood จะเป็นมินิเกมในสไตล์เกมการ์ด ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ทางผู้พัฒนาเกมตัดสินใจเพิ่มมินิเกม Queen’s Blood เข้ามาก็เพราะว่าพวกเขาต้องการให้ Final Fantasy VII Rebirth มีมินิเกมที่หลากหลาย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพวกเขาต้องการมินิเกมที่สามารถเล่นได้ตลอดการเล่นเกมนี้ทั้งเกม ทำให้สิ่งที่เรียกว่าการ์ดเกมนั้นปรากฏขึ้นมาในไอเดียของพวกเขาก็เลยมีการนำไอเดียนี้มาต่อยอดจนกลายเป็นมินิเกม Queen’s Blood นั่นเอง

อย่างไรก็ตามบางคนอาจจะมองว่าการ์ดเกมนี้มีความคล้ายคลึงกับ Gwent ซึ่งเป็นการ์ดเกมภายใน The Witcher 3: Wild Hunt อยู่บ้าง โดยทางผู้พัฒนาได้บอกว่าพวกเขาได้มีการนำ Gwent มาเป็นต้นแบบในการศึกษาเพื่อมาเป็นต้นแบบไอเดียว่าพวกเขาใช้การ์ดเกมในจักรวาล The Witcher ได้อย่างไร และนำไอเดียเหล่านั้นมาต่อยอดด้วยการคิดกฎ และสร้างการ์ดให้เหมาะสมกับโลกของ Final Fantasy VII

“พวกเราได้มีการพูดคุยกับทีมงานที่ชอบบอร์ดเกมแบบเข้าเส้น เราขอบอกไว้ว่าเราใช้เวลาในการคิดเฉพาะการ์ดเกมนี้ร่วมปีเลยทีเดียวกว่าจะออกมาได้แบบนี้” ผู้พัฒนาอธิบาย “และสิ่งที่เราอยากจะบอกก็คือ Queen’s Blood ไม่ได้เป็นแค่การ์ดเกมที่เล่นแล้วจบไปเท่านั้น แต่เราได้ใส่เควสย่อยและเควสหลักที่เกี่ยวข้องกับเกม Queen’s Blood ด้วย”

ประเด็นตัวละคร Zack ที่หลายคนรอคอย

และสำหรับผู้อ่านคนใดที่รอคอยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวละคร Zack ก็ต้องบอกว่าน่าเสียดายที่ในตอนนี้สิ่งที่ทางผู้พัฒนาเกมพูดถึง Zack ในเกม Final Fantasy VII Rebirth มีเพียงอย่างเดียวก็คือ “Zack เป็นตัวละครที่เรียกได้ว่าเป็น Final Character ที่สำคัญมาก ๆ” และถ้าหากใครสนใจว่าเราจะได้ควบคุมตัวละครนี้หรือไม่ทางผู้พัฒนาก็ได้ยิ้มพร้อมตอบว่า “เราไม่สามารถพูดได้จริง ๆ ขออภัยด้วย”

ปิดการสัมภาษณ์

และสุดท้ายนี้ทางผู้พัฒนาเกมก็ได้ฝากข้อความปิดท้ายมาถึงผู้อ่านทุกคน โดยเริ่มต้นจากคุณ Naoki Hamaguchi ผู้กำกับเกม ที่บอกไว้ว่า “สุดท้ายนี้ขอฝากถึงผู้เล่นไว้ว่าตอนนี้เกมได้พัฒนาเสร็จแล้ว และพร้อมที่จะส่งให้ผู้เล่นได้เล่นอีกในไม่ช้า เราต้องการส่งมอบโลกที่กว้างใหญ่ ประสบการณ์ใหม่และองค์ประกอบใหม่ ๆ มาให้ผู้เล่นได้เล่นกันอย่างเต็มที่ ขอให้ทุกคนสนุกไปกับ Final Fantasy VII Rebirth ครับ!”

ในขณะเดียวกันคุณ Yoshinori Kitase โปรดิวเซอร์เกมได้ฝากบอกทุกคนไว้ว่า “เราอยากจะบอกว่าใน Final Fantasy VII Rebirth นี้มีเรื่องราวและคอนเทนต์แน่นมาก ๆ แต่ก็มีอิสระให้ผู้เล่นได้เล่นมาก ๆ เช่นกัน และการ์ดเกม Queen’s Blood คือสิ่งที่ผู้เล่นหลายคนให้ความสนใจมากซึ่งเราดีใจมากหวังว่าประสบการณ์การเล่นมินิเกม, บอร์ดเกมและการ์ดเกมนี้จะช่วยให้ผู้เล่นได้สนุกกับเกมนี้ได้มากยิ่งขึ้นครับ”

Final Fantasy VII Rebirth เกมภาคต่อของ Final Fantasy VII Remake จะวางจำหน่าย 29 ก.พ. 2024 บน PlayStation 5 ผู้เล่นจะได้ติดตามการผจญภัยของ Cloud และผองเพื่อนเพื่อตามล่า Sephiroth บนแผนที่ที่มีสเกลใหญ่ขึ้น พร้อมสำรวจประวัติเบื้องหลังของตัวละครต่าง ๆ เกมมีทั้งหมด 2 แผ่น เตรียมตัวให้พร้อม เพราะว่าการผจญภัยในครั้งนี้จะยิ่งใหญ่กว่าเดิมแน่นอน!

Youryu

นักผจญเกมที่ไม่จำกัดประเภทและแพล็ตฟอร์ม
Back to top button