สกู๊ปพิเศษ

รวม 12 เกม Dragon Ball บน PS1 และ PS2

ความทรงจำอันหอมหวาน (และแอบขมในบางครั้ง) ของเหล่าเด็กหนวด

Dragon Ball เป็นเกมที่ได้รับความนิยมมาหลายสิบปีแล้ว แม้ว่าเกม Dragon ball ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในช่วงแรก ๆ ของแฟรนไชส์จะวางจำหน่ายบนเครื่องคอนโซลของ Nintendo แต่เกม Dragon ball ที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงคือ เกมที่วางจำหน่ายบน PlayStation และ PlayStation 2 ยกตัวอย่างเช่น ซีรีส์ Budokai และ Budokai Tenkaichi ซึ่งเกมเหล่านี้ถอดแบบมาจากอนิเมะได้อย่างสวยงาม ในวันนี้เราได้รวบรวมนำ 12 เกม Dragon Ball บน PS1 และ PS2 มาให้ทุกคนได้ติดตามกันครับ

1. Dragon Ball Z: Ultimate Battle 22 (1995)

Ultimate Battle 22 ได้รับการวิจารณ์อย่างหนักเมื่อวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา สาเหตุหลักมาจากเกมวางจำหน่ายช้ากว่าเวอร์ชั่นญี่ปุ่นนานถึง 8 ปี และ ณ ตอนนั้นเครื่อง PlayStation 2 ก็วางจำหน่ายไปแล้ว ทำให้เกมดูล้าสมัยเกินไป และถึงแม้ว่า Ultimate Battle 22 จะไม่ใช่เกมต่อสู้ที่ดีที่สุดในซีรีส์ แต่ก็มีจุดเด่นคือกราฟิกที่สวยงาม (ณ ตอนนั้น) และเนื้อหาที่หลากหลาย อย่างไรก็ตาม เกมมีปัญหาเรื่องการใช้เวลาโหลดเกมที่นานมาก ๆ

2. Dragon Ball Z: The Legend (1996)

เกม The Legend เป็นเกม Dragon Ball Z ที่ไม่เคยวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากเป็นการดัดแปลงซีรีส์ทั้งหมด ซึ่งยังคงออกอากาศอยู่ในเวลานั้น โดยเกมนี้เป็นเกมที่ดัดแปลง Dragon Ball Z มาได้อย่างเหมาะสม เกมเพลย์แตกต่างจากเกมต่อสู้ทั่วไป โดยมีโหมดการต่อสู้เป็นทีม คัทซีนที่สามารถเล่นได้ระหว่างการแข่งขัน และเรื่องราวที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้เล็กน้อยขึ้นอยู่กับว่าผู้เล่นต้องการยึดตามเนื้อหาของอนิเมะหรือไม่ (เช่น สลับตัวละครในการต่อสู้ที่พวกเขาไม่ควรอยู่ในนั้น)

3. Dragon Ball GT: Final Bout (1997)

เกม Final Bout เป็นเกม Dragon Ball เกมแรกที่เปิดตัวในตะวันตก แม้จะไม่ใช่เกมที่แย่ที่สุด แต่ก็มีข้อบกพร่องหลายประการ เช่น กราฟิกล้าสมัย การควบคุมที่ไม่ดี และตัวละครที่มีให้เล่นก็ไม่ได้เยอะมาก อย่างไรก็ตามเกมนี้ก็ถือว่าเป็นเกมที่เล่นได้สนุกมากเกมหนึ่ง โดยในประเทศไทยเกมนี้ถือว่าเป็นหนึ่งเกมที่มีผู้เล่นชื่นชอบเป็นอย่างมาก

4. Dragon Ball Z: Budokai (2002)

หลังจากการเปิดตัว Final Bout และการสิ้นสุดของ Dragon Ball GT ในญี่ปุ่น แฟรนไชส์ Dragob Ball ได้ห่างหายจากการถูกนำมาพัฒนาเป็นเกมไประยะหนึ่ง จนกระทั่งปี 2002 Budokai บน PlayStation 2 ได้นำซีรีส์นี้กลับมาสู่สื่ออีกครั้ง โดยเกม Budokai เป็นเกม Dragon Ball บน PlayStation 2 ที่ยึดตามการ์ตูน ที่มาพร้อมโหมดเนื้อเรื่องที่ติดตามเรื่องราว และระบบการเล่นที่เน้นการปรับแต่งตัวละคร Budokai แม้ว่าเกมเพลย์อาจจะไม่ได้โดดเด่นมากนัก แต่การนำเสนอเรื่องราวที่เหมือนการ์ตูนทำให้เกมนี้มีความน่าสนใจที่ Budokai 2 และ 3 ขาดไป

5. Dragon Ball Z: Budokai 2 (2003)

Budokai 2 เป็นเกมที่พัฒนาขึ้นจากภาคแรกในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นระบบการต่อสู้ รายชื่อตัวละคร และการปรับแต่งตัวละคร รวมไปถึงตัวละครให้ปลดล็อคเพิ่มเติม (พร้อมเกณฑ์การปลดล็อคที่ดีกว่า) และระบบคอมโบที่ยอดเยี่ยมกว่า น่าเสียดายที่ Budokai 2 ได้ละทิ้งโหมดเนื้อเรื่องที่ยอดเยี่ยมของ Budokai และแทนที่ด้วยแคมเปญสไตล์ Mario Party ที่เป็นโหมดแบบอาร์เคดที่เน้นไปที่การเล่นเกมมากกว่าเนื้อเรื่อง การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้รับการตอบรับที่ดีจากแฟน ๆ บางคนรู้สึกว่าขาดความใส่ใจในรายละเอียดและความต่อเนื่องซึ่งเป็นจุดเด่นของ Budokai ดั้งเดิม

6. Dragon Ball Z: Budokai 3 (2004)

Budokai 3 เป็นเกมที่ดีที่สุดในซีรีส์ Budokai แต่ก็มีข้อบกพร่องเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Budokai 3 มีระบบ RNG ในการเล่นเกม โดย Dragon Rush จะนำไปสู่เหตุการณ์กดปุ่มอย่างรวดเร็วที่ฝ่ายตรงข้ามต้องเลือกปุ่มที่ถูกต้องเพื่อสร้างความเสียหายหรือหลบหลีก แม้ว่า Dragon Rush จะไม่สมดุลในที่สุด แต่ Budokai 3 ก็สนุกมากพอที่จะมองข้ามปัญหานี้ไปได้ นอกจากนี้เกมดังกล่าวยังมาพร้อมกับตัวละครจำนวนมากให้เลือกเล่น การปรับแต่งตัวละครที่ดีที่สุดในเกม Dragon Ball บน PS2 และ Dragon Universe ที่เป็นโหมดเนื้อเรื่องที่สมาชิกทุกคนของ Dragon Team ต้องผ่านเหตุการณ์สำคัญของพวกเขาใน DBZ ทำให้ Budokai 3 เป็นเกมที่ต้องเล่นสำหรับแฟน Dragon Ball ทุกคน

7. Dragon Ball Z: Sagas (2005)

เกม Sagas ได้รับการโปรโมทว่าเป็นเกม Dragon Ball ขนาดใหญ่ และเป็นการกลับสู่แนว RPG ในโลกเปิดที่ดัดแปลงอนิเมะ Dragon Ball Z อย่างเหมาะสม อย่างน้อยนั่นคือสิ่งที่การตลาดทำให้แฟน ๆ เชื่อ ในความเป็นจริง Sagas กลายเป็นหนึ่งในเกมที่แย่ที่สุดในซีรีส์อย่างรวดเร็ว และอาจเป็นเกม Dragon Ball Z ที่แย่ที่สุดบน PS1 และ PS2 ไปอย่างรวดเร็ว โดย Sagas มีบางคุณสมบัติที่สนุกสนาน เช่น การเล่นเกมแบบร่วมมือกันและท่าโจมตีพิเศษที่น่าพึงพอใจ อย่างไรก็ตาม ด้วยการออกแบบระดับพื้นฐาน AI บอสที่ซ้ำซาก และบรรยากาศที่ย่ำแย่ทำให้ผู้เล่นเบื่อหน่าย

8. Dragon Ball Z: Budokai Tenkaichi (2005)

เมื่อไตรภาค Budokai จบลง Dragon Ball ได้เปลี่ยนไปสู่ซีรีส์ย่อยใหม่: Budokai Tenkaichi แทนที่จะเป็นเกมต่อสู้ 2 มิติ เกมนี้ใช้เวที 3 มิติที่ออกแบบมาเพื่อถ่ายทอดความเข้มข้นของการต่อสู้ของ DBZ ไปสู่การเล่นเกม และด้วยเหตุนี้เองทำให้ Budokai Tenkaichi เป็นเกมที่จำลองความเป็น Dragon Ball Z มากขึ้น แม้ว่ารูปแบบเกมเพลย์โดยรวมแล้วไม่ได้มีอะไรแปลกแตกต่างมากนัก แต่เกมนี้ชดเชยด้วยเกมเพลย์ต่อสู้ที่ดีที่สุดของ Dragon Ball ขึ้นมาใหม่ น่าเสียดายที่ Budokai Tenkaichi ดั้งเดิมมีโหมดเนื้อเรื่องที่น่าเบื่อและการปรับแต่งเกทที่ต่ำกว่ามาตรฐาน

9. Super Dragon Ball Z (2006)

Super Dragon Ball Z เป็นเกม Dragon Ball Z บน PlayStation 2 ที่เน้นการต่อสู้แบบคลาสสิค เกมนี้อาจไม่มีโหมดเนื้อเรื่องที่แข็งแกร่ง แต่มีตัวละครที่แฟน ๆ ชื่นชอบหลายสิบตัว เกมนี้มีรายชื่อตัวละครที่ออกแบบอย่างพิถีพิถันทำให้เกมมีความสมดุล น่าเสียดายที่ Super Dragon Ball Z เกมนี้มักถูกมองข้าม

10. Dragon Ball Z: Budokai Tenkaichi 2 (2006)

Budokai Tenkaichi 2 เป็นเกมที่ดัดแปลงเนื้อเรื่องมาจากทั้ง Dragon Ball และ Dragon Ball GT แทนที่จะเป็นโหมดเนื้อเรื่องทั่ว ๆ ไป เกมนี้นำเสนอในรูปแบบโหมด Dragon Universe ที่ผู้เล่นสามารถเล่นผ่านเรื่องราวทั้งหมดของแฟรนไชส์ได้ ที่น่าสนใจก็คือ Budokai Tenkaichi 2 ยังมีตัวละครให้เลือกเล่นเยอะที่สุดในซีรีส์ พร้อมกับนำเสนอระบบปรับแต่ง Potara ใหม่ ซึ่งช่วยให้ผู้เล่นสร้างตัวละครผสมผสานระหว่างตัวละครต่าง ๆ ได้

11. Dragon Ball Z: Budokai Tenkaichi 3 (2007)

Budokai Tenkaichi 3 เป็นเกม Dragon Ball ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา อย่างไรก็ตาม เกมนี้ใหญ่เกินไปและทำให้โหมดเนื้อเรื่องกลายเป็นสิ่งที่น่าผิดหวังไปอย่างน่าเสียดาย Budokai Tenkaichi 3 มีการปรับปรุงมากมายจากภาคก่อน ๆ เช่น ตัวละครที่มีให้เลือกเล่นมากขึ้น ฉากต่อสู้ที่กว้างขึ้น และระบบปรับแต่งที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม โหมดเนื้อเรื่องก็ถูกย่อให้เล็กลงและขาดความลึกซึ้งแบบภาคก่อน ๆ ไปอย่างน่าเสียดาย

12. Dragon Ball Z: Infinite World (2008)

Infinite World เป็นเกมดราก้อนบอลภาคสุดท้ายบน PlayStation 2 น่าเสียดายที่การตอบรับที่สำคัญของเกมนี้ไม่ดีเท่ากับ Ultimate Battle 22 ก็ตาม แต่เห็นได้ชัดว่าเกมนี้ทำหน้าที่เป็น Budokai 4 หลังจากที่ Budokai 3 นำซีรีส์นี้ปิดฉากลงอย่างแข็งแกร่ง โดยเกมนี้ปรับปรุงระบบ Dragon Rush ของ Budokai 3 แต่ก็ไม่ได้เพิ่มเนื้อหาใหม่มากมายในแง่ของรายชื่อตัวละคร กลไก หรือเรื่องราว

ทั้งหมดนี้คือ 12 เกม Dragon Ball บน PS1 และ PS2 ที่มีให้เราได้เล่นกันครับ เด็กหนวดคนไหนชอบเกมใดเป็นพิเศษก็มาคอมเมนต์พูดคุยกันได้เลยนะครับ

ที่มา cbr

Youryu

นักผจญเกมที่ไม่จำกัดประเภทและแพล็ตฟอร์ม
Back to top button