10 เกมยอดนิยมใน Steam ที่มีรีวิวเป็น Mixed
เกมดังคนเล่นเป็นหมื่นเป็นแสน แต่ความเห็นแตก มีเกมอะไรบ้าง

สวัสดีครับเพื่อน ๆ ชาวเกมเมอร์ทุกท่าน ถ้าพูดถึงการเลือกซื้อหรือดาวน์โหลดเกมสักเกมบน Steam สิ่งแรก ๆ ที่หลายคนมักจะใช้เป็นตัวช่วยตัดสินใจก็คงหนีไม่พ้น “คะแนนรีวิว” จากผู้เล่นจริง ยิ่งถ้าเห็นแถบสีเขียวพร้อมคำว่า Positive ลอยมาแต่ไกล ก็มักจะทำให้เรากดซื้อได้อย่างสบายใจ แต่เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมบางเกมที่มีจำนวนคนเล่นพร้อมกันเป็นหมื่นเป็นแสน แถมยังเป็นเกมระดับ AAA หรือเกมฟอร์มยักษ์ที่เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ ถึงได้มีสถานะรีวิวเป็น Mixed อยู่บนหน้าร้านค้า?
ปรากฏการณ์ “เสียงแตก” แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะตัวเกมแย่เสมอไปครับ แต่มักจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่ซับซ้อนกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระบบการเติมเงินที่มากเกินไป ปัญหาเรื่องเซิร์ฟเวอร์ การอัปเดตแพตช์ใหม่ที่ดันไปทำลายระบบเดิม หรือแม้กระทั่งการโดนรีวิวบอมบ์จากประเด็นดราม่านอกเกม ซึ่งสิ่งเหล่านี้สร้างความขัดแย้งระหว่าง “ความสนุกของระบบ gameplay” กับ “ความไม่พึงพอใจของชุมชนผู้เล่น” อย่างชัดเจน
วันนี้เราเลยรวบรวม 10 เกมยอดนิยมบน Steam ที่แม้ยอดผู้เล่นจะล้นทะลัก แต่คะแนนรีวิวกลับวิกฤตอยู่ในระดับ Mixed มาให้ทุกคนได้ดูกันครับ ว่าแต่ละเกมมีประเด็นอะไรที่ทำให้ผู้เล่นรักพี่เสียดายน้องกันแน่ครับ
1. PUBG: BATTLEGROUNDS

หากพูดถึงต้นตำรับเกมแนว Battle Royale ที่เคยสร้างปรากฏการณ์ฮิตทั่วบ้านทั่วเมือง ย่อมต้องมีชื่อของ PUBG: BATTLEGROUNDS ติดอยู่อันดับต้น ๆ อย่างแน่นอนครับ แม้ปัจจุบันจะเปลี่ยนมาเปิดให้เล่นแบบ Free-to-Play จนดันยอดผู้เล่นต่อวันพุ่งติด Top 5 ของ Steam อยู่ตลอดเวลา แต่คะแนนรีวิวกลับสวนทางด้วยสถานะ Mixed มาอย่างยาวนาน สาเหตุหลักมาจากปัญหาโปรแกรมโกงที่ยังคงกวนใจผู้เล่นสายจริงจังอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการปรับรูปแบบธุรกิจที่เน้นขายสกิน gacha ราคาสูงเกินไป จนทำให้แฟนเกมยุคเก๋าที่เคยซื้อเกมเต็มรู้สึกไม่คุ้มค่า บวกกับปัญหาเรื่องการปรับปรุงประสิทธิภาพเกม และการใส่บอทเข้ามาที่ลดความท้าทายลง แม้ตัวระบบการยิงและเกมเพลย์หลักจะยังสนุกสะใจเหมือนเดิม แต่ความหงุดหงิดจากองค์ประกอบรอบข้างเหล่านี้ ก็ทำให้ผู้เล่นจำนวนมากพร้อมใจกันกดรีวิวสีแดงให้ด้วยความเสียดายครับ
2. TBH: Task Bar Hero

สำหรับใครที่ชอบหาเกมเล่นฆ่าเวลาระหว่างทำงาน เกมแนว Idle บนหน้าจออย่าง TBH: Task Bar Hero ถือเป็นหนึ่งในเกมที่ได้รับความสนใจอย่างมาก จนมียอดผู้เล่นแอบเปิดทิ้งไว้ที่แถบ Taskbar เป็นจำนวนมากครับ แต่สิ่งที่ทำให้คะแนนรีวิวของเกมนี้ร่วงลงมาอยู่ในระดับ Mixed กลับไม่ใช่เพราะระบบเกมเพลย์ที่ไม่สนุก แต่เป็นปัญหาด้าน ประสิทธิภาพและบัคของระบบ โดยเฉพาะการกินทรัพยากรเครื่องที่มากเกินความจำเป็นสำหรับเกมขนาดเล็ก รวมถึงบัคที่ทำให้ตัวเกมไม่ยอมบันทึกความคืบหน้า หรือการแสดงผลผิดพลาดบนความละเอียดจอที่หลากหลาย นอกจากนี้ ผู้เล่นบางส่วนยังรู้สึกว่าเนื้อหาของเกมหมดไวเกินไป และเริ่มขาดความหลากหลายเมื่อเล่นไปได้สักระยะ ทำให้เกิดกระแสวิจารณ์ว่าตัวเกมยังพัฒนามาได้ไม่สมบูรณ์พอเมื่อเทียบกับราคาที่จ่ายไป แม้ว่าตัวคอนเซปต์จะทำออกมาได้แปลกใหม่และตอบโจทย์สายปั๊มเวลตอนทำงานก็ตามครับ
3. Apex Legends

ถ้าพูดถึงเกมยิงแนว Fast-Paced Battle Royale ที่เคลื่อนไหวได้ไหลลื่นและมีระบบสกิลตัวละครสุดมัน Apex Legends ก็ยังคงเป็นหนึ่งในตัวท็อปที่มีผู้เล่นเข้าสู้อย่างมหาศาลทุกวันครับ ทว่าคะแนนรีวิวบน Steam กลับดิ่งลงมาสู่ระดับ Mixed อย่างน่าตกใจ ซึ่งสาเหตุหลักก็มาจากความไม่พอใจของชุมชนผู้เล่นต่อการตัดสินใจของทีมงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ระบบแอนตี้ชีตที่ไม่เด็ดขาด จนโปรโกงล้นเซิร์ฟเวอร์ โดยเฉพาะในโหมดแรงก์ รวมถึงปัญหาเซิร์ฟเวอร์กระตุกและหลุดบ่อยที่ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างยั่งยืน ยิ่งไปกว่านั้น การปรับเปลี่ยนระบบ Battle Pass และการเน้นขายสกินระดับพรีเมียมในราคาแพงลิบลิ่ว ก็ยิ่งสร้างความกระหายเงินในสายตาผู้เล่นมากขึ้นไปอีก แม้เกมเพลย์การยิง การคอมโบสกิล และความเร้าใจในแต่ละแมตช์จะทำออกมาได้ดีเยี่ยมหาตัวจับยาก แต่ความล้มเหลวในการจัดการปัญหาเรื้อรังเหล่านี้ ก็ทำให้ผู้เล่นจำนวนมากพร้อมใจกันลงคะแนนติดลบเพื่อส่งเสียงสะท้อนไปถึงผู้พัฒนาครับ
4. EA SPORTS FC™ 26

ซีรีส์เกมฟุตบอลระดับแมสที่ครองใจแฟนบอลทั่วโลกมาอย่างยาวนาน ย่อมมีชื่อของ EA SPORTS FC™ ติดโผอยู่อย่างแน่นอนครับ แม้ว่ายอดผู้เล่นออนไลน์พร้อมกันจะทะลุหลักหลายหมื่นคนทุกวัน แต่คะแนนรีวิวบน Steam กลับวนเวียนอยู่เพียงระดับ Mixed แทบจะทุกปี ซึ่งในภาคล่าสุดนี้ สาเหตุหลักที่ทำให้แฟนบอลหัวร้อนและกดรีวิวสีแดงให้ ก็มาจากปัญหาเดิม ๆ อย่าง ระบบเกมเพลย์ที่ไม่สมดุล การปรับเปลี่ยน AI และฟิสิกส์บอลที่ผู้เล่นมองว่าไร้เหตุผล รวมถึงปัญหา Scripting หรือการล็อคผลในโหมด Ultimate Team ที่สร้างความหงุดหงิดเป็นอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้น ระบบเติมเงินเปิดซองสุ่มการ์ดที่เน้น Pay-to-Win ยังคงเข้มข้น และการปรับปรุงโหมดการเล่นอื่น ๆ อย่าง Career Mode ที่แทบจะไม่มีอะไรแปลกใหม่ขึ้นอย่างเด่นชัด ก็ทำให้ผู้เล่นรู้สึกว่าตัวเกมเป็นเพียงแค่การอัปเดตตลาดนักเตะรายปีในราคาเต็ม แม้กราฟิกและความสมจริงของลิขสิทธิ์จะจัดเต็มเหมือนเดิมก็ตามครับ
5. Delta Force

การกลับมาของแฟรนไชส์เกมยิงระดับตำนานที่ถูกนำมารีบูตใหม่จนสร้างเสียงฮือฮาได้อย่างมาก และดันยอดผู้เล่นบน Steam พุ่งสูงแตะหลักหลายหมื่นคนตั้งแต่ช่วงเปิดตัวครับ แต่กระนั้น คะแนนรีวิวของตัวเกมกลับทำได้เพียงระดับ Mixed สวนทางกับกระแสความนิยม สาเหตุหลักมาจากความรู้สึกขัดแย้งของแฟนเกมสองกลุ่ม โดยกลุ่มผู้เล่นยุคเก๋าต่างผิดหวังที่ตัวเกมเปลี่ยนทิศทางจากการสู้รบเน้นความสมจริงและยุทธวิธีในอดีต ไปเป็นเกมยิงสมัยใหม่ที่มีระบบ Operator พร้อมสกิลหวือหวา รวมถึงการใส่โหมดสไตล์ Extraction Shooter ที่เน้นฟาร์มของ ซึ่งทำให้เสน่ห์เดิม ๆ หายไป ยิ่งไปกว่านั้น ปัญหาเรื่อง ความซ้ำซากของบอทในแมตช์ ที่เยอะเกินไปในระดับแรงก์เริ่มต้น สมดุลของปืนและระบบแอนตี้ชีตที่ยังรับมือโปรโกงได้ไม่ดีพอ ก็กลายเป็นจุดออพที่ทำให้ผู้เล่นสายแข่งขันยิงกันไม่สนุก แม้ว่าภาพกราฟิกจะสวยงามและงานประกอบระดับ AAA จะทำออกมาได้น่าประทับใจก็ตามครับ
6. Slay the Spire 2

การกลับมาของภาคต่อเกม Deck-building Roguelike ระดับขึ้นหิ้งที่แฟนเกมทั่วโลกต่างเฝ้ารอคอย และพากันทะลักเข้ามาเล่นจนยอดผู้เล่นพุ่งสูงทะลุเพดานทันทีที่วางจำหน่ายครับ ทว่าคะแนนรีวิวบน Steam กลับอยู่ในระดับ Mixed อย่างน่าประหลาดใจ สาเหตุหลักมาจากความคาดหวังที่สูงลิบของแฟนคลับยุคเก๋า โดยผู้เล่นจำนวนมากมองว่า ตัวเกมยังไม่มีการฉีกแนวหรือสร้างนวัตกรรมใหม่ที่มากพอ เมื่อเทียบกับภาคแรกที่เคยสร้างมาตรฐานไว้สูงเกินไป ประกอบกับการปรับเปลี่ยนสมดุลของการ์ด และ Art Style ใหม่ที่บางคนรู้สึกว่าขาดเอกลักษณ์เดิม รวมถึงปัญหาการเล่นในรูปแบบ Early Access ที่เนื้อหายังไม่สมบูรณ์และการตั้งราคาที่แพงขึ้น ก็ยิ่งทำให้เกิดกระแสเปรียบเทียบกับภาคแรกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าระบบการต่อสู้ด้วยการจัดเด็คและลูปการเล่นจะยังคงท้าทายและดูดเวลาได้อย่างเพลิดเพลินเหมือนเดิมก็ตามครับ
7. NARAKA: BLADEPOINT

สุดยอดเกม Battle Royale สายกำลังภายในที่เน้นการใช้วิทยายุทธ์และการต่อสู้ระยะประชิดอันดุเดือด ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมหาศาลโดยเฉพาะในฝั่งเอเชีย จนมียอดผู้เล่นพร้อมกันติด Top 10 บน Steam มาอย่างยาวนานครับ แต่คะแนนรีวิวของเกมนี้กลับอยู่ในระดับ Mixed มาโดยตลอด สาเหตุสำคัญมาจาก ปัญหาเรื่องค่า Latency และ Ping ที่ไม่เท่าเทียม ทำให้ผู้เล่นมักจะเจอกับศัตรูต่างพื้นที่ที่มีอาการกระตุกหรือวาร์ป ซึ่งส่งผลต่อจังหวะการ Parry และการเคาน์เตอร์การโจมตีอย่างรุนแรงจนเสียอารมณ์ ยิ่งไปกว่านั้น การปรับเกมเป็น Free-to-Play ยังพาเอาปัญหาโปรแกรมโกงและบอทเพิ่มจำนวนขึ้นตามไปด้วย บวกกับความเหลื่อมล้ำทางฝีมือที่สูงมากสำหรับผู้เล่นใหม่ ซึ่งมักจะโดนสายแข็งไต่กำแพงคอมโบชุดเดียวร่วงโดยไม่มีโอกาสได้แก้ตัว แม้ว่าระบบการต่อสู้ การเคลื่อนไหววิชาตัวเบา และดีไซน์ตัวละครจะมีความโดดเด่นและสร้างความสนุกได้มากก็ตามครับ
8. Overwatch®

ถ้าพูดถึงเกมฮีโร่ชูตเตอร์ที่เคยกวาดรางวัลมานับไม่ถ้วน Overwatch คือชื่อแรกที่หลายคนนึกถึงครับ แม้การขยายมาลงบนแพลตฟอร์ม Steam จะดึงยอดผู้เล่นหน้าใหม่และหน้าเก่าเข้ามาได้มหาศาล แต่คะแนนรีวิวกลับดิ่งลงมาอยู่ในระดับ Mixed สาเหตุหลักมาจากความผิดหวังที่ทีมพัฒนายกเลิกโหมด PvE แบบเต็มรูปแบบที่เคยสัญญาเอาไว้ครับ นอกจากนี้ การเปลี่ยนโมเดลหาเงินมาเป็นระบบ Battle Pass ที่เน้นขายสกินราคาสูงปรี๊ด รวมถึงการปรับระบบทีมจาก 6v6 มาเป็น 5v5 ก็ทำให้แฟนเกมยุคบุกเบิกรู้สึกว่าเสน่ห์เดิม ๆ ขาดหายไป แม้ว่าตัวเกมเพลย์หลักและการคอมโบสกิลจะยังคงลื่นไหลและสนุกสะใจมากแค่ไหน แต่ความขุ่นเคืองต่อการตัดสินใจของผู้พัฒนาก็ทำให้ชุมชนผู้เล่นพร้อมใจกันกดรีวิวบอมบ์เพื่อแสดงจุดยืนครับ
9. Battlefield™ 6

อีกหนึ่งซีรีส์เกมสงครามขนาดใหญ่ระดับตำนานที่แฟน ๆ สายสมรภูมิต่างคาดหวังไว้สูงมาก และมักจะกวาดผู้เล่นนับแสนคนให้หลั่งไหลเข้ามาตลุมบอนกันตั้งแต่ช่วงเปิดตัวครับ แต่คะแนนรีวิวบน Steam ก็มักจะตกลงมาวนเวียนอยู่ที่สถานะ Mixed อยู่เสมอ สาเหตุหลักมาจาก ปัญหาด้านประสิทธิภาพและเทคนิคในวันวางจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของบัคจำนวนมาก อัตราเฟรมเรตตก การเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ที่ไม่เสถียร รวมถึงปัญหาการจัดสมดุลยานพาหนะและอาวุธปืนที่มักจะสร้างความเหลื่อมล้ำในการเล่น ยิ่งไปกว่านั้น การออกแบบแผนที่บางฉากที่กว้างเกินไปจนทำให้จังหวะเกมอืด หรือการปรับเปลี่ยนระบบคลาสตัวละครเดิม ๆ ก็สร้างความขัดแย้งให้กับแฟนเกมยุคเก๋าอย่างหนัก แม้ว่าบรรยากาศสงครามสุดอลังการ กราฟิกที่สมจริง และระบบทำลายล้างฉากจะยังคงเป็นจุดเด่นที่หาเกมอื่นมาทดแทนได้ยากก็ตามครับ
10. War Thunder

สุดยอดเกมจำลองการรบทางยานพาหนะ ทั้งรถถัง เครื่องบิน และเรือรบ ที่เน้นความสมจริงแบบจัดเต็ม ซึ่งได้รับความนิยมอย่างยาวนานและมียอดผู้เล่นออนไลน์พร้อมกันหลักหมื่นหลักแสนอยู่เสมอครับ แต่คะแนนรีวิวบน Steam กลับอยู่ในระดับ Mixed มาอย่างต่อเนื่อง สาเหตุหลักมาจาก ระบบการฟาร์มที่ยากลำบาก ซึ่งต้องใช้เวลาและพลังกายอย่างมหาศาลในการปลดล็อกยานพาหนะยุคใหม่ จนสร้างความอึดอัดให้กับสายเล่นฟรีอย่างหนัก นอกจากนี้ การปรับเปลี่ยนสมดุลของค่า Repair Cost ที่เคยทำให้ผู้เล่นขาดทุนอย่างรุนแรงจนเกิดเหตุการณ์รวมพลังกดรีวิวบอมบ์ครั้งใหญ่ รวมถึงประเด็นเรื่องระบบ Pay-to-Win จากยานพาหนะพรีเมียม และปัญหา BR จัดห้องไม่สมดุล ก็เป็นจุดที่ถูกวิจารณ์อยู่ตลอด แม้ว่าตัวฟิสิกส์ ระบบความเสียหายของชิ้นส่วน และความสมจริงในการรบจะทำออกมาได้ยอดเยี่ยมหาตัวจับยากแค่ไหนก็ตามครับ

สุดท้ายนี้ จะเห็นได้ว่าการที่เกมยอดนิยมบน Steam ได้คะแนนรีวิวอยู่ในระดับ Mixed ไม่ได้แปลว่าเกมนั้นเป็น “ไม่ดี” หรือไม่น่าเล่นแต่อย่างใดครับ ในทางกลับกัน มันคือสัญญาณเตือนจากชุมชนผู้เล่นที่มีต่อผู้พัฒนา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของบัค โปรโกง หรือระบบเติมเงินขายของที่ล้ำเส้นเกินไป ดังนั้น หากเพื่อน ๆ กำลังเล็งเกมไหนในลิสต์นี้อยู่ แนะนำว่าอย่าเพิ่งตกใจกับสีของรีวิวครับ ลองเข้าไปอ่านเนื้อหาคำวิจารณ์ข้างในดูสักนิดว่าประเด็นที่คนอื่นรับไม่ได้นั้น เป็นสิ่งที่เรายอมรับได้หรือเปล่า เพราะบางที “เกม Mixed ของคนอื่น” อาจจะเป็น “เกมโปรดสุดมัน” ของเราก็ได้ครับ







