ศาลอังกฤษไฟเขียวคดีฟ้องร้อง Steam 3 หมื่นล้านบาท ปมผูกขาดตลาด
เก็บข้อมูลรวบรวมย้อนหลังตั้งแต่ปี 2018

กลายเป็นมหากาพย์ทางกฎหมายที่น่าจับตามองที่สุดในช่วงต้นปี 2026 เมื่อศาลอุทธรณ์ด้านการแข่งขัน (Competition Appeal Tribunal) ของสหราชอาณาจักร ได้ตัดสินเมื่อวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา ให้คดีฟ้องร้องแบบกลุ่ม (Class-action) ต่อบริษัท Valve ผู้เป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม Steam สามารถดำเนินต่อไปได้ โดยคดีนี้มีมูลค่าความเสียหายสูงถึง 656 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 30,000 ล้านบาท (คำนวณจาก 900 ล้านดอลลาร์) ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของผู้ใช้งานในอังกฤษกว่า 14 ล้านคนที่ซื้อเกมบน Steam ตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา
Vicki Shotbolt นักรณรงค์ด้านสิทธิพิทักษ์เด็กและผู้บริโภคที่เป็นหัวหอกในคดีนี้กล่าวหาว่า Valve ใช้ความยิ่งใหญ่ของ Steam ในการ “ปั่นตลาด” และเอาเปรียบเกมเมอร์ชาวอังกฤษ โดยการบีบให้ผู้พัฒนาเกมต้องเซ็นสัญญาห้ามวางขายเกมบนแพลตฟอร์มอื่นในราคาที่ถูกกว่า Steam รวมถึงการล็อกระบบที่ทำให้ DLC หรือส่วนเสริมต่างๆ ต้องซื้อผ่าน Steam เท่านั้นหากซื้อตัวเกมหลักไปแล้ว ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นการปิดกั้นการแข่งขันและทำให้ผู้บริโภคต้องจ่ายเงินแพงเกินจริงเพื่อชดเชยค่าคอมมิชชัน 30% ที่ Valve เรียกเก็บ
อย่างไรก็ตาม แม้จะโดนคดีรุมเร้าทั้งในอังกฤษและสหรัฐอเมริกา แต่ผลประกอบการในปี 2025 ที่ผ่านมาของ Steam กลับสร้างสถิติใหม่ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ โดยทำรายได้รวมไปกว่า 16,200 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 570,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท โดยเฉพาะในเดือนธันวาคม 2025 เพียงเดือนเดียวสามารถกวาดรายได้ไปถึง 1,600 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 56,000 ล้านบาท) ขยับแซงหน้าทั้ง Sony และ Nintendo ไปได้แบบทิ้งห่าง

ความสำเร็จทางการเงินที่ล้นหลามนี้ยังส่งผลไปถึงไลฟ์สไตล์ของมหาเศรษฐีอย่าง Gabe Newell ผู้ร่วมก่อตั้ง Valve ที่เพิ่งถอยซูเปอร์ยอทช์ลำใหม่มูลค่ากว่า 500 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 17,000 ล้านบาท) พร้อมเข้าซื้อกิจการอู่ต่อเรือในเนเธอร์แลนด์ไปในตัว สะท้อนให้เห็นว่าคดีความที่เกิดขึ้นดูเหมือนจะยังไม่ส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดอันมหาศาลของบริษัทที่เปรียบเสมือนเครื่องพิมพ์เงินเคลื่อนที่ในยุคดิจิทัลนี้เลย
นอกจากเรื่องคดีและรายได้แล้ว ในปี 2026 นี้ Valve ยังรุกหนักในฝั่งฮาร์ดแวร์ด้วยการประกาศเตรียมวางจำหน่ายสินค้าชุดใหม่ในช่วงต้นปี ไม่ว่าจะเป็น Steam Machine รุ่นปรับปรุงใหม่ที่มาในรูปทรงลูกบาศก์ขนาด 6 นิ้วแต่แรงกว่า Steam Deck ถึง 6 เท่า รวมถึง Steam Controller รุ่นใหม่ที่แก้ปัญหาเรื่อง Stick Drift และ Steam Frame ซึ่งเป็นแว่น VR แบบไร้สายที่รันด้วยระบบปฏิบัติการ SteamOS โดยตรง นับเป็นการขยายอาณาจักรจากหน้าจอพีซีมาสู่หน้าจอทีวีในห้องนั่งเล่นอย่างเต็มตัว
แม้การต่อสู้ในชั้นศาลอาจต้องใช้เวลาอีกหลายปีและถูกมองว่าเป็นเรื่องยากที่จะพิสูจน์ความผิดในบางประเด็น แต่การที่คดีนี้ได้รับ “ไฟเขียว” ให้เดินหน้าต่อนับเป็นสัญญาณเตือนครั้งใหญ่ถึงบริษัทยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีทั่วโลก ว่าอำนาจในการครองตลาดที่มากเกินไปกำลังถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้นจากทุกทิศทาง ส่วนเหล่าเกมเมอร์ในอังกฤษก็ต้องลุ้นกันต่อไปว่าสุดท้ายแล้วจะได้เงินชดเชยเฉลี่ยคนละ 22-44 ปอนด์ (ประมาณ 1,000-2,000 บาท) ตามที่ทนายระบุไว้หรือไม่







