ข่าวธุรกิจเกม

สรุปรวมเหตุมรสุม Ubisoft จนล่าสุดสหภาพแรงงานกดดันให้ CEO ลาออก

ฉนวนเริ่มต้นจากปี 2020 มาจนถึงปี 2026 กับปัญหาภายในองค์กรที่ไม่คลี่คลาย

สำหรับช่วงนี้ก็เรียกได้ว่าทาง Ubisoft บริษัทเกมยักษ์ใหญ่ที่มีเกมชื่อดังมากมายไม่ว่าจะเป็นทั้ง Assassin Creed, Far Cry, Rainbow Six, The Division กำลังอยู่ในช่วงมรสุมหนักที่รุนแรงที่สุดในรอบ 15 ปี ทั้งปัญหาทางการเงิน ปัญหาภายในองค์กร และปัญหาเรื่องของชื่อเสียงบริษัท ล่าสุดทางตัวแทนสหภาพแรงงาน Ubisoft สองคนได้ออกมาเตือนว่า ตราบใดที่ CEO รุ่นเก่าแก่อย่าง Yves Guillemot ยังอยู่ในอำนาจ ก็ไม่มีทางฟื้นฟูความไว้วางใจระหว่างผู้บริหารกับพนักงานกลับคืนมาได้แน่นอน และจะมีการรวมตัวประท้วงหยุดงานครั้งใหญ่

ส่วนเรื่องราวทั้งหลายจะเป็นอย่างไรก็มาลองอ่านกันได้ เราจะค่อยๆ เปิดเผยเรื่องราวและเหตุการณ์ต่างๆ แต่หากใครไม่อยากอ่านฉบับยาว แนะนำให้เลื่อนลงไปด้านล่างแทนก็ได้ เพราะมีส่วนสรุปฉบับย่อเอาไว้ให้เช่นกัน

พนักงานรู้สึกเหมือนถูก ทรยศ จากผู้บริหาร

ข่าวใหม่ล่าสุดนี้เกิดขึ้นมาจากการให้สัมภาษณ์ระหว่างทีมเว็บไซต์ Game Developer ได้สัมภาษณ์กับทาง Marc Rutschlé และ Chakib Mataoui ซึ่งทั้งคู่ได้ทำงานอยู่ในบริษัท Ubisoft Paris และทำหน้าที่เป็นตัวแทนสหภาพ Solidaires Informatique ก็คือตัวแทนสหภาพแรงงานของ Ubisoft นั่นเอง ซึ่งทั้ง 2 ได้บอกว่า ตอนนี้พนักงานในบริษัทต่างอยู่ในความตื่นตระหนกและโกรธแค้น หลังจากพวกเขาเผชิญกับที่สิ่งเป็นเหมือนกับ การทรยศ จากผู้บริหารระดับสูงภายในองค์กร

สาเหตุของเรื่องราวนี้มันเกิดขึ้นหลังจากที่ทาง Ubisoft ได้มีการประกาศเกี่ยวกับการ ผ่าตัดปรับปรุงโครงสร้างภายในองค์กรครั้งใหญ่ ที่มีทั้งเรื่องของการปิดสตูดิโอ ยกเลิกเกมที่พัฒนาอยู่ถึง 6 เกม ประกาศลดต้นทุนเพิ่มเติมอีก 200 ล้านยูโร และการประกาศนโยบายที่ให้กลับมาทำงานให้ออฟฟิศอีกครั้ง บังคับให้พนักงานกลับมาทำงานที่ออฟฟิศ 5 วันต่อสัปดาห์ ซึ่งหลังจากประกาศนี้ออกมาทางตัวแทนสหภาพแรงงานทั้ง 2 ก็รู้สึกว่าในฐานะ CEO Yves Guillemot ควรจะต้องแสดงความรับผิดชอบสูงสุดลาออกจากตำแหน่งไป ถึงแม้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมันไม่ได้มาจากคนคนเดียวก็ตาม และจากเหตุการณ์เรื่อง ล่วงละเมิดทางเพศกันในองค์กร เมื่อปี 2020 ก็ทำให้เห็นแล้วว่าผู้บริหารรอบตัวเขา ก็มีแต่พวก “ได้ครับนาย” อยู่รอบตัวทั้งนั้น

สรุปรวมเหตุมรสุม Ubisoft จนล่าสุดสหภาพแรงงานกดดันให้ CEO ลาออก
Ubisoft มีการปรับโครงสร้างเป็นรูปแบบ 5 Creative Houses

การสิ้นศรัทธาในตัวผู้บริหาร

ในตอนที่ทางทีมงาน Game Developer ได้กล่าวถามกลับไปตรงๆ ว่า ทางคุณทั้ง 2 มีการคาดหวังอะไรกับ CEO Yves Guillemot คนนี้บ้างหรือเปล่า ทาง Rutschlé ก็ตอบกลับมาอย่างชัดเจนว่าเขาไม่ได้คาดหวังอะไรจากบุคคลนี้เลย ส่วน Mataoui ก็มีความคิดเห็นเช่นเดียวกัน และมีการสงสัยถึงการตัดสินใจของ CEO คนนี้ ในเรื่องที่ว่าเขาได้มีการแต่งตั้งลูกชายของเขาเอง Charlie Guillemot มาดำรงตำแหน่ง co-CEO ของบริษัทย่อยแห่งใหม่ Vantage Studios ที่จะต้องทำหน้าที่ในการดูแลแฟรนไชส์ใหญ่ๆ ของบริษัท มันแสดงให้เห็นว่านอกจากชอบเล่นพรรคเล่นพวกแล้ว นิสัยชอบโปรโมทคนใกล้ชิดของ Guillemot เอง กำลังส่งผลเสียต่อความสามารถของ Ubisoft ในการสร้างเกมฮิตขึ้นมาใหม่อีกด้วย

ตัว Mataoui เอง ก็รู้สึกว่ากลุ่มผู้บริหาร Ubisoft ในชุดปัจจุบัน ไม่ได้เข้าใจเกี่ยวกับความรับผิดชอบทางสังคมต่อตัวพนักงานเลย ในตอนนี้เขาอยากให้ทางบริษัท มีการเสนอให้พนักงานมีการเลือกตั้งผู้ดูแลบริษัทขึ้นมาเอง เพราะว่าพวกเขาอยากจะทำงานภายใต้คนที่พวกเขาไว้วางใจได้ จะดีมากกว่าปล่อยให้มีผู้บริหารที่ไม่น่าไว้ใจมาทำหน้าที่เหมือนสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในตอนนี้

ส่วนทาง Rutschlé ก็ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จริงๆ แล้วความไว้วางใจระหว่างผู้บริหารและพนักงานนั้น มันได้สูญหายไปตั้งแต่เรื่องที่เกิดการละเมิดทางเพศตั้งแต่ปี 2020 ต่อด้วย การตัดสินใจที่หันหัวเรือไปสู่ตลาด NFT ในช่วงปี 2021-2023 ซึ่งมันกลายเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่ส่งผลต่อความศรัทธาจากทั้งแฟนเกมเองและเหล่าพนักงานด้วย

สรุปรวมเหตุมรสุม Ubisoft จนล่าสุดสหภาพแรงงานกดดันให้ CEO ลาออก
Vantage Studios ได้มาคุม 3 แฟรนไชส์ใหญ่

เหตุการณ์ล่วงละเมิดทางเพศปี 2020

เหตุการณ์นี้จริงๆ แล้วมันอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤตใหญ่ใน Ubisoft เลยก็ว่าได้ มันเกิดขึ้นในช่วงเดือน มิ.ย. – ก.ค. 2020 เมื่อมีพนักงานทั้งอดีตและปัจจุบัน โดยเฉพาะพนักงานผู้หญิง ได้ออกมาเปิดเผยทางโลกสังคมออนไลน์ถึงวัฒนธรรมอันเลวร้ายในองค์กร ที่ปกป้องผู้มีอำนาจ เพิกเฉยต่อการกลั่นแกล้งและคุกคามทางเพศ ถ้าถามว่ามันรุนแรงขนาดไหน ก็จะขอยกตัวอย่างบางกรณีที่ถูกเปิดเผยให้ฟังกัน การคุกคามทางเพศก็จะมีเรื่องของการแตะเนื้อต้องตัวโดยที่ไม่ได้รับความยินยอม ส่วนในเรื่องของการกลั่นแกล้งก็มีเรื่องประหลาดอย่าง การมัดพนักงานหญิงเอาไว้กับเก้าอี้แล้วเข็นเข้าลิฟต์ หรือบังคับให้พนักงานหญิงที่สวมกระโปรงทำท่าหกสูง รวมไปถึงพฤติกรรมการข่มขู่ในที่ทำงาน เช่น การชกกำแพง การเหวี่ยงแส้ใกล้ใบหน้าพนักงาน แม้กระทั่งการเล่นไฟแช็กจนลามไปติดเคราของพนักงานรายหนึ่งเข้า

ผลจากการตรวจสอบภายในจากพนักงานกว่า 14,000 คน พบว่าประมาณ 25% เคยเผชิญหรือพบเห็นพฤติกรรมมิชอบในที่ทำงาน โดยพนักงานกลุ่มที่เป็นผู้หญิงและผู้มีความหลากหลายทางเพศ (Non-binary) เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ผลสุดท้ายของเรื่องนี้ทำให้อดีตผู้บริหารทั้ง 3 คนถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดจริงและถูกตัดสินโทษจำคุกตั้งแต่ 12 เดือน จนถึง 3 ปี เพียงแต่ทั้ง 3 คนต่างโดนโทษแบบรอลงอาญา ไม่ได้เข้าคุกแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามแม้จะไม่ได้เข้าคุกจริง แต่ทนายฝ่ายผู้เสียหายถือว่านี่คือ “ชัยชนะครั้งสำคัญ” เพราะเป็นการยอมรับทางกฎหมายว่าวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นพิษ (Toxic Management) เป็นความผิดทางอาญาที่ผู้บริหารต้องรับผิดชอบส่วนบุคคล

สรุปรวมเหตุมรสุม Ubisoft จนล่าสุดสหภาพแรงงานกดดันให้ CEO ลาออก

การหันหัวเรือไปสู่ตลาด NFT เป็นความผิดพลาด

สำหรับสาเหตุเรื่องของ NFT ที่มันกลายเป็นความผิดพลาดได้นั้นก็เพราะว่าทางผู้บริหารเอง ไม่ได้เข้าใจตัวเกมที่มากพอแต่ก็มีการผลักดันสิ่งต่างๆ เข้าไปโดยไม่สมเหตุสมผล อย่างเช่นในเกม Ghost Recon Breakpoint มีการสร้างตลาด NFT ขึ้นมาพร้อมกับหน่วยเงิน Quartz ผลสุดท้ายมันขายไม่ได้ แถมเกมเมอร์ก็ออกมาต่อว่าทาง Ubisoft ว่าหลอกเอาเงินผู้เล่นมากจนเกินไป แต่หนึ่งในผู้บริหารตอนนั้น Nicolas Pouard กลับตอบกลับผู้เล่นไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะกล่าวหาว่าพวกเกมเมอร์ไม่เข้าใจประโยชน์ของ NFT ทำให้เหล่าแฟนเกมยิ่งโกรธเพราะเป็นการดูถูกแถมยังไม่รับฟังเสียงเรียกร้องของพวกเขาอีกด้วย ส่วนทางด้านทีมพัฒนาเกมเองในตอนนั้นก็ไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับ NFT เช่นกัน เพราะมันเสียเวลาในการสร้างระบบขึ้นมาใหม่ ที่ไม่เข้ากับตัวเกมตั้งแต่เริ่มอยู่แล้ว แทนที่จะให้เอาเวลาไปใช้ในการสร้างเกมดีๆ

สรุปรวมเหตุมรสุม Ubisoft จนล่าสุดสหภาพแรงงานกดดันให้ CEO ลาออก

นโยบายกลับเข้าออฟฟิศ เป็นการซ้ำเติม

ในเรื่องของนโยบายการกลับเข้าออฟฟิศ หลายคนก็อาจจะสงสัยว่าทำไมถึงสร้างความไม่พอใจให้กับพนักงานได้ ทำไมมันถึงมีผลร้ายแรง ซึ่งเรื่องนี้ทาง Mataoui ก็ได้กล่าวถึงสาเหตุเอาไว้ด้วยเช่นกัน มันเป็นเพราะว่าค่าใช้จ่ายในปารีส นั้นค่อนข้างแพงเลยทีเดียว หากพนักงานจากเดิมที่อยู่ห่างไกลจากปารีส จะต้องย้ายเข้าไป เป็นการสร้างภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมให้กับพนักงานเหล่านั้น แถมเงินเดือนที่ได้รับอยู่มันก็ไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตในเมืองหลวงอย่างปารีสเลย Rutschlé ได้เสริมว่านโยบายนี้ ทำให้พนักงานรู้สึกถึงความหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้น ทางทีมบริหารควรจะตระหนักถึงเรื่องเหล่านี้ด้วย โดยเฉพาะกับพนักงานบางคนที่เขาพึ่งซื้อบ้าน หรือเริ่มสร้างครอบครัว การประกาศปรับนโยบายให้เข้าออฟฟิศทุกคนนั้น มันส่งผลกระทบมากจนเกินไป

แค่เพียงเท่านี้ยังไม่พอ พนักงานบางคนได้เคยทำข้อตกลงกับทาง Ubisoft เพื่อให้อำนวยความสะดวกการทำงานระยะไกล แต่ในตอนนี้ข้อตกลงการทำงานระยะไกลที่ว่านี้กลับถูก Ubisoft เผาทิ้งโดยไม่มีเหตุผล

สรุปรวมเหตุมรสุม Ubisoft จนล่าสุดสหภาพแรงงานกดดันให้ CEO ลาออก

ประกาศปรับโครงสร้าง ก็แค่วาทกรรมเอาใจผู้ถือหุ้น

สำหรับการประกาศปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ในก่อนหน้านี้ทาง Rutschlé เอง คิดว่ามันเป็นแค่เพียงวาทกรรม เพื่อทำให้ผู้ถือหุ้นพอใจเท่านั้น แต่ผลกลับกลายเป็นว่า ทำให้เหล่าผู้ถือหุ้นบางส่วนไม่พอใจ แถมยังทำให้มูลค่าหุ้นของ Ubisoft กลับดิ่งลงไปอีกกว่า 34% กลายเป็นว่าในปัจจุบันหุ้นของ Ubisoft ลงสู่จุดต่ำสุดในรอบ 14 ปีแทน

สหภาพแรงงาน จี้ CEO ลาออก รวมตัวกันนัดหยุดงานทั่วโลก

ในปัจจุบัน ณ ตอนนี้ วันที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่เขียนบทความนี้ขึ้นมา ทางสหภาพแรงของ Ubisoft กำลังเตรียมประท้วงใหญ่ระดับนานาชาติ เบื้องต้นก็มีการเรียกร้องให้พนังงานทุกสาขาทั่วโลกนัดหยุดงานเป็นเวลา 3 วัน ในช่วงวันที่ 10-12 กุมภาพันธ์ 2026 ซึ่งวันที่ 12 กุมภาพันธ์นับว่าเป็นหนึ่งในวันสำคัญของทาง Ubisoft เพราะจะมีการประกาศผลประกอบการทางการเงิน ไตรมาสที่ 3 ของปีงบประมาณ 2026 (ครอบคลุมวันที่ 1 ตุลาคม 2025 ถึง 31 ธันวาคม 2025) ต่อเหล่านักลงทุน ส่วนเป้าหมายในการประท้วงรอบแรกก็คือ หยุดนโยบายการปลดพนักงานแบบสมัครใจ 200 คน, ยกเลิกนโยบายกลับเข้าออฟฟิศ 5 วัน, หยุดการลดต้นทุนจำนวน 2 ร้อยล้านยูโร และยกเลิกการปิดสตูดิโอที่ Halifax และ Stockholm พร้อมทั้งจี้ให้ CEO Yves Guillemot ลาออก

สรุปรวมเหตุมรสุม Ubisoft จนล่าสุดสหภาพแรงงานกดดันให้ CEO ลาออก

ก็นับว่าอีกหนึ่งเหตุการณ์ใหญ่ของทาง Ubisoft ที่กำลังจะมาถึงก็คือวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2026 เพราะจะเจอกับเหตุการณ์ประท้วงหยุดงานจากสหภาพแรงงาน และการกดดันในเรื่องการประกาศผลประกอบการ สำหรับภาพรวมของผลประกอบการณ์มีการคาดการณ์เอาไว้ว่า ไตรมาสนี้ตัวเลขยอดขายจะ “ดูดีขึ้น” จากความสำเร็จของ Assassin’s Creed Shadows แต่ในแง่ของ “กำไรสุทธิ” ยังคงได้รับผลกระทบหนักจากการปรับโครงสร้างองค์กรและการปิดสตูดิโอหลายแห่งอยู่ดี สำหรับข่าวในเรื่องนี้เรายังคงต้องติดตามดูกันต่อ

สรุปเหตุการณ์ตามลำดับเวลา

ปี 2020: เกิดเหตุการณ์ล่วงละเมิดทางเพศ ส่งผลให้บริษัทเสียชื่อเสียง และสูญเสียพนักงานที่เก่งๆ ไป

ปี 2021-2022: โปรเจค NFT ล้มเหลว, เกมใหม่ความหวัง Roller Champions ไม่รอด ส่งผลให้แฟนเกมเริ่มผิดหวัง หุ้นเริ่มร่วง

ปี 2023: เกมยักษ์ใหญ่อย่าง Skull & Bones คว่ำ ขาดทุนกว่า 200 ล้านดอลลาร์ และเกม XDefiant ตายไวมากเพียงแค่ 7 เดือนจากยอดผู้เล่น 11 ล้านคน เหลือต่ำกว่า 20,000 คน รายได้ในการประกาศผลประกอบการร่วงกว่า 30%

ปี 2024: Star Wars Outlaws เกมที่คาดหวังไว้สูง กลับทำยอดขายได้ต่ำกว่าที่คาด, Assassin’s Creed Shadows เลื่อนวางจำหน่ายไปปีหน้าแทน ในภาพรวมทำให้หุ้นดิ่งลงเหว ต่ำสุดในรอบ 10 ปี และมีข่าวเกี่ยวกับการซื้อขายกิจการ

ปี 2025: Tencent เข้าลงทุนอัดฉีดเงิน 1.16 พันล้านยูโร แลกหุ้น 25%, ปิดสตูดิโอที่เมือง ซานฟรานซิสโก, โอซากะ และลีมิงตัน ปลดพนักงานประมาณ 1,800 คน

ปี 2026: ประกาศแผนปรับโครงสร้างครั้งใหญ่, หุ้นร่วงกว่า 34% ลงสู่จุดต่ำสุดในรอบ 14 ปี, สหภาพแรงงานเดือด นัดรวมตัวประท้วง และกดดันให้ CEO ลาออก

นอกเหนือจากที่สรุปเหตุการณ์มาให้แล้วจริงๆ ยังมีเรื่องยิบย่อยอีกมากมาย ถ้าส่วนไหนตกหล่นไปก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ แต่อย่างไรก็ตาม จากเรื่องราวดังกล่าวก็ทำให้ปี 2026 นี้ ก็ต้องคอยจับตามองกันให้ดีว่าบริษัทเกมใหญ่อย่าง Ubisoft จะเป็นอย่างไรกันบ้าง พวกเขาจะสามารถรักษาลิขสิทธิ์เกมดังเอาไว้ในมือได้บ้างมั้ย หรือว่าจะแบ่งขายออก แล้วอนาคตเกมเหล่านี้จะเป็นอย่างไร เตรียมติดตามข่าวของเราเอาไว้ให้ดี เพราะหากมีความคืบหน้าจะรีบมารายงานให้ทราบ

ที่มา
Game Developer

Plumage

เพียงขนนกปลิวคว้างกลางลมไหว ดูอ่อนไหวไร้ค่าในสายตา แต่ครั้งหนึ่งเคยพยุงปีกนกกา ทะยานฟ้าฝ่าพายุอย่างทระนง
Back to top button