ข่าว

ผู้พัฒนาพูดถึงสิ่งที่แตกต่างที่สุดระหว่าง Final Fantasy VII Rebirth กับ Final Fantasy VII Remake

มันคือความอิสระยังไงล่ะ!

ปี 2024 ยังคงน่าจับตามองในฐานะปีแห่งเกมดี ๆ หลังจากปี 2023 ที่ถือเป็นปีทองของวงการเกม แต่ดูเหมือนปีนี้ก็ไม่น้อยหน้าเลย เพราะในปีนี้ Final Fantasy VII Rebirth ก็ใกล้จะวางจำหน่ายแล้ว ซึ่งแฟน ๆ ต่างตื่นเต้นตั้งแต่ Final Fantasy VII Remake ที่เผยให้เห็นว่าทุกอย่างกำลังเปลี่ยนไป

ด้วยเหตุนี้ Final Fantasy VII Rebirth จึงกลายเป็นเกมที่แบกรับความคาดหวังทั้งจากผู้เล่นเกม Final Fantasy VII ต้นฉบับและ Final Fantasy VII Remake โดยล่าสุด Game Rant ได้สัมภาษณ์ผู้กำกับเกม Naoki Hamaguchi และ Yoshinori Kitase จาก Square Enix โดยมีประเด็นที่น่าสนใจก็คือ สิ่งที่แตกต่างที่สุดระหว่าง Final Fantasy VII Rebirth กับ Final Fantasy VII Remake

เมื่อถูกถามถึงแนวทางในการพัฒนาเกม Final Fantasy VII Rebirth ที่นำความเห็นของผู้เล่นจากการเล่นเกม Final Fantasy VII ต้นฉบับ และ Final Fantasy VII Remake มาผสมผสาน ทางคุณ Hamaguchi ได้ตอบว่าการนำความเห็นทุกอย่างมาใช้หมดคงยากมาก แต่เขาเชื่อว่าผู้เล่นเกมต้นฉบับชื่นชอบความอิสระในการสำรวจ ซึ่งเกม Final Fantasy VII Remake เน้นเรื่องราวใน Midgar ที่มีความลึกและเข้มข้น ซึ่งเขาก็เข้าใจดีว่าผู้เล่นบางคนต้องการประสบการณ์แบบผู้เล่นมีอิสระมากกว่า มีทางเลือกในการออกผจญภัยเอง

ซึ่งคำตอบนี้ก็ทำให้ Game Rant ถามต่อไปว่า “ในเมื่อ Final Fantasy VII Remake เน้นไปทางเนื้อเรื่อง Final Fantasy VII Rebirth จะให้ความอิสระมากขึ้น อยากรู้ว่าแฟน ๆ จะได้รับอิสระในการเล่นมากน้อยแค่ไหน”

คุณ Hamaguchi ได้ตอบไว้อย่างละเอียดว่า “เมื่อเปรียบเทียบเกมดีไซน์ของ Final Fantasy VII Remake และ Final Fantasy VII Rebirth ผมอยากบอกว่ามันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ประสบการณ์การเล่นระหว่าง 2 เกมนี้ชัดเจนมันไม่เหมือนกันเลย ซึ่งใน Final Fantasy VII Remake ที่เน้นเรื่องราว ผู้เล่นจะได้ออกเดินเรื่องแบบเส้นเดียว บางคนอาจรู้สึกถูกบังคับให้เล่นเนื้อเรื่องหลักโดยไม่มีทางเลือกหรือเนื้อหาอื่น ในขณะที่ Final Fantasy VII Rebirth เราเสนอภารกิจเสริมและเนื้อหาอื่น ๆ มากมายที่ผู้เล่นเลือกเล่นได้ตามต้องการ”

อย่างไรก็ตามทางคุณ Hamaguchi ได้บอกว่าผู้เล่นสามารถเลือกเล่นแค่เนื้อเรื่องหลักก็ได้ ซึ่งก็ส่งมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่ใกล้เคียงกับประสบการณ์ใน Final Fantasy VII Remake แต่ความแตกต่างสำคัญคือผู้เล่นมีทางเลือก และขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของตัวเอง เขาคิดว่าสิ่งนี้สร้างประสบการณ์ที่ดื่มด่ำมากขึ้นเมื่อเล่นเกม เนื่องจากผู้เล่นสามารททำตามใจตัวเอง ผู้เล่นสามารถเจาะลึกและสำรวจเกมได้มากขึ้น นี่คือสิ่งที่พวกเขาตั้งใจทำให้สำเร็จสำหรับ Final Fantasy VII Rebirth

“Final Fantasy VII Rebirth มีเนื้อเรื่องหลักที่น่าติดตาม แต่เหนือกว่านั้น เรามีเนื้อหาเสริมที่เป็นเอกลักษณ์ บางส่วนอาจมีเนื้อเรื่องดั้งเดิม บางส่วนอาจมีมินิเกมพิเศษ เฉพาะภารกิจเสริมนั้น หรืออาจเป็นวิธีแก้ปริศนาหรือค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่” คุณ Hamaguchi สรุปประเด็นปิดท้าย

เราก็ต้องมาติดตามกันต่อไปว่าเกมภาคล่าสุดนี้จะมอบอิสระให้ผู้เล่นมากมายถึงใจแค่ไหนครับ ในขณะเดียวกันFinal Fantasy VII Rebirth เกมภาคต่อของ Final Fantasy VII Remake จะวางจำหน่าย 29 ก.พ. 2024 บน PlayStation 5 ผู้เล่นจะได้ติดตามการผจญภัยของ Cloud และผองเพื่อนเพื่อตามล่า Sephiroth บนแผนที่ที่มีสเกลใหญ่ขึ้น พร้อมสำรวจประวัติเบื้องหลังของตัวละครต่าง ๆ เกมมีทั้งหมด 2 แผ่น เตรียมตัวให้พร้อม เพราะว่าการผจญภัยในครั้งนี้จะยิ่งใหญ่กว่าเดิมแน่นอน!

อ่านข่าว Final Fantasy VII Rebirth เพิ่มเติม : https://thisisgamethailand.com

ที่มา
gamerant

Youryu

นักผจญเกมที่ไม่จำกัดประเภทและแพล็ตฟอร์ม
Back to top button