เกมเมอร์รุ่นใหม่ในญี่ปุ่น หันซบ Pokémon
ส่วน Dragon Quest และ Final Fantasy น่ะมันเกมสำหรับคนรุ่นพ่อ

สำหรับหัวข้อข่าวในครั้งนี้เป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาจากคุณ Noriba (ศิลปินวงการเกมและมังงะ) ที่โพสต์เกี่ยวกับการตั้งคำถามของเขาและคำตอบที่ได้รับออกมาช่างน่าตกใจ บน X จนกลายเป็นไวรัล ซึ่งเขาได้ลองมีการสอบถามเหล่าเกมเมอร์ ที่เป็นคนรุ่นใหม่ เกี่ยวกับความชื่นชอบเกมไหนมากกว่ากันระหว่าง Dragon Quest และ Final Fantasy แต่คำตอบได้รับกลับเป็น Pokémon
僕「最近、ドラクエリメイクされて人気だな。FF押されてるかもな…そういや若手はドラクエ派、FF派どっちが多いんだろ?ちょっと、聞いてみよう」
— のりば web漫画『高宮ウォーキング』 (@MangaNoriba) February 5, 2026
若手A「ポケモンです」
若手B「ポケモンです」
若手C「ポケモンです」
若手D「ポケモンです。ドラクエもFFもやったことありません」
僕「…😑」
ผม: “ช่วงนี้ Dragon Quest ดูจะได้รับความสนใจมากเลยนะที่มีทั้งภาครีเมคออกมาเพียบ เผลอๆ ตอนนี้ความนิยมอาจจะแซงหน้า Final Fantasy ไปแล้วก็ได้… ว่าแต่ พวกเด็กสมัยนี้เขาชอบซีรีส์ไหนมากกว่ากันนะ ระหว่าง Dragon Quest กับ Final Fantasy? ลองไปถามดูดีกว่า”
วัยรุ่น A: “Pokémon ครับ”
วัยรุ่น B: “Pokémon ครับ”
วัยรุ่น C: “Pokémon ครับ”
วัยรุ่น D: “Pokémon สิพี่… เอาจริงผมไม่เคยเล่นทั้ง Dragon Quest หรือ Final Fantasy เลยสักภาค”ผม: “…”
ด้วยโพสนี้นี่แหละ ที่จุดติดเป็นประเด็นขึ้นมา โดยเนื้อเรื่องหลักที่ว่านี้ก็คือเรื่องของความนิยมของเกม ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป เขาคิดว่า เยาวชนญี่ปุ่นในยุคนี้ดูจะมีความตื่นตัวต่อแฟรนไชส์ JRPG ระดับตำนานอย่าง Dragon Quest และ Final Fantasy น้อยลงกว่าแต่ก่อนมาก และพบว่าพวกเขาได้พูดถึงเกม Pokémon แทน
หลังจากที่เปิดประเด็นที่ว่าขึ้นมา เหล่าชาวเกมเมอร์ก็ได้เข้าไปร่วมกันแสดงความคิดเห็น ซึ่งทฤษฎีที่ได้รับความนิยมที่สุด มุ่งประเด็นไปที่ “ระยะเวลาในการพัฒนาเกมภาคหลัก” มันมีผลต่อภาพจำของแบรนด์ในใจผู้เล่นมากเลยทีเดียว หากเปรียบเทียบกับ Pokémon ที่มีการปล่อยเกมภาคหลักรวมถึง DLC ออกมาแทบจะทุกปีนับตั้งแต่ปี 1996 แต่ในทางกลับกัน Dragon Quest และ Final Fantasy ภาคหลักภาคล่าสุดนั้นทิ้งช่วงนานมาก (DQ XI ออกปี 2017 และ FF XVI ออกปี 2023) โดยเฉพาะ DQ XI ที่ทิ้งห่างจากภาคก่อนหน้าถึง 5 ปี และ FF XVI ที่เว้นช่วงจากภาค XV นานถึง 7 ปี (ซึ่งนับเฉพาะภาคหลัก ไม่รวมภาครีมาสเตอร์หรือรีเมคอย่าง DQ VII Reimagined หรือ FF VII Rebirth)

แม้ว่าความเปลี่ยนแปลงในแต่ละภาคของ Pokémon อาจจะดูไม่หวือหวาเท่ากับความล้ำสมัยใน DQ หรือ FF แต่การ “วางจำหน่ายแบบปีเว้นปี” ควบคู่ไปกับการขยายแบรนด์ไปยังแนวเกมและแพลตฟอร์มอื่นๆ กลับทำให้ Pokémon ยังคงครองความนิยม (และทำกำไร) ในกลุ่มเยาวชนญี่ปุ่นรวมถึงกลุ่มผู้ปกครองได้อย่างเหนียวแน่น
เมื่อพิจารณาว่าระยะเวลารอคอยเฉลี่ยของ Dragon Quest ภาคใหม่แต่ละภาคนั้นอยู่ที่ 5-10 ปี เด็กคนหนึ่งอาจจะเรียนจบชั้นประถมหรือมัธยมต้นไปก่อนที่เกมภาคถัดไปจะออก หรือบางคนอาจไม่เคยมีประสบการณ์ร่วมกับเกมซีรีส์นี้เลยด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะกรณีใดก็ตาม “ช่วงสูญญากาศ” ของการปล่อยเกมที่นานเกินไปนี้ ทำให้ทั้งสองซีรีส์ไม่สามารถสร้างความประทับใจที่ยั่งยืนในความทรงจำช่วงวัยเด็กของเยาวชนยุคปัจจุบันได้
นี่ยังไม่นับรวมถึง “ภาระทางประวัติศาสตร์” ที่เกม RPG ระดับตำนานเหล่านี้แบกรับไว้ จากตัวเลขภาคที่ต่อท้ายชื่อเกม Dragon Quest และ Final Fantasy (ซึ่งทำให้ผู้เล่นหน้าใหม่รู้สึกว่าจำเป็นต้องกลับไปเล่นภาคก่อนหน้าให้ครบก่อน) เหล่าผู้เล่นระดับเดนตายบางส่วนยังตั้งข้อสังเกตว่า เกมภาคหลังๆ ถูกออกแบบมาเพื่อเอาใจฐานแฟนคลับดั้งเดิมที่ติดตามมานานเสียมากกว่า ทำให้หน้าใหม่เข้าไม่ถึงเสน่ห์ของตัวเกม
นอกจากนี้ยังมีทฤษฎีอื่นๆ เช่น ผลสำรวจล่าสุดจาก Gem Standard ที่ระบุว่า เกมเมอร์รุ่นใหม่มีแนวโน้มที่จะชอบเกมแนว Multiplayer ที่เน้นการตอบสนองรวดเร็ว เช่น Apex Legends, Fortnite และ Valorant ในขณะที่ผลวิจัยชี้ว่าซีรีส์ Dragon Quest และ Final Fantasy ยังคงได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ใช้งานที่มีอายุสูงมากกว่า
อีกทฤษฎีหนึ่งพูดถึงเรื่อง “การครอบครองเครื่องเกม” โดยมองว่าเครื่องเกมอย่าง Nintendo Switch และ Switch 2 นั้นมีราคาที่ย่อมเยาและเข้าถึงได้ง่ายกว่า PlayStation 5 มาก
แม้การสรุปว่าเด็กญี่ปุ่นทุกคนชอบเล่นเกมกระแสหลักมากกว่า RPG ระดับตำนานอาจจะดูไม่ยุติธรรมนัก แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าจำนวนเกมที่มีให้เลือกเล่นในปัจจุบันนั้นเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเมื่อเทียบกับแต่ก่อน ทำให้เด็กๆ มีทางเลือกมากกว่าที่เคย อย่างไรก็ตาม ในสภาพแวดล้อมใหม่เช่นนี้ ความจริงที่ว่า “สื่อแขนงใดก็ตามที่คนเราได้สัมผัสในช่วงวัยเด็ก มักจะกลายเป็นสิ่งที่ติดตัวและฝังรากลึกอยู่ในใจไปตลอดชีวิต” ก็ยังคงเป็นเรื่องจริงเสมอ
ซึ่งประเด็นนี้น่าสนใจมาก เพราะมันสะท้อนว่า “ความยิ่งใหญ่ในอดีต” อาจกลายเป็น “กับดัก” ในปัจจุบันได้ หากแบรนด์ไม่สามารถแทรกตัวเข้าไปอยู่ในช่วงวัยเด็กของคนรุ่นใหม่ได้ทันเวลา สำหรับเด็กญี่ปุ่นยุคใหม่ Pokémon ไม่ได้เป็นแค่เกม แต่เป็น “ไลฟ์สไตล์” ที่มีทั้งการ์ด อนิเมะ และสินค้าวางขายทุกหัวมุมถนน ในขณะที่ DQ และ FF เริ่มกลายเป็นเกมของ “คนรุ่นพ่อ”








