ธุรกิจเกม

สถิติเผย เกมเมอร์ใช้เวลาเล่น Fortnite มากกว่า Call of Duty, EA Sports ในช่วงปลายปี

แต่ก็ต้องยอมรับว่าธันวาคมเป็นเดือนที่มีเหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้นสำหรับ Fortnite

หลังจากการเบนเข็มมาพัฒนาเกมรูปแบบ PvP Battle Royale เต็มตัวสำหรับ Fortnite ก็จะพบว่า Epic Games เริ่มจัดเต็มกับการป้อนคอนเทนต์ใหม่ๆ ให้กับเกมแบบต่อเนื่องทั้งการครอสโอเวอร์กับค่ายภาพยนตร์หรือเกมต่างๆ รวมไปถึงการจัดอีเวนต์บันเทิงกับเหล่าคนดัง ทั้งนี้สิ่งที่ทำให้ผู้เล่นกรี๊ดแตกมากที่สุดคงจะเป็นอะไรไปไม่ได้เลยครับนอกเหนือจาก การประกาศ Fortnite OG ที่นำแผนที่ภาคแรกกลับมา ตามด้วยการปรับโฉมครั้งสำคัญสู่การเป็นแพลตฟอร์มเกมในเดือนที่แล้ว

ล่าสุด มีการเปิดเผยจาก Ampere Analysis ซึ่งรายงานว่าในเดือนธันวาคมของปี 2023 ที่ผ่านมามีการเข้าใช้งาน Fortnite มากถึง 1.6 พันล้านชั่วโมง โดยตัวเลขนี้ถือว่าสูงกว่าเกม Call of Duty ภาคปัจจุบันและ Warzone, EA Sports FC 24, GTA Online และ Roblox รวมกันเสียอีก และมีเปอร์เซ็นต์การเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา นับเป็นช่วงที่มีการให้บริการเนื้อหาซีซันพิเศษอย่าง Fortnite OG พอดี และเคยมีการรายงานว่าระยะเวลาดังกล่าวทำให้มีผู้เล่นกลับเข้ามาเล่นมากเกิน 146% อีกทั้งเป็นสถิติใหม่ของแฟรนไชส์เลยด้วย

เห็นแบบนี้ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไรนักที่ Epic Games ยืนยันว่าจะนำ Fortnite OG กลับมาอีกครั้งเพื่อตอกย้ำความสำเร็จที่เกิดขึ้นชนิดที่พลิกเกมเป็นประวัติการณ์ และปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการยกเครื่องประสบการณ์เกมสู่การเป็นแพลตฟอร์มสำหรับผู้พัฒนาที่ท้าชนกับ​ Roblox เองก็ยังช่วยเสริมให้ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นเช่นกัน หากเราเข้าไปยัง Fortnite ในตอนนี้ก็จะพบว่ามีการนำเสนอเนื้อหาที่สร้างขึ้นโดยชุมชนเกิดขึ้นต่อเนื่องทั้งรูปแบบ RPG, Tycoon หรือการทำอีเวนต์ที่ได้แรงบันดาลใจจาก Squid Game เป็นต้น เกมเหล่านี้ล้วนเป็นผลงานที่ต่อยอดจากการแจกเอนจิ้นฟรีอย่าง UEFN ที่เป็น Unreal Engine ฉบับปรับปรุงพิเศษเพื่อ Fortnite โดยเฉพาะ

image 5831

นอกจากนี้ยังมีอีกสามเกมที่เป็นเหมือนตัวเลือกเสริมอย่าง LEGO Fortnite, Rocket Racing และ Fortnite Festival ที่เข้ามาช่วยสร้างบรรยากาศแปลกใหม่ ซึ่งก็เรียกว่าแบ่งฐานแฟนคลับไม่ได้เต็มปากนักเพราะตัวเกมที่ต้องเข้าใช้งานก็เป็นเกม Fortnite เหมือนกัน และไอเทมจำนวนมากก็สามารถใช้งานร่วมกันได้ด้วยแม้ลักษณะเกมเพลย์จะไม่เหมือนกันก็ตาม ด้วยความสำเร็จนี้เราคงพอพูดได้เต็มปากแล้วว่าคนที่เข้ามาเล่น Fortnite ไม่จำเป็นต้องเข้ามาเพื่อยิงกันอย่างเดียว

อีกด้านหนึ่ง Fortnite เปิดให้บริการแล้วบน PlayStation 4, Xbox One และ PC เช่นเดียวกับแพลตฟอร์มเน็กซ์เจ็น โดยเป็นเกมแนว Tower Defense พร้อมโหมดเล่นฟรีอย่าง Fortnite: Battle Royale ที่มีการให้บริการบนเครื่องเล่น Nintendo Switch และอุปกรณ์ Android ด้วย โดยทุกแพลตฟอร์มจะสามารถเล่นเกมร่วมกันและถ่ายโอนเซฟได้อย่างไม่มีปัญหา

ที่มา
Ampere

GantaroZX

นักเขียนข่าววิดีโอเกมที่ปากร้ายที่สุดในประเทศไทย | ผู้ใหญ่บ้านแห่ง Animal Crossing | กินเก่ง
Back to top button