พรีวิวรีวิว / พรีวิว

[พรีวิว] Monster Hunter Rise [Demo]

อีกหนึ่งเกมที่สาวกล่าแย้ไม่ควรพลาด มาพร้อมแอคชั่นที่ลื่นไหลไม่มีสะดุด

หลังจากที่รอคอยกันมาอย่างยาวนาน ในที่สุด Monster Hunter Rise เปิดให้ผู้เล่นได้ทดลองเล่นตัว Demo เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยในเวอร์ชั่น Demo นี้จะจำกัดการเล่นอยู่ที่ 30 ครั้ง และจะมีมอนสเตอร์ให้เราได้ล่าอยู่ 2 ตัว ได้แก่ Mizutsune และ Great Izuchi โดยผู้เขียนมีโอกาสได้เข้าไปทดลองเล่นเกมนี้ และจะมาเขียนความรู้สึกที่มีต่อเกมนี้ในเบื้องต้นกันครับ

กราฟิกที่ลื่นไหล ไม่มีเฟรมเรตตกให้เห็น

[พรีวิว] Monster Hunter Rise [Demo]

เปิดมาด้วยเรื่องของกราฟิกภายในเกมกันก่อนเลยครับ เพราะเกม Monster Hunter เป็นเกมที่ใช้กราฟิกค่อนข้างสูงอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นองค์ประกอบของแผนที่ที่มีทั้งป่า , แม่น้ำ , น้ำตก และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจคือ Nintendo Switch ไม่ได้เป็นเครื่องที่แรงเท่าเครื่องคอนโซลอย่าง PS4 หรือ Xbox เพราะส่วนหนึ่งเครื่องเล่นเกมนี้คือเครื่องเล่นเกมพกพา แต่ผลปรากฏว่ากราฟิกภายในเกมนี้ถูกทำออกมาได้สวยงามในระดับที่น่าสนใจอย่างมากเลยทีเดียว

[พรีวิว] Monster Hunter Rise [Demo]

แต่ที่ทำให้ผู้เขียนประทับใจเป็นอย่างมากคือ ความลื่นไหลของอนิเมชั่นที่ถูกทำออกมาได้ดีไม่แพ้เครื่องเล่นเกมคอนโซลระดับบิ๊ก อีกทั้งตลอดการเล่นเกมของผู้เขียนนี้ยังไม่เจออาการเฟรมเรตตกเลยแม้แต่ครั้งเดียว (ทั้งการเล่นขึ้นจอทีวี และการเล่นแบบพกพา) เรียกได้ว่า เอาใจของผู้เขียนไปเลยกับประเด็นนี้

เกมเพลย์ที่คุ้นเคย เพิ่มเติมคือระบบ Silkbind!

[พรีวิว] Monster Hunter Rise [Demo]

ระบบเกมเพลย์ของ Monster Hunter Rise จะเหมือนกับภาคอื่นๆ ที่ผ่านมาอยู่พอสมควร แต่ถ้าจะให้เปรียบเทียบ เกมนี้จะค่อนข้างคล้ายไปทาง Monster Hunter World ซึ่งเป็นภาคล่าสุดอยู่ไม่น้อย ทำให้การเล่นเกมแทบจะไม่ต้องศึกษาอะไรใหม่มากนัก

[พรีวิว] Monster Hunter Rise [Demo]

อย่างไรก็ตาม ภายในเกมยังมีองค์ประกอบที่ทำให้การเล่นเกมของผู้เล่นสนุกมากยิ่งขึ้น นั่นคือระบบ Silkbind ที่จะทำให้การต่อสู้ของผู้เล่นนั้นมันส์ขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง เพราะองค์ประกอบนี้จะโดดเด่นอย่างมากในการทำให้การต่อสู้ของผู้เล่นนั้นต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น และสามารถสร้างคอมโบได้อย่างลื่นไหล และหลากหลายมากกว่าเดิม ส่งผลให้การล่ามอนสเตอร์ภายในเกมนี้สะใจเหล่าฮันเตอร์อย่างแน่นอน

คู่หูใหม่… มอนสเตอร์ที่อยู่ในแผนที่!

[พรีวิว] Monster Hunter Rise [Demo]

นอกจากการใช้ Silkbind ในการโจมตีแล้วผู้เล่นยังได้มีโอกาสใช้พวกมันในการขี่มอนสเตอร์อีกด้วย! ซึ่งระบบนี้ถือว่าเป็นระบบที่ต่อยอดมาจาก Monster Hunter World ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้เล่นไม่น้อยเลยครับ โดยผู้เล่นจะต้องโจมตีพวกมันจนมึนเสียก่อน จากนั้นก็ใช้ Wirebug ในการควบคุมพวกมัน ซึ่งเราสามารถบังคับให้มันวิ่งไปทางไหนก็ได้ หรือจะใช้โจมตีมอนสเตอร์ตัวอื่น ๆ ภายในแผนที่ก็ทำได้ หรือถ้าหมั่นไส้มันจริง ๆ เราก็สั่งให้มันวิ่งชนกับสิ่งกีดขวางต่าง ๆ เพื่อทำดาเมจจำนวนมากก็ได้เช่นกัน

ระบบ Multiplayer ที่ลื่นไหล

[พรีวิว] Monster Hunter Rise [Demo]

อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้เลยในเกมนี้ก็คือระบบ Multiplayer ที่มาให้เราได้ใช้งาน โดยผู้เล่นสามารถเลือกเล่นโหมดนี้ได้อยู่ 2 แบบก็คือแบบ Local ที่ผู้เล่นจะได้สนุกไปกับการนั่งล้อมวงไล่ล่ามอนสเตอร์ไปด้วยกัน หรือหากผู้เล่นต้องการเล่นออนไลน์กับผู้เล่นทั่วโลกก็สามารถทำได้เช่นกัน โดยผู้เขียนได้เข้าไปเล่นก็พบว่าเกมเพลย์แบบออนไลน์นั้นลื่นไหลมาก ๆ การที่มีผู้เล่น 4 คนรุมมอนสเตอร์ตัวเดียวก็ไม่ได้ทำให้เฟรมเรตตก หรือมีอาการกระตุกแต่อย่างใด

สรุปภาพรวม

[พรีวิว] Monster Hunter Rise [Demo]

สำหรับผู้เขียนมองว่าเกม Monster Hunter Rise คล้ายกับเกม Monster Hunter World ที่นำมาต่อยอด แล้วนำมาย่อส่วนให้ผู้เล่นสามารถเล่นเกมนี้ได้ทุกที่ทุกเวลาตามต้องการ ซึ่งหากใครเป็นแฟนเกม Monster Hunter อยู่แล้ว และมีเครื่อง Nintendo Switch อยู่ในมือ เกมนี้ก็เป็นอีกเกมที่ไม่ควรพลาดครับ

ภาพ Screenshots เพิ่มเติม

[พรีวิว] Monster Hunter Rise [Demo]
[พรีวิว] Monster Hunter Rise [Demo]
[พรีวิว] Monster Hunter Rise [Demo]
[พรีวิว] Monster Hunter Rise [Demo]
[พรีวิว] Monster Hunter Rise [Demo]
[พรีวิว] Monster Hunter Rise [Demo]
[พรีวิว] Monster Hunter Rise [Demo]
[พรีวิว] Monster Hunter Rise [Demo]
[พรีวิว] Monster Hunter Rise [Demo]
[พรีวิว] Monster Hunter Rise [Demo]
[พรีวิว] Monster Hunter Rise [Demo]
[พรีวิว] Monster Hunter Rise [Demo]
[พรีวิว] Monster Hunter Rise [Demo]

Youryu

นักผจญเกมที่ไม่จำกัดประเภทและแพล็ตฟอร์ม
Back to top button