รีวิวพีซี

[รีวิว] World War Z: AFTERMATH ฝ่ากองทัพซอมบี้สยองโลก

ตะลุยและเอาชีวิตรอดอย่างสุดมันส์กับเกม Co-op แนวซอมบี้ที่เล่นได้ถึง 4 คน

หลาย ๆ คนอาจจะรู้จักชื่อของ World War Z กันมาแล้วจากภาพยนตร์ชื่อดัง และภาพยนตร์ที่มีจุดเด่นด้านความดิบเถื่อนของซอมบี้ในตอนนั้น ที่มันมากันเป็นฝูง วิ่งเร็วอย่างกับคนบ้า หรือต่อตัวขึ้นฟ้าเพื่อเกาะเฮลิคอปเตอร์ วันนี้ได้ถูกทำออกมาเป็นเกมโดยมีเนื้อเรื่องเฉพาะของมัน และถูกตั้งชื่อใหม่ว่า “World War Z: AFTERMATH” ครับ

ภาพรวมเกม


World War Z: AFTERMATH เป็นเกมแนวซอมบี้ ที่สามารถเล่นพร้อมกัน 4 คน เล่น Co-op ช่วยกันผ่านด่านหรือทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายในแต่ละด่าน เราจะได้ตะลุยไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ในแต่ละประเทศที่เกิดวิกฤตซอมบี้ขึ้น ซึ่งแต่ละประเทศก็จะมีตัวละครและเนื้อเรื่องที่พวกเขาต้องเจอแตกต่างกันไป เราสามารถเลือกตัวละคร ปรับแต่งตัวละคร ปรับแต่งอาวุธ เลือกคลาสและความสามารถ รวมไปถึงการเก็บเงินมาอัพเกรดเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการเล่นของเราอีกด้วย นอกจากนี้ตัวเกมยังมี Challege Mode และ Horde Mode เพื่อท้าทายความสามารถของพวกคุณและเพื่อน ๆ ได้ โดยความยากจะทวีคูณเป็นเท่าตัว แต่ของรางวัลเมื่อผ่านก็จะสูงขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

มีด่านให้เลือกเล่นถึง 7 ประเทศ 23 ด่าน


ในเกมนี้จะจำลองวิกฤตเหตุการณ์ซอมบี้บุกโลกจากทั่วทุกมุมโลก ด่านต่าง ๆ ภายในเกมจึงถูกออกแบบมาเป็นประเทศต่าง ๆ และชื่อเมืองที่มีอยู่จริง ซึ่งจะได้แก่ New York, Jerusalem, Moscow, Tokyo, Marseille, Rome และ Kamchatka แต่ละที่จะมีด่านย่อยประมาณ 3-4 ด่านย่อยแล้วแต่เมือง ซึ่งแต่ละที่เราก็จะพบกับเนื้อเรื่องที่แตกต่างกันไป แน่นอนว่าตัวละครที่เราเล่นก็จะเปลี่ยนไปตามสถานที่อีกด้วย นอกจากตัวละครและเนื้อเรื่องที่แตกต่างแล้ว ภูมิประเทศและภารกิจในเมืองที่เราได้เผชิญก็จะมีความยากง่ายแตกต่างกันไป แต่เชื่อเถอะครับ ไม่ว่าด่านไหนพอได้ชื่อว่า World War Z คือมันส์แน่ เพราะซอมบี้นับร้อยตัวจะกรูกันเข้ามาหาคุณไม่ยั้งแน่นอน

มีคลาสให้เลือกเล่นถึง 8 คลาส


แม้ว่าสถานที่แต่ละแห่งจะมีตัวละครไม่เหมือนกันและให้เลือกเพียงแค่ 4 ตัว แต่คลาสที่เราจะเลือกเล่นกลับถูกแยกออกจากตัวละครตัวนั้นอย่างสิ้นเชิง เราสามารถเก็บเลเวลคลาสของเราและอัพเกรดให้มีเลเวลที่สูงขึ้น มีสกิลใหม่และดีขึ้น แข็งแกร่งขึ้น และเลือกให้ตัวละครตัวใหม่สวมใส่คลาสที่เราอัพเกรดไว้ แม้จะไม่เคยเล่นตัวละครตัวนี้มาก่อน แต่ถ้าคลาสของคุณฟาร์มมามากพอ ตัวละครตัวนั้นก็จะเก่งตามคลาสของคุณครับ ซึ่งคลาสทั้งหมด 8 คลาสจะประกอบด้วย… 
 

Gunslinger – เป็นตัวยิงประจำทีม เน้นยิงแรง รีโหลดไว หาซอมบี้เจอง่าย มีอาวุธดี ๆ ให้ใช้เร็วกว่าอาชีพอื่น 

Hellraiser – เป็นตัวเน้นระเบิดประจำทีม ดาเมจของระเบิดจะแรงกว่าคนอื่นและป้องกันระเบิดได้ดีกว่าคนอื่น 

Medic – เป็นหมอประจำทีม ยาจะฮีลแรงขึ้น ฮีลเพื่อนเร็วขึ้น ชุบเพื่อนเร็วขึ้น ยาบัฟต่าง ๆ จะส่งผลนานขึ้น

Fixer – เป็นเหมือนตัวซัพพอร์ตในปาร์ตี้ มีสกิลช่วยทีมที่หลากหลายมาก เด็ดที่สุดคือการรีโหลดกระสุนให้เพื่อนเองทุก 10 วินาทีได้

Slasher – เป็นตัวบวกของทีม เน้นโจมตีระยะประชิด ทำให้ Melee Attack จะแรงขึ้น กว้างขึ้น และเราเองก็ถึกขึ้นด้วย

Exterminator – เป็นตัวควบคุมสถานการณ์ เริ่มเกมด้วยอาวุธ AOE ปาระเบิดได้ไกล ใช้ป้อมปืนได้แรง ถ้าใช้ระเบิดไฟจะกว้างและแรงมาก

Dronemaster – เป็นตัวระยะไกล เน้นปืนสไนเปอร์และเน้นใช้โดรนในการช่วยต่อสู้กับซอมบี้หรือทำภารกิจต่าง ๆ

Vanguard – เป็นตัวเบิกทางให้กับเพื่อน มีสกิลโล่และพุ่งไปข้างหน้า จัดการซอมบี้ที่ขวางทางเป็นเส้นตรง เบิกทางหนีให้กับเพื่อนได้

ปรับแต่งปืนและอาวุธได้


ในเกมนี้จะมีฟังชั่นปรับแต่ง Weapon ได้ด้วย  โดยอาวุธแต่ละประเภทจะถูกแบ่งออกตาม Tier ตั้งแต่ 1-3 และ Melee Weapons เริ่มต้นจาก Tier 1 และเพิ่มขึ้นไปถึง 3 นั่นหมายความว่ายิ่งอาวุธที่มี Tier สูงเท่าไหร่ก็จะยิ่งดีมากเท่านั้น และในการเล่นจริงอาวุธที่มี Tier สูงก็จะโผล่ออกมาในช่วงท้าย ๆ เกมแล้ว หากอยากได้อาวุธ Tier สูงตั้งแต่แรกก็ต้องเล่นอาชีพที่สามารถอัพสกิลแถมปืนตั้งแต่เริ่มเกม และเราสามารถเข้ามาปรับแต่งปืนได้ตามต้องการได้ทุกประเภทและทุก Tier ยิ่งเราใช้ปืนนั้นเยอะเท่าไหร่เลเวลความชำนาญของเราก็จะยิ่งเพิ่ม ทำให้ปรับแต่งปืนได้กว้างขึ้น ไม่ว่าคุณจะเป็นพวกเน้นดาเมจ เน้นเล็งยิงหรือเน้น Hip Fire ก็จัดได้เต็มที่ครับ

Challenge Mode และ Horde Mode


ในส่วนของ Challenge Mode จะเป็นโหมดท้าทายตัวเอง ในโหมดนี้จะเป็นการสุ่มด่านที่มีอยู่ในด่าน Co-op ทั่วไปมาให้เราเล่น โดยพ่วงเงื่อนไขมาด้วยเพื่อให้เราลำบากขึ้น เช่น อาวุธหนักจะมีแค่เลื่อยเท่านั้น ไม่มีกระสุนให้เติม เป็นต้น โดยการเล่นโหมดนี้จะทำให้เราได้รับรางวัลเป็นหน่วยเงินพิเศษในเกมเอาไว้ซื้อของได้ ส่วน Horde Mode จะเป็นคล้าย ๆ เกม Defender เน้นกันฐาน จะมีซอมบี้จำนวนมากวิ่งกรูเข้ามาเป็น wave ให้เรามีชีวิตรอดให้ได้นานที่สุด เพื่อรับรางวัลเป็นเงินในเกมเอาไว้ใช้ฟาร์มเลเวลคลาสและเอาเงินไปอัพเกรดสกิลครับ

โหมด Multiplayer  


ถ้าคุณเบื่อแล้วกับการเล่น Co-op ผ่านด่านและสู้กับแค่ซอมบี้ เกมนี้มีโหมด Multiplayer ให้คุณได้สู้กันกับผู้เล่นด้วยกันเองด้วย ซึ่งในโหมดนี้ก็จะแบ่งออกเป็น 5 โหมดย่อย ก็คือ Swarm Domination เป็นโหมดยึดพื้นที่, Kings of the Hill เป็นโหมดแย่งกันยึดธง, Swarm Deathmatch เป็นการแบ่งทีมผู้เล่นแล้วยิงกันนับแต้ม, Scavenge Raid เป็นโหมดที่คล้าย ๆ Deathmatch แต่แพ้ชนะตัดสินที่การเก็บของ, และสุดท้ายคือ Vaccine Hunt คือภารกิจเข้าไปหาวัคซีนให้เจอแล้วนำกลับมาที่จุดส่งของ ซึ่งการเล่นในโหมดนี้จะยังใช้การบังคับตัวละครแบบเดียวกันกับโหมด Co-op แทบทุกอย่าง แค่เปลี่ยนจากการสู้กับซอมบี้เป็นเจอผู้เล่นด้วยกันครับ

และนี่ก็คือรีวิวของเกม World War Z: AFTERMATH หวังว่าจะทำให้ผู้อ่านทุกท่านสนใจในเกมนี้กันมากขึ้นนะครับ แม้ช่วงนี้จะมีเกมแนวซอมบี้ออกมามากมายก็ตาม แต่ World War Z ก็ยังคงคอนเซ็ปต์ของตัวเองเอาไว้ได้ นั่นคือฝูงซอมบี้จำนวนมาก วิ่งซัดเข้ามาเหมือนคลื่นทะเล ความมันส์และความนัวในเกมนี้จึงถือว่าเป็นจุดเด่นมาก ๆ ครับ ถ้าคุณอยากระบายอารมณ์ล่ะก็ การบึ้มฝูงซอมบี้ให้กระจายลอยขึ้นฟ้า เกมนี้ตอบโจทย์คุณแน่นอนครับ 🙂

สุดท้ายนี้ ทีมงาน This is Game Thailand ต้องขอขอบคุณทาง Ripples ที่เอื้อเฟื้อเกมดีๆ เกมมันส์ๆ มาให้พวกเราได้รีวิวกันในครั้งนี้ด้วยนะครับ ส่วนครั้งหน้าจะเป็นเกมอะไรนั้น โปรดติดตามกันได้เลย…

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.WWZgame.com, และช่องทางข่าวสารทาง TwitterInstagram และ Facebook

บทสรุป

ความน่าสนใจของเกมนี้คือตัวเกมมีลูกเล่นให้เราปรับแต่งอาวุธมากมายและมีเนื้อเรื่องหลากหลายในแผนที่ของเมืองต่างๆ - 9

9

คะแนน

ตัวเกมยังคงคอนเซ็ปต์ของตัวเองเอาไว้อย่างดีสำหรับการต่อสู้อันดุเดือดระหว่างผู้อยู่รอดและฝูงซอมบี้ มีอาชีพเฉพาะทางต่างๆให้เลือกเล่น มีโหมดต่างๆรองรับผู้เล่นได้หลากหลาย

User Rating: Be the first one !

Now Loading

ชอบเพลง Metal | บันเทิงกับการถ่ายรูป | ของโปรดคือเนื้อย่าง | เล่นเกมบ้างบางเวลา
Back to top button