คอนโซล / พีซีรีวิวรีวิว / พรีวิว

[รีวิว] MY HERO ACADEMIA: All’s Justice

บทสรุปมหากาพย์สงครามฮีโร่ที่รอคอยมาถึงแล้ว

ถ้าจะให้พูดถึงการ์ตูนโชเน็นที่ทรงอิทธิพลที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ชื่อของ My Hero Academia คงต้องติดโผอันดับต้น ๆ อย่างแน่นอน และหลังจากที่มังงะได้จบลงไปอย่างสวยงาม แฟน ๆ อย่างเราก็โหยหาสิ่งที่จะมาเติมเต็มความรู้สึกที่ขาดหายไป ซึ่งทาง Bandai Namco และทีมพัฒนา Byking Inc. เข้าใจความต้องการนี้ดี จึงได้เข็นโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ที่ซุ่มทำมานานอย่าง MY HERO ACADEMIA: All’s Justice ออกมา ซึ่งมีกำหนดวางขายในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2026 นี้ บอกเลยว่าจากการที่ได้เข้าไปลอง นี่ไม่ใช่แค่เกมต่อสู้ธรรมดา ๆ แต่มันคือจดหมายรักฉบับสุดท้ายที่ส่งมอบให้แฟนคลับทุกคน เป็นการปิดฉาก Final War Arc ในรูปแบบวิดีโอเกมที่น่าประทับใจที่สุดเท่าที่เคยมีมา

เนื้อเรื่องระดับ Cinematic: สัมผัสความสิ้นหวังและความหวังในสงครามครั้งสุดท้าย

สิ่งแรกที่ต้องขอชื่นชมคือ Story Mode ภาคนี้เขาไม่ได้มาเล่น ๆ ใครที่เคยบ่นว่าภาค One’s Justice เล่าเรื่องแบบภาพนิ่งสลับคัตซีนนิดหน่อย ขอให้ลบภาพนั้นทิ้งไปได้เลย ใน MY HERO ACADEMIA: All’s Justice ทีมงานจัดเต็มด้วยคัตซีนแบบเรียลไทม์ที่คุณภาพแทบจะเทียบเท่าอนิเมะฉบับโรงภาพยนตร์ เราจะได้กระโดดเข้าสู่ช่วง Final War ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตึงเครียดที่สุด ฮีโร่ทุกคนสะบักสะบอม เมืองถูกทำลายย่อยยับ บรรยากาศในเกมถ่ายทอดความสิ้นหวังออกมาได้ดีมาก

tig-my-hero-academia-all-justice-review
tig-my-hero-academia-all-justice-review
tig-my-hero-academia-all-justice-review

เราจะได้รับบทบาทสลับไปมาระหว่างฮีโร่หลายคน ไม่ใช่แค่ Deku แต่รวมถึงตัวละครอื่น ๆ อย่าง Uraraka, Todoroki หรือแม้แต่ Bakugo ที่มีบทบาทสำคัญมาก ๆ ในศึกครั้งนี้ จังหวะการตัดต่อจากคัตซีนเข้าสู่เกมเพลย์ทำได้เนียนตาแบบ Seamless คือกำลังดูตัวละครคุยกันดุเดือด พอกล้องซูมออกปุ๊บ เราบังคับสู้ต่อได้เลย ไม่มีจังหวะโหลดคั่นให้อารมณ์สะดุด และที่พีคที่สุดคือฉากไคลแม็กซ์ที่หลายคนรอคอย การดวลกันระหว่างพลัง One For All และ All For One ถูกนำเสนอด้วยเอฟเฟกต์แสงสีที่ระเบิดตูมตามสะใจ สมกับที่เป็นศึกตัดสินชะตาโลก

เกมเพลย์ 3v3 ที่ลึกซึ้งและดุเดือดกว่าเดิม

ในส่วนของระบบการต่อสู้ พื้นฐานยังคงเป็น 3D Arena Fighter แบบ 3v3 ที่เราคุ้นเคยจากซีรีส์ One’s Justice แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือความ ลึก และ ความลื่นไหล ทีมพัฒนา Byking Inc. ได้ทำการปรับจูนระบบฟิสิกส์และการตอบสนองของตัวละครใหม่หมด ตัวละครไม่ดูลอยเหมือนภาคก่อนแล้ว ทุกการโจมตีมีน้ำหนัก รู้สึกถึงแรงปะทะจริง ๆ โดยเฉพาะเวลาโดนท่าหนัก ๆ อัดเข้ากำแพงจนฉากพัง

tig-my-hero-academia-all-justice-review

ระบบ Quirk หรือ อัตลักษณ์ ในภาคนี้ถูกออกแบบให้ใช้งานได้หลากหลายขึ้น ไม่ใช่แค่กดท่าเดิม ๆ ซ้ำ ๆ แต่เราต้องรู้จักพลิกแพลงตามสถานการณ์ ตัวเกมเพิ่มระบบ Dash Cancel ที่เปิดโอกาสให้เรายกเลิกท่าโจมตีกลางคันเพื่อต่อคอมโบ หรือหลอกล่อคู่ต่อสู้ได้ ซึ่งจุดนี้ทำให้เกมเพลย์มีความเป็น Competitive สูงขึ้นมาก ไม่ใช่แค่กดปุ่มรัว ๆ แล้วชนะอีกต่อไป ต้องมีการอ่านใจและชิงจังหวะกันตลอดเวลา

tig-my-hero-academia-all-justice-review
tig-my-hero-academia-all-justice-review

อีกระบบที่ได้รับการปรับปรุงคือ Sidekick หรือระบบคู่หู ภาคนี้เพื่อนร่วมทีมของเราจะไม่ได้มีหน้าที่แค่กระโดดมาตัดคอมโบแล้วหนีไป แต่เราสามารถกดเรียกเพื่อนมาช่วยต่อคอมโบผสาน หรือ Team Plus Ultra ที่เป็นท่าไม้ตายรวมพลัง 3 คน ซึ่งแต่ละทีมจะมีฉากคัตซีนท่าไม้ตายที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ของตัวละครในทีมด้วย ลองจับคู่ Deku, Bakugo และ Todoroki ดูสิ รับรองว่าท่าไม้ตายเท่จนขนลุกแน่นอน

Team Up Missions: เปิดโลกฮีโร่ด้วยการสำรวจแบบ Open Zones

นี่คือไฮไลท์เด็ดที่ทำให้ MY HERO ACADEMIA: All’s Justice แตกต่างจากเกมแนว Arena Fighter ทั่วไป นั่นคือโหมดใหม่ที่เรียกว่า Team Up Missions โหมดนี้จะเปลี่ยนรูปแบบการเล่นจากการสู้ในสังเวียนแคบ ๆ มาเป็นการสำรวจพื้นที่เมืองขนาดใหญ่ (Open Zones) ที่เราสามารถวิ่งไปไหนมาไหนก็ได้อิสระ

tig-my-hero-academia-all-justice-review
tig-my-hero-academia-all-justice-review
tig-my-hero-academia-all-justice-review

ความเจ๋งคือเราจะได้ใช้ Quirk ของตัวละครในการเดินทางจริง ๆ อย่างเช่นถ้าเล่นเป็น Deku เราสามารถใช้ Blackwhip ยิงไปเกาะตึกแล้วเหวี่ยงตัวห้อยโหนไปมาได้อารมณ์คล้าย ๆ เกมไอ้แมงมุม หรือถ้าเล่นเป็น Hawks ก็กางปีกบินสำรวจมุมสูงได้เลย ในโหมดนี้จะมีภารกิจย่อย ๆ ให้ทำ เช่น ช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ในซากตึก กู้ระเบิด หรือไล่จับตัวร้ายที่กำลังหนี ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ช่วยเติมเต็มความรู้สึกของการเป็น ฮีโร่ ให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น เราไม่ได้มีหน้าที่แค่สู้ แต่เรามีหน้าที่ปกป้องและช่วยเหลือผู้คนด้วย

ตัวละคร: ขนกันมาทั้งจักรวาล My Hero Academia

เรื่องจำนวนตัวละครบอกเลยว่าหายห่วง ภาคนี้จัดหนักจัดเต็มที่สุดในซีรีส์ รวมตัวละครทั้งฝั่งฮีโร่และวิลเลียนไว้เกือบ 60 ตัว ตัวละครจากห้อง Class 1-A มากันครบทีมในเวอร์ชันอัปเกรดล่าสุดตามเนื้อเรื่องมังงะช่วงท้าย ดีไซน์ชุดฮีโร่เป็นเวอร์ชันสงครามที่ดูทะมัดทะแมงและผ่านศึกมาอย่างโชกโชน

tig-my-hero-academia-all-justice-review

ตัวละครไฮไลท์ที่ต้องพูดถึงคือ Dark Deku ที่มีความดาร์กและดิบเถื่อน ท่าทางการโจมตีจะดูเกรี้ยวกราดและรวดเร็วกว่าร่างปกติ มีการใช้แส้ดำและหมอกควันในการต่อสู้ที่เท่มาก ๆ อีกตัวคือ Shigaraki Tomura ร่างสมบูรณ์ที่พลังทำลายล้างสูงจนน่ากลัว ความสมดุลของตัวละครอาจจะต้องรอดูระยะยาว แต่เบื้องต้นถือว่าทำออกมาได้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวดีมาก ไม่มีตัวไหนที่รู้สึกว่าเป็นแค่ตัวโคลนของคนอื่น

กราฟิกและประสิทธิภาพ: ศิลปะ Cel-Shaded ที่มีชีวิต

งานภาพในภาคนี้ยังคงใช้สไตล์ Cel-Shaded เพื่อคงลายเส้นแบบอนิเมะไว้ แต่สิ่งที่ยกระดับขึ้นมาคือแสงเงาและเอฟเฟกต์ Particle ด้วยขุมพลังของเอนจินยุคใหม่ ทำให้ผิวสัมผัสของชุดฮีโร่ รอยขาด รอยเปื้อนฝุ่น และบาดแผลบนตัวละครดูสมจริงมาก เวลาใช้ท่าไม้ตาย Plus Ultra แสงสีจัดจ้านกระแทกตาจนต้องร้องว้าว โดยเฉพาะเอฟเฟกต์ไฟของ Endeavor หรือน้ำแข็งของ Todoroki ที่ดูมีความหนาแน่นและอุณหภูมิแผ่ออกมาทางหน้าจอ

tig-my-hero-academia-all-justice-review
tig-my-hero-academia-all-justice-review
tig-my-hero-academia-all-justice-review

ในเรื่องของประสิทธิภาพจากที่เล่นบนเครื่อง PlayStation 5 เกมรันที่ 60 FPS ได้นิ่ง ๆ แม้จะในจังหวะที่เอฟเฟกต์ตีกันนัวเนียเต็มจอ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับเกมต่อสู้ที่ต้องอาศัยความแม่นยำของเฟรมเรต

จุดสังเกตเล็กน้อย

ถึงจะชมมาเยอะ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อติเลย จุดที่อาจจะขัดใจบ้างคือมุมกล้องในโหมดสำรวจเมือง บางจังหวะเวลาเราเคลื่อนที่เร็ว ๆ ด้วย Quirk กล้องอาจจะเหวี่ยงจนเวียนหัวได้ง่าย ๆ และภารกิจย่อยในโหมด Team Up Missions บางอันอาจจะดูซ้ำซากไปบ้างถ้าเล่นไปนาน ๆ แต่ก็ถือเป็นเรื่องปกติของเกมแนวนี้ที่ต้องมีการ Grinding บ้างเพื่อแลกของรางวัลหรือชุดแต่งกายใหม่ๆ

บทสรุป: ภาคจบที่สมศักดิ์ศรี

tig-my-hero-academia-all-justice-review

MY HERO ACADEMIA: All’s Justice คือบทสรุปที่สวยงามของซีรีส์เกมฮีโร่นี้ มันไม่ใช่แค่เกมที่ทำมาขายกินกับกระแสตอนจบ แต่เป็นเกมที่ใส่ใจในรายละเอียด เคารพต้นฉบับ และพยายามนำเสนอประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับผู้เล่น ทั้งระบบต่อสู้ที่สนุกเร้าใจ เนื้อเรื่องที่ชวนน้ำตาซึม และโหมดสำรวจที่เปิดโลกทัศน์ใหม่ ๆ ใครที่เป็นแฟนการ์ตูนเรื่องนี้ ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่จะพลาดเกมนี้

เตรียมตัวปลุกพลังในตัวคุณ แล้วไปตะโกน Plus Ultra ให้กึกก้องพร้อมกัน 5 กุมภาพันธ์นี้ บนแพลตฟอร์ม PlayStation 5, Xbox Series X|S และ PC ผ่านร้านค้า Steam

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณ Bandai Namco Entertainment ที่เอื้อเฟื้อและสนับสนุนเกมมาให้เราได้รีวิวในครั้งนี้ด้วยครับ ส่วนครั้งหน้าจะเป็นเกมอะไรนั้น โปรดติดตามกันได้เลย…

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมและสั่งซื้อเกมได้ที่ : [คลิก]

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button