Switchรีวิวเกม

[รีวิว] Pokémon Legends: Arceus รุ่งอรุณแห่งวันใหม่ของโลกโปเกม่อน

Pokémon Legends: Arceus เกมโปเกม่อนภาคใหม่ที่จะพาคุณไปพบกับประสบการณ์อันสดใหม่กว่าภาคไหนๆ

จักรวาลเกมโปเกม่อนนั้นถือว่าเป็นเกมที่ค่อนข้างกว้างพอสมควรด้วยเนื้อหาที่แบ่งตามเจนเนอเรชันมาจนถึงยุคที่ 8 เข้าไปแล้ว แต่ละภาคเองก็มีจุดขาย ธีม และเนื้อหาที่แตกต่างกันไป และไม่บ่อยครั้งนักที่เราจะได้เล่นเกมโปเกม่อนแนว RPG บนคอนโซล (หากไม่รวม Sword & Shield) ซึ่งการเปิดตัว Pokémon Legends: Arceus ทำให้หลายคนคิดว่านี่คือนิมิตหมายอันดีที่เกมจะได้หันหัวเรือไปทางทิศทางใหม่ๆ บ้างแล้ว… และมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ

เนื้อหา Pokémon Legends: Arceus เกี่ยวข้องกับตัวละครเอกที่ต้องจับพลัดจับผลูเดินทางข้ามเวลาไปยังอดีตเมื่อหลายร้อยปีก่อนด้วยพลังของ Arceus โปเกม่อนเทพแห่งผู้สร้างที่มอบหมายให้เราเข้าไปทำภารกิจ ‘ตามหาโปเกม่อนให้ครบทุกชนิด’ ในดินแดนฮิซุยที่ได้ชื่อว่ามีโปเกม่อนโหดร้ายมากมาย เมื่อรู้ตัวอีกทีเราก็เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมสำรวจเข้าไปแล้ว และประจวบเหมาะมากเพราะพวกเขาก็ตั้งใจจะสร้าง PokéDex หรือสมุดภาพโปเกม่อนเล่มแรกของประวัติศาสตร์กันพอดิบพอดี นี่คือจุดเริ่มต้นของการผจญภัยเหนือจินตนาการในเกมภาคล่าสุด ที่วันนี้ ThisisgameBase จะนำมารีวิวให้ชมกันครับ

【อาณาจักรฮิซุยอันกว้างใหญ่】

เรื่องราวของเราจะอยู่ในภูมิภาคฮิซุย (Hisui) ที่เต็มไปด้วยผืนป่าและธรรมชาติหลากหลายรูปแบบ สำหรับคนที่เคยเล่นโปเกม่อนภาคหลักมาตลอดและห่างหายไปจากซีรีส์ตั้งแต่ยุค Nintendo 3DS แบบผู้เขียนเอง พอเราได้มองทิวทัศน์ที่ ‘ทอดยาว’ ไปแทบจะสุดลูกหูลูกตามันกลายเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นมากๆ ถึงแม้ว่าแผนที่จะมีการแบ่งออกเป็นโซนต่างๆ คล้ายกับ Monster Hunter ที่เมืองก็อยู่ส่วนเมือง พื้นที่ป่าก็อยู่ส่วนพื้นที่ป่า แต่พอเราได้ก้าวเท้าเข้ามาก็จะพบว่ามันโคตะระกว้างกันเลยทีเดียว ลองจินตนาการดูครับว่าแบบเราเห็นเนินก้อนหินใหญ่ๆ และเราสามารถเดินไปถึงจุดตรงนั้นได้ นี่มันเป็นสิ่งที่โลกแบบสองมิติแบนๆ เหมือนภาคดั้งเดิมไม่สามารถทำได้มาก่อน

นอกจากนั้นแล้วในแผนที่ก็จะเต็มไปด้วยโปเกม่อน (ก็แหงล่ะ) ที่มีพฤติกรรมตามแบบฉบับโปเกม่อนป่าไม่มีเจ้าของจริงๆ อาทิ Bidoof ที่เดินต๊อกแต๊กไปมาต่อให้เราเดินไปใกล้ๆ มันก็เฉยๆ ไม่โจมตี หรือถ้าไปเจอโปเกม่อนที่ดุๆ มันก็ไล่ล่าโจมตีเราได้ เห็นแล้วก็ต้องชื่นชมเรื่องนี้เพราะใส่ใจรายละเอียดเป็นพิเศษ อีกหนึ่งจุดน่าสนใจก็คืออย่าง Chansey หรือเจ้าลัคกี้โปเกม่อนสายฮีล ขนาดมันเป็นโปเกม่อนป่าแล้วถ้าเห็นเราโดนโปเกม่อนพันธุ์อื่นไล่ฟาด มันก็จะวิ่งมาปกป้องและเหมือนจะทำให้เราฟื้นพลังได้เร็วขึ้นด้วย (ใช่ครับ! โปเกม่อนตีเทรนเนอร์ตรงๆ ได้แล้ว และถ้าเราสลบเหมือดจะเสียไอเทมบางส่วนเหมือนกัน) นอกเหนือจากนั้นก็จะมีผลหมากรากไม้ให้เราได้เก็บไปเป็นวัตถุดิบคราฟต์สิ่งของกัน

【โครงสร้างเกมแบบใหม่ พร้อมด้วยอิสระที่มากขึ้น】

จากเดิมที่เกมโปเกม่อนมักจะให้เราเดินทางไปตามแผนที่ในภูมิภาคต่างๆ ปราบหัวหน้ายิม เหล่าร้าย ปะทะโปเกม่อนในตำนาน เดินเข้าถ้ำสุดโหดก่อนไปเจอโปเกม่อนลีค สูตรสำเร็จที่ได้ยินไปนั้นได้ถูกลบล้างไปโดยสิ้นเชิงเพราะคราวนี้เกมจะเป็นแนว RPG แบบรับเควสต์แทน ซึ่งเควสต์จะมีสองรูปแบบคือเนื้อเรื่องหลักและไซด์เควสต์ โดยเควสต์เนื้อเรื่องหลักก็มีไว้ทำเพื่อดำเนินเรื่องราวต่อตามจุดประสงค์ของตัวละครนั่นคือตามหาโปเกม่อนล้วนๆ ไม่ได้เน้นบู๊ ส่วนไซด์เควสต์เราจะได้รับตาม NPC ที่เจอรายทาง บางคนอาจจะต้องการโปเกม่อนหนอน Wurmple หรือโปเกม่อนแปลกๆ ต่างๆ ให้เราได้ตามหากันพร้อมรับค่าประสบการณ์ แถมการรับ EXP ในภาคนี้ก็ง่ายมากๆ เพราะทุกการกระทำของเรานั้นทำให้โปเกม่อนในทีมได้รับอานิสงส์ไปด้วยทุกตัว

ในแง่ความอิสระของเกมไม่เพียงแค่การควบคุมที่หลากหลายขึ้นหรือการหยิบโปเกม่อนมาช่วยข้ามน้ำข้ามทะเล แต่เป็การ Stealth ตามพงหญ้าที่ทำให้การเผชิญหน้ากับโปเกม่อนที่เราต้องการมันมีความต่างไปจากเดิม ซึ่งในเกมภาคหลังๆ เราจะเห็นโปเกม่อนเดินไปมาในฉาก แต่นั่นก็เป็นแค่การวิ่งไปชนเพื่อตัดเข้าหน้าจอแบทเทิล ทว่าไม่ใช่กับเกมภาคนี้ เพราะต่อให้เราไม่ต้องการสู้ก็เพียงแค่หยิบโปเกบอลขึ้นมาและปาใส่ให้โดนเท่านั้นเอง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอัตราเรตการจับด้วยว่ามันแข็งแรงเกินบอลไหม บางทีมันไม่ทันได้รู้ตัวด้วยซ้ำเราก็เป็นเจ้าของเรียบร้อย อย่างไรก็ตามในกรณีที่เราต้องการต่อสู้ก่อน (หรือว่าต้องสู้เพื่อโจมตีกลับ) ก็ปาโปเกม่อนของเราใส่ปุ๊บ เกมจะเริ่มแบทเทิลกันตรงนั้น และเรายังสามารถวิ่งไปมาได้ด้วย 

พอพูดถึงเรื่องแบทเทิลก็ชักจะติดลม แต่ตรงนี้เดี๋ยวขออธิบายในส่วนต่อไป อีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจก็คืออย่างที่ได้ระบุข้างต้นเราอาจจะไปเจอต้นไม้ โขดหินที่มีแร่โผล่ออกมา ถ้าเราโยนโปเกม่อนใส่มันจะเข้าไปเก็บของให้เราได้ด้วย และจะได้ค่า EXP เฉพาะตัวกันไปเลย ซึ่งของที่ได้รับจะเป็นวัสดุสำหรับการคราฟต์ ที่นับเป็นองค์ประกอบสำคัญของเกมภาคนี้เพราะเราจะไม่เจอร้านค้าตามแมปเหมือนกับเกมภาคหลัก ดังนั้นจึงต้องเตรียมสิ่งของไปให้พร้อม โดยจะมีสูตรคราฟต์ทั้งโปเกบอลและยาไว้ใช้งาน และโต๊ะคราฟต์เองก็จะอยู่ตรงจุดเริ่มต้นของแผนที่่ (ปากทางเข้าดันเจี้ยนในแต่ละโซนจะเป็นแคมป์ให้เราพักผ่อน – เปลี่ยนช่วงเวลาในเกม) แต่ถ้าเราอยู่ไกลจนเกินไปก็ใช้เครื่องมือคราฟต์พกพาได้ โดยจะมีข้อจำกัดเช่นสูตรที่น้อยกว่าและปริมาณกระเป๋าอาจจะไม่พอเอาได้

【การต่อสู้ยังคงเจ้มจ้น】

ภาคนี้อาจจะไม่ได้เน้นย้ำความสำคัญเรื่องของการแบทเทิลมากเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเลย แถมมันยังเปลี่ยนแปลงใหม่เพื่อเพิ่มมิติให้กับการเล่นด้วย โดยเกมภาคนี้จะมีระบบต่อสู้คล้ายของเดิมคือเป็นเทิร์น แต่มันจะขึ้นอยู่กับสถานะหรือสกิลของโปเกม่อนตัวนั้นๆ ว่าตัวไหนจะทำอะไรได้กี่ครั้ง โปเกม่อนบางตัวอาจจะสามารถเลือกท่าตีได้สองรอบติด ที่สำคัญยังสลับท่าเรียนรู้ไปมา ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียดายที่กดลืมท่า เพียงแค่มันยังจำกัดที่ 4 ท่าเท่านั้นเฉยๆ 

อีกหนึ่งระบบที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือท่าโจมตีโปเกม่อนจะมีการแบ่งรูปแบบเป็นสไตล์ด้วยเรียกว่า Agile และ Strong ให้เราเลือกใช้ตามสถานการณ์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่เพิ่มเข้ามาให้ประสบการณ์ ‘เจ้มจ้น’ กว่าเดิม ซึ่งวิธีการก็ง่ายมากๆ คือท่าประเภทแรกจะตีเร็วแต่อาจจะเบากว่า และประเภทที่สองจะตีช้าแต่จะแรง ไม่ต้องทำความเข้าใจอะไรมากเท่าไหร่ เป็นความซิมเปิ้ลที่ได้ผลอย่างทรงพลังนักแล

【แปลกใหม่ที่แปลว่าให้เราฟาร์มเหมือนเดิ๊ม!】

ด้วยความผิดแผกแปลกใหม่ที่เปลี่ยนไปจากเดิม แต่หนึ่งสิ่งที่หลายคนอยากถามก็คือแล้วเกมนี้ยังจะอาศัยการฟาร์มไหม? แฟนเกมจำนวนไม่น้อยเกิดความเบื่อและอิ่มตัวหลังจากเจอแบบแผนเดิมๆ หรือสูตรสำเร็จที่ให้เราเดินๆๆ ตียิมๆๆ เข้าลีคๆๆ แถมยังต้องฟาร์มเลเวลโปเกม่อนอีก แม้ว่าจะมี EXP Share แล้ว แต่ก็น่ารำค๊าญน่ารำคาญที่ต้องมานั่งปั้นโปเกม่อนแต่ละตัว ซึ่งก็ต้องบอกว่าภาคนี้มีการฟาร์มเหมือนเดิม กระนั้นแล้วต่มันอาจจะไม่อยู่ในรูปการต่อสู้เพื่อให้ได้ EXP เพราะทุกอย่างที่เราทำมันจะเป็นประสบการณ์ให้โปเกม่อนทั้งหมด และยังทำให้เรารับรู้ว่าการกระทำของเรามันมีผลตอบแทนด้วย โดยจะอยู่ในรูปของอุปกรณ์คู่ใจนั่นคือ PokéDex สมุดภาพโปเกม่อนที่จะมีภารกิจต่างๆ ในการค้นคว้า เพราะแค่จับอย่างเดียวก็คงไม่พอ เราจะต้องเรียนรู้เรื่องราวของโปเกม่อนทุกตัวแบบละเอียด เช่น จับตัวนี้ตอนกลางวันจำนวนกี่ตัว, เห็นมันใช้ท่าต่อสู้นั้นๆ กี่ตัว หรือจับโปเกม่อนที่มีน้ำหนักใหญ่กว่าปกติ (ทุกตัวที่มีน้ำหนักมากจะมีขนาดโมเดลที่ใหญ่ตามไปด้วย ชอบตรงนี้)

【กราฟิก】

ว่ากันว่าในประวัติศาสตร์ 25 ปีที่ผ่านมาของเกมโปเกม่อน ทุกภาคล้วนขายไอเดียของเกมมาโดยตลอดดังนั้นจึงไม่น่าจะไปคาดหวังเกี่ยวกับงานภาพ แต่ถ้าให้พูดตามตรงก็คือกราฟิกดูจะล้าสมัยไปเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเกมโอเพนเวิร์ลบนแพลตฟอร์มเดียวกันเอง และบางจุดก็พอเข้าใจถึงศักยภาพเครื่องได้เช่นเดินๆ อยู่แล้วโมเดลอาจจะขยับเองหรือก้อนหินที่เปลี่ยนจากเหลี่ยมไกลๆ ไปเป็นมน (เทคนิคการเรนเดอร์แบบไม่กินสเปค) ทุกอย่างเป็นเรื่องเล็กๆ แต่อาจดึงจุดสนใจได้ และแล้วเราก็จะวนมาที่คำพูดเดิมคือทุกภาคไม่ได้ขายกราฟิก! เพียงแค่เราเสียดายที่ Game Freak น่าจะพยายามให้ได้มากกว่านี้ อย่างไรก็ตามเรื่องเฟรมเรตถือว่าไม่มีปัญหาอะไร

ไฮไลต์เด็ดคือการปราบพยศโปเกม่อนโนเบิ้ล

【บทสรุป】

มาถึงตอนนี้เพื่อนๆ คงอยากถามว่าทำไม Pokémon Legends: Arceus ถึงเป็นรุ่งอรุณแห่งวันใหม่สำหรับเกมโปเกม่อน? เหตุผลก็คือเกมนี้ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับซีรีส์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยองค์ประกอบต่างๆ ที่ใส่เข้ามาเพื่อลบล้างภาพจำของเกมโปเกม่อนเดิมๆ จนผู้เล่นต้องรู้สึกว่านี่มันคือเกมโปเกม่อนที่ให้อารมณ์เหมือนเราเล่นครั้งแรก ขนาดจุดประสงค์หลักของเกมที่ให้เราจับโปเกม่อนให้ครบตามคำขวัญที่ว่า ‘Gotta Catch ’em All’ ก็ยังถูกมาใช้เป็นแกนกลางของเรื่่องจนเหมือนกับการรีบู๊ตภาพลักษณ์ใหม่

หากในอนาคตเกมโปเกม่อนแบบแบ่งภาคจะกลายเป็นอดีตไปก็คงไม่แปลกใจ เราไม่มีความรู้สึกที่จะต้องมีโปเกม่อนครบ 900 กว่าตัวในเกมเดียวอีกแล้ว เราไม่ต้องไปเจอยิมอีกแล้ว เราแค่ต้องการเกม RPG ที่เน้นเนื้อเรื่องน่าติดตามภายในโลกของโปเกม่อนเท่านั้น

ผู้เขียนมั่นใจว่า Pokémon Legends: Arceus จะวางรากฐานของเกมโปเกม่อนในภาคต่อๆ ไปให้เราได้ดื่มด่ำกับทัศนียภาพที่สวยงามและพบกับโปเกม่อนตามธรรมชาติได้อย่างเต็มอิ่มเหมือนกับเกมนี้ หรือไม่แน่บางที Pokémon Legends อาจจะกลายเป็นซีรีส์แยกที่พาเราไปเปิดโปงเรื่องราวน่าสนใจของโลกโปเกม่อนแบบที่ภาคหลักไม่สามารถทำได้ก็ได้ 

Now Loading

ชอบเพลง Metal | บันเทิงกับการถ่ายรูป | ของโปรดคือเนื้อย่าง | เล่นเกมบ้างบางเวลา
Back to top button