รีวิวหนัง

รีวิวสั้นๆสำหรับ Gran Turismo แกร่งทะลุไมล์

เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่คอเกมและคอภาพยนตร์น่ารับชม

หนึ่งเกมแข่งรถที่ขึ้นแท่นเกมฮิตได้เลยกับซีรีย์ของ Gran Turismo ผลงานการสร้างสรรค์ของ Kazunori Yamauchi ที่ต้องเรียกว่าเป็นบิดาของเกมนี้ ที่ส่งมอบความสนุกให้แก่เกมเมอร์สายซิ่งตั้งแต่ยุค Playstation 1 เพราะตัวเกมนั้นนอกจากมีรถให้เลือกหลากหลายรุ่นแล้วยังสามารถแต่งรถได้ แม้ในช่วงยุคนั้น Gran Turismo จะทำได้แค่ไล่ Stage แต่เพียงเท่านี้ก็ถือได้ว่ามันส์สุดๆและสำหรับเกมนี้ก็มีพัฒนาความละเอียดในหลายๆด้านจนมาถึงภาคที่ 7 แล้ว

ในส่วนภาพยนตร์ Gran Turismo แกร่งทะลุไมล์ ได้สร้างมาจากเรื่องจริงของเกมเมอร์ Jann Mardenborough ผู้ที่ชื่นชอบเล่นเกม Gran Turismo เป็นชีวิตจิตใจ จนกระทั่งวันหนึ่งได้เกิดโครงการ GT Academy ที่ต้องการทำการตลาดใหม่ที่ดึงนักแข่งสายเกมเมอร์เข้ามาอยู่ในทีมแข่ง แล้วชื่อของ Jann Mardenborough คือหนึ่งในนั้นที่ถูกคัดเลือกและเขาก็ต้องห้ำหั่นฝีมือกับเหล่าเกมเมอร์เพื่อเข้าสู่ GT Academy เพื่อเป็นนักแข่งมืออาชีพให้ได้ อีกทั้งเขาจะต้องพบเจออุปสรรคมากมายในหนทางของนักแข่งมืออาชีพ

ตัวภาพยนตร์ Gran Turismo แกร่งทะลุไมล์ นั้นอย่างที่กล่าวไปคือได้ถ่ายทอดมาจากชีวิตจริงดังนั้นตัวละครที่อยู่ในเรื่องนอกจากตัวของ Jann Mardenborough เองแล้วก็ยังมีตัวละครจริงที่นำมาใส่ในเรื่องอย่างครอบครัวของเขาเช่น พ่อที่เป็นอดีตนักฟุตบอลของทีมคาร์ดิฟ นอกจากพระเอกที่มีความสำคัญในการดำเนินเรื่องแล้วอีกสิ่งนึงที่ชูโรงคู่กันคือรถ Nissan GT-R Nismo GT3 สีขาวที่จะปรากฏให้เห็นเกือบทั้งเรื่องและ Nissan GT-R LM Nismo สำหรับสนาม Le Mans เพราะงานนี้จะเล่าเรื่องเกี่ยวกับทาง Nissan เป็นหลักเนื่องด้วยทีมที่ Jann Mardenborough สังกัดนั้นคือทาง Nissan นั่นเองแต่ไม่ต้องห่วงภายในเรื่องผู้ชมก็จะได้เห็นรถคันอื่นๆอีกมากมาย (แบบแว๊บๆ) และแน่นอนว่าหากหยิบเรื่องราวชีวิตจริงมาทั้งหมดคงหน้าเบื่อ ทางผู้สร้างก็ต้องมีการโยนสิ่งต่างๆเพิ่มเข้าไปเพื่อสร้างความน่าสนใจและน่าติดตามให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้

นอกจากนี้หากเคยได้เล่นเกม Gran Turismo แล้วเข้าไปดูเรื่องนี้ก็จะรู้สึกคล้อยตามและเข้าถึงได้ง่าย นอกจากรถต่างๆที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี สนามต่างๆที่เห็นในเกมก็ถูกนำเสนออยู่ในภาพยนตร์ก็จะให้มีอารมณ์ร่วมด้วยว่า “สนามนี้มันยากจริงๆ” , “เออใช่โค้งนี้แหละแหก” อย่างสนาม Red Bull Ring , Nürburgring หรือสนามที่วิ่งทำรอบอย่าง 24 Hours of Le Mans เป็นต้น แถมยังมีเสียงเอฟเฟ็คที่คุ้นหูจากเกมนำลงมาใส่ในบางช่วงของภาพยนตร์ ส่วนมุมกล้องก็ถ่ายทอดออกมาได้อย่างน่าสนใจ ส่วนเรื่องเสียงในภาพยนตร์นี้ไม่ต้องห่วงเสียงเครื่องยนตร์แน่นๆ เร้าใจขาซิ่งแน่นอน

Gran Turismo แกร่งทะลุไมล์ มีการผสมผสาน CG และภาพของเกมตัดสลับภาพจริงได้อย่างดี แต่ต้องบอกเลยว่าถ้าคนไม่เล่นเกมนี้อาจจะงงทำไมเอาภาพเหมือนเกมแข่งรถมาใส่อะไรทำนองนี้ก็เป็นได้ ส่วนเนื้อเรื่องใน 20 นาทีแรก (โดยประมาณ) อาจจะดูไม่หวือหวามากนัก แต่ไม่ถึงกับน่าเบื่อหลังจากนั้นกราฟของภาพยนตร์ก็จะค่อยๆเริ่มพีคไต่ระดับแบบอะดรีนาลีนแทบหลั่งตามคอยลุ้นในฉากต่างๆของการแข่งรถและค่อยๆตัดลงด้วยซีนอารมณ์และไต่ระดับขึ้นไปอีกจนจบเรื่อง

ภาพ : Playstation
ภาพ : dailysportscar

ตัวนักแสดงที่เล่นบท Jann Mardenborough บทพ่อของเขาอย่าง Steve Mardenborough และบทตัวของวิศกรอย่าง Jack Salter ที่คอยแนะนำสิ่งต่างๆให้กับนักแข่ง ต้องบอกเลยว่าถ่ายทอดออกมาได้ดีมากทำให้เข้าถึงความรู้สึกของตัวละครในฉากนั้นๆเลยทีเดียว ส่วนอีกสิ่งหนึ่งที่ค่อนข้างจะเด่นและเปิดออกมาให้ผู้ชมได้ยินบ่อยครั้งคือเพลงประกอบที่อยู่ภายในเรื่องโดยเป็นเพลงที่ Jann Mardenborough ฟังอย่างเพลง Song Bird ที่ถูกเผยแพร่ในปี 1986 ของ Kenny G และวงเฮฟวี่ เมทัลอย่าง Black Sabbath กับเพลง Paranoid ที่ตัวละคร Jack Salter ชอบฟัง

สรุป : ความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนนั้นให้ 3 ผ่านเลยครับ มีการดำเนินเรื่องกราฟจะมีความขึ้นลงตลอดไม่ราบเรียบทำให้ที่เราไม่เบื่อ ตัวเรื่องไม่ยืดเยื้อ กราฟิก CG ที่ผสมผสานเข้ากับตัวภาพยนตร์ได้ดี แถมยังทำให้คนที่เล่นเกม Gran Turismo เข้าถึงได้ ส่วนสำหรับคนที่ไม่เคยเล่นเกมนี้มาก่อนก็ไม่ต้องห่วงเพราะเส้นเรื่องเข้าใจง่ายถึงแม้การเล่าเรื่องมีทิศทางที่ไม่ซับซ้อนสามารถเดาทางได้ก็ตาม อีกส่วนหนึ่งสำหรับคนที่ไม่ชอบแข่งรถหรือเล่นเกมรถแข่งจะมีเบื่อได้ในบางช่วงครับ แถมอีกนิดในเรื่อง Gran Turismo แกร่งทะลุไมล์ นี้ในบางซีน Jann Mardenborough ตัวจริงมาเล่นเป็นนักแสดงแทนด้วยครับ

Now Loading

ชอบเพลง Metal | บันเทิงกับการถ่ายรูป | ของโปรดคือเนื้อย่าง | เล่นเกมบ้างบางเวลา
Back to top button