รีวิว

[รีวิว] GetsuFumaDen: Undying Moon

สานต่อเรื่องราวของตำนานนักรบตระกูลเก็ตสึ

ก็วางจำหน่ายกันไปแล้วนะครับกับเกมภาคต่อของเกมระดับตำนาน GetsuFumaDen: Undying Moon จากค่าย KONAMI ที่เพิ่งวางขายกันไปบน Steam แบบ Early Access เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2021 ที่ผ่านมา เกมนี้มีความแตกต่างจากเกมภาคแรกอย่างไรบ้าง ระบบการเล่นต่าง ๆ เหมือนกันมากน้อยแค่ไหน ซึ่งในวันนี้ผมก็จะมาแนะนำระบบต่าง ๆ ของเกมนี้ให้ทุกคนได้อ่านกันนะครับ


อธิบายแนวเกมและวิธีการเล่นเบื้องต้น

เกมนี้ยังคงเป็นเกมแนว Action Side-scrolling เหมือนกับเกม GetsuFumaDen ภาคแรกครับ เพียงแต่เปลี่ยนภาพจาก 2D เป็น 3D และตัดเนื้อหาฉากแผนที่และฉากสำรวจดันเจี้ยนแบบ 3D ออกไป เพื่อทำให้เกมเป็น Action Side-scrolling แบบเต็มตัว เกมนี้จะสามารถบังคับตัวละครด้วยท่าทางได้หลากหลายมากขึ้นจากการใช้อาวุธที่เลือกเป็นหลักครับ

ในหนึ่งด่านที่เล่นจะไม่มีรูปแบบฉากที่ตายตัวครับ ฉากจะเปลี่ยนไปแบบสุ่มทุกครั้งที่เข้ามาเล่น แต่ธีมของด่านจะคงรูปแบบเอาไว้ เช่น ด่านแรก Land of Limbo ฉากภายในเกมจะคงรูปแบบของธีมฝนฟ้าคะนองเหมือนเดิม ศัตรูต่าง ๆ ยังคงมีเป็นกลุ่มเดิม เช่น นักรบโครงกระดูก ยักษ์ และบอสประจำด่านก็จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากนี้ ซึ่งหากเราเข้ามาเล่นด่านนี้รอบใหม่ จุดที่เปลี่ยนแปลงไปก็จะมีพวกพื้นที่ของฉาก ตำแหน่งของหีบสมบัติ และ Fast Travel (จุดวาร์ปภายในฉาก) เป็นต้นครับ

เมื่อในหนึ่งด่านผู้เล่นสามารถกำจัดบอสประจำด่านได้ จากนั้นก็จะต้องเลือกเข้าประตูสู่ด่านถัดไป โดยจะมีด่านให้เลือกหลังจากจบการต่อสู้อยู่ 3 ทาง ซึ่งจะมีประตูหนึ่งที่ถูกเปิดให้สามารถผ่านเข้าไปได้ตามปกติ แต่ประตูที่เหลือจะต้องมีกุญแจเปิดทางผ่านเข้าไป จึงจะสามารถเข้าไปได้ (กุญแจจะดรอปจากหีบสมบัติภายในฉากนั้น ๆ แบบสุ่มครับ) และจะมีทางเลือกที่สี่ คือ กลับสู่ฐานทัพของเรา ซึ่งหากเลือกตัวเลือกนี้ อาวุธต่าง ๆ ค่าพลังเสริมจากระบบกลืนกินวิญญาณ เงินที่สะสมไว้ และความทรงจำวิญญาณ จะหายไปทั้งหมดครับ สิ่งที่จะสามารถนำกลับไปได้มีเพียงแค่ไอเทมที่เป็นวัตถุดิบสำหรับการพัฒนาอาวุธกับไอเทมสำหรับใช้พัฒนาตัวละครครับ และหากเดินทางใหม่อีกครั้งก็จะต้องเริ่มเกมใหม่ที่ด่านแรกเลย รวมถึงต้องปราบบอสที่เคยปราบไปแล้วซ้ำอีกครั้งด้วยครับ พูดง่าย ๆ ก็คือ หากเราเลือกที่จะลุยต่อสู้แล้ว ก็ต้องสู้ไปจนสุดทางถึงบอสตัวสุดท้ายนั่นเองครับ

ระบบการเล่นของเกม

ระบบต่าง ๆ ในการเล่นเกมที่จะมาช่วยให้ผู้เล่นสามารถผ่านด่านต่าง ๆ ไปได้ ก็จะมีหลัก ๆ ได้แก่ ระบบอาวุธ ระบบสร้างและปรับแต่งอาวุธ ระบบพัฒนาตัวละคร ระบบกลืนกินวิญญาณ และระบบร่างอสูรครับ นอกเหนือจากระบบดังกล่าวข้างต้น ก็จะมีระบบการเล่นที่สามารถช่วยเหลือผู้เล่นได้ในระหว่างอยู่ในฉากของเกม เช่น Fast Travel ระบบนี้จะสามารถเคลื่อนย้ายตัวละครไปยังจุดที่อยู่ไกล ๆ อีกแห่งหนึ่งในฉากได้อย่างรวดเร็ว แต่ต้องทำการเปิดประตูนี้ในแต่ละจุดก่อน และระบบซื้อไอเทม ผู้เล่นจะสามารถเก็บเงินที่อยู่ในฉาก และเคลื่อนย้ายตัวละครไปยังร้านค้าได้ด้วยประตูพิเศษที่อยู่ภายในฉากครับ ร้านค้าจะมีไอเทมขายเป็นอาวุธต่าง ๆ หรือไม่ก็เป็นห่อไอเทมวัตถุดิบ ซึ่งราคาไอเทมบางอย่างก็แพงมาก ไม่สามารถเก็บเงินภายในด่านด่านเดียวซื้อได้แน่นอนครับ

ในส่วนนี้ผมจะมาพูดถึงระบบหลักของเกมให้ได้ทราบกันอย่างคร่าว ๆ นะครับ

อาวุธหลัก และ อาวุธเสริม

อาวุธต่าง ๆ ภายในเกมจะมีวิธีการใช้งานที่แตกต่างกันครับ โดยทั้งอาวุธหลักและอาวุธเสริมจะมีให้เลือกใช้อย่างละ 6 ชนิด รวมกันเป็นทั้งหมด 12 ชนิด ซึ่งอาวุธเหล่านี้สามารถหาได้จากการเปิดหีบสมบัติภายในฉากของเกม หรือดรอปเอาจากศัตรูที่กำจัดได้ ในการเล่นเราจะสามารถถืออาวุธหลักและอาวุธเสริมได้อย่างละ 2 ชิ้นเท่านั้น หากจะเก็บอาวุธชิ้นอื่นมาใช้งานเพิ่ม ก็จะต้องทิ้งอาวุธที่ถืออยู่ในปัจจุบันออกไปก่อนครับ

อาวุธหลัก

สำหรับอาวุธหลักจะสามารถใช้งานได้ 2 รูปแบบ คือ หนึ่งโจมตีศัตรู (คลิกซ้าย) สองใช้ท่าเฉพาะทางของอาวุธนั้น ๆ (คลิกขวา)

• ดาบญี่ปุ่น (Katana) : สามารถโจมตีทั้งบนพื้นและกลางอากาศได้ 3 จังหวะ และท่าเฉพาะทางจะเป็นท่าตอบโต้การโจมตีของศัตรู โดยต้องกดใช้งานในจังหวะที่ศัตรูจู่โจมเข้ามาให้ถูกต้อง จึงจะสามารถโต้การโจมตีกลับไปได้ครับ

• ร่มต่อสู้ (Battle Umbrella) : สามารถโจมตีบนพื้นได้ 2 จังหวะ และโจมตีกลางอากาศได้ 1 จังหวะ หากกดใช้ท่าเฉพาะทางจะเป็นการเอาร่มขึ้นมาบังการโจมตี ซึ่งจะทำให้ค่าความเสียหายที่ได้รับลดลงครับ และหากกดใช้ท่าเฉพาะทางกลางอากาศจะเป็นการกางร่ม ทำให้สามารถชะลอการร่วงหล่นลงมาจากที่สูงได้ครับ

• อาวุธคู่ (Dual Wield) : สามารถโจมตีทั้งบนพื้นและกลางอากาศได้ 4 จังหวะ เมื่อกดใช้ท่าเฉพาะทางจะเป็นการหมุนอาวุธรอบตัวเพื่อโจมตีแบบต่อเนื่อง ทำให้สามารถสร้างความเสียหายแก่ศัตรูได้อย่างรวดเร็ว

• กระบอง (Bludgeons) : สามารถโจมตีบนพื้นได้ 2 จังหวะ และโจมตีกลางอากาศได้ 1 จังหวะ เมื่อกดใช้ท่าเฉพาะทางบนพื้นจะเป็นการทุ่มกระบองฟาดลงไป (สามารถกดค้างเพื่อชาร์จได้) และหากใช้กลางอากาศจะเป็นการหมุนตัวโจมตีลงมา

• หอก (Spears) : สามารถโจมตีบนพื้นได้ 3 จังหวะ และกลางอากาศได้ 1 จังหวะ เมื่อใช้ท่าเฉพาะทางบนพื้นจะเป็นการพุ่งตัวเอาหอกโจมตีศัตรู หากใช้กลางอากาศจะเป็นการกระหน่ำแทง 4 จังหวะ

• ถุงมือ (Gauntlets) : สามารถโจมตีบนพื้นได้ 4 จังหวะ และโจมตีกลางอากาศได้ 3 จังหวะ หากใช้ท่าเฉพาะทางจะเป็นการชกแบบทรงพลัง สามารถทำให้ศัตรูกระเด็นออกไปได้


อาวุธเสริม

อาวุธเสริมสามารถกดใช้งานได้ด้วย 2 ปุ่ม คือ Q กับ E โดยสามารถกำหนดได้ว่าจะใช้ไอเทมชิ้นไหนที่ปุ่มไหน อาวุธเสริมจะมีจำนวนจำกัดในการใช้งาน หากกดใช้งานจนหมดแล้วจะต้องรอคูลดาวน์จนครบ จึงจะสามารถนำกลับมาใช้งานใหม่ได้อีกครั้ง

• ธนูและศร (Bows and Arrows) : ยิงลูกศรออกจากธนูอย่างรวดเร็ว เหมาะกับการใช้โจมตีศัตรูในระยะไกล

• ระเบิด (Explosives) : ขว้างระเบิดออกไปข้างหน้า สามารถโจมตีได้อย่างรุนแรง เหมาะสำหรับใช้งานในการโจมตีระยะใกล้กับระยะกลาง

• คุไน (Kunai) : สามารถปล่อยคุไนออกไปโจมตีได้ 3 ชิ้นต่อการกดใช้หนึ่งครั้ง เมื่อคุไนพลาดเป้าแต่ไปโดนกำแพง คุไนจะสะท้อนกลับไปยังทิศทางตรงกันข้ามได้อีกครั้ง

• ลูกหนาม (Caltrops) : ปล่อยลูกหนามไปวางบนพื้น เวลาศัตรูเดินมาเหยียบจะสามารถสร้างความเสียหายได้ต่อเนื่อง

• กำไลเวทมนตร์ (Mana Bracelet) : สามารถปล่อยเวทมนตร์ไฟออกมาได้หนึ่งครั้ง ใช้โจมตีได้ในระยะประชิดกับศัตรู

• ปืนคาบศิลา (Matchlocks) : ยิงกระสุนออกไปได้เป็นแนวตรง สามารถสร้างความเสียหายได้มาก เหมาะสำหรับการโจมตีในระยะไกล


ระบบสร้างและปรับแต่งอาวุธ / ระบบพัฒนาตัวละคร

การปรับแต่งอาวุธหลักและอาวุธเสริม การสร้างอาวุธ รวมไปถึงการพัฒนาตัวละคร จะมีวิธีใช้งานระบบนี้ได้เหมือน ๆ กันครับ โดยจะต้องใช้ไอเทมเฉพาะทางสำหรับการเพิ่มความสามารถ หรือการสร้าง ซึ่งในส่วนของอาวุธนั้นเราจะต้องใช้ไอเทมวัตถุดิบที่เป็นชิ้นส่วนของปิศาจครับ โดยจะมีการใช้ชิ้นส่วนตามจำนวนที่กำหนดไว้ในแต่ละขั้นของอาวุธ และเมื่อทำการปรับแต่งอาวุธแล้ว เราจะสามารถเปิดใช้งานทักษะของอาวุธได้อีกด้วย (Activation) โดยการจะเปิดใช้งานนั้นก็จะต้องมีไอเทม “ความทรงจำวิญญาณ” (Soul Memory) หรือวิญญาณสีม่วง ๆ ที่สามารถเก็บได้จากโครงกระดูกในฉากนั่นเองครับ เมื่อเปิดใช้งานอาวุธแล้ว อาวุธนั้น ๆ ที่เราใช้งานอยู่จะมีประสิทธิภาพในการต่อสู้มากขึ้น ส่วนการปลดล็อกอาวุธใหม่ ๆ มาใช้งาน ก็จะต้องหาชิ้นส่วนของอาวุธประเภทนั้น ๆ พร้อมกับค้นหาตำราการสร้างอาวุธให้เจอ จึงจะสามารถสร้างและเอาออกมาใช้งานได้ครับ

และในส่วนของการพัฒนาตัวละคร จะแบ่งออกได้เป็น 2 แบบ คือ การฝึกฝน (Train) และการพัฒนาวิชาลับ (Secret Arts) ครับ

การฝึกฝนนั้น จะเป็นการเพิ่มค่าสถานะต่าง ๆ ให้กับตัวละครครับ เช่น พลังชีวิต พลังโจมตีขั้นพื้นฐาน หรือความแรงในการโต้กลับ เป็นต้น และการพัฒนาในส่วนนี้ เราจะต้องเก็บแร่วิญญาณสีเขียวมาใช้งานครับ ซึ่งไอเทมเหล่านี้สามารถดรอปได้จากศัตรู หรือทำการเปิดหีบสมบัติก็ได้เช่นกันครับ

สำหรับในส่วนของการพัฒนาวิชาลับ จะเป็นเรื่องของระบบช่วยเหลือต่าง ๆ ในการเล่นเกมครับ เช่น การเพิ่มจำนวนสูงสุดของโพชั่นที่สามารถพกพาได้ การเริ่มต้นฉากพร้อมได้รับเงินจำนวนหนึ่ง การลดค่าความเสียหายจากการโดนหนามในฉากหรือร่วงหล่นลงหลุม เป็นต้น โดยในส่วนนี้จะต้องหาแร่วิญญาณสีส้มมาใช้งานครับ


ระบบกลืนกินวิญญาณ (Soul Devour)

ระบบนี้จะเป็นการเพิ่มค่าสถานะต่าง ๆ ให้กับตัวละครในระหว่างการเล่นเกมในฉากต่อสู้ครับ ซึ่งเราจะสามารถใช้งานระบบนี้ได้โดยการกดปุ่ม V ในตอนที่ได้รับวิญญาณสีฟ้าครบตามจำนวนที่กำหนดไว้ครับ วิญญาณสีฟ้าจะสามารถเปิดเจอได้จากหีบสมบัติ หรือไม่ก็ดรอปได้จากศัตรูที่เป็นประเภทบ้าคลั่ง (ศัตรูประเภทบ้าคลั่งจะแข็งแกร่งมากกว่าตัวปกติ และสีจะแปลก ๆ กว่าชาวบ้าน) การกดกลืนกินวิญญาณจะแบ่งออกได้ดังนี้ครับ

• Main+ คือ การเพิ่มพลังให้กับการใช้อาวุธหลัก จะต้องใช้วิญญาณสีฟ้า 1 ดวง
• Sub+ คือ การเพิ่มพลังให้กับการใช้อาวุธเสริม จะต้องใช้วิญญาณสีฟ้า 2 ดวง
• Health+ คือ การเพิ่มพลังชีวิตสูงสุดให้มากขึ้น (และสามารถฟื้นฟูพลังชีวิตได้จำนวนหนึ่ง) จะต้องใช้วิญญาณสีฟ้า 3 ดวง
• Potion+1 คือ ทำให้ได้รับโพชั่น 1 ชิ้น จะต้องใช้วิญญาณสีฟ้า 4 ดวง

หากผู้เล่นทำการเก็บวิญญาณสีฟ้าดวงที่ห้าขึ้นไป จะทำให้ได้รับ “ความทรงจำวิญญาณ” มาแทน 1 ชิ้น และวิญญาณสีฟ้าจะไปเริ่มต้นที่หนึ่งใหม่อีกครั้งครับ ระบบนี้สำคัญต่อการต่อสู้ผ่านด่านเป็นอย่างมาก หากยังไม่มีอาวุธที่แข็งแกร่งหรือสถานะของตัวละครที่สูงพอ การกลืนกินวิญญาณก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างมากทีเดียวครับ และถ้าหากผู้เล่นตายหรือเดินทางกลับฐาน ค่าพลังเสริมของการกลืนกินวิญญาณจะถูกรีเซ็ตใหม่หมดอีกครั้งครับ


ระบบร่างอสูร (Demonization)

ร่างอสูรจะสามารถเกิดขึ้นได้จากการโจมตีศัตรูอย่างต่อเนื่องครับ โดยเมื่อตัวละครอยู่ในร่างนี้จะทำให้พลังโจมตีสูงขึ้น และทำให้การเคลื่อนไหวรวดเร็วขึ้น ร่างอสูรจะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 ขั้น ในแต่ละขั้นก็จะเพิ่มพลังมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามลำดับครับ แต่ร่างอสูรจะหายไปก็เมื่อตัวละครของเราโดนศัตรูโจมตีใส่และได้รับความเสียหาย หรือหากปล่อยตัวละครทิ้งไว้ในระยะหนึ่งโดยไม่ต่อสู้กับศัตรู ร่างนี้ก็จะค่อย ๆ หายไปครับ เช่น หากตัวละครอยู่ในร่างอสูรขั้น 3 แล้ว แต่เราปล่อยตัวละครยืนนิ่งเฉย ๆ ไว้สักระยะ ร่างอสูรก็จะลดระดับไปยังขั้น 2 และหากยังปล่อยทิ้งไว้แบบนั้นอีก ก็จะลดระดับลงไปเรื่อย ๆ จนไปถึงร่างปกติครับ


โดยรวมแล้ว เกม GetsuFumaDen: Undying Moon เป็นเกมที่สนุกและคุ้มค่ากับราคาที่ซื้อมาเล่นเลยล่ะครับ แต่ว่าตัวเกมนั้นไม่ได้ง่าย ๆ เหมือนอย่างที่คิดไว้ เกมจะมีความยากตั้งแต่การเล่นในระดับปกติเลย ซึ่งนั่นถือเป็นความท้าทายของผู้ที่ชื่นชอบเล่นเกมแนว Roguevania เป็นอย่างมาก การจะต่อสู้ให้ชนะจะต้องรู้จักใช้เทคนิคต่าง ๆ ของตัวเกมให้เกิดประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการบังคับตัวละคร การตัดสินใจเพิ่มค่าสถานะ การเลือกอาวุธใช้งานให้เหมาะสมในแต่ละสถานการณ์ ซึ่งการตัดสินใจต่าง ๆ รวมถึงการวางแผนให้เป็นระบบ จะสามารถช่วยทำให้การเล่นเกมนี้ง่ายขึ้นครับ หากใครสนใจซื้อมาลองเล่นก็สามารถเข้าไปซื้อได้ที่ Steam ในราคา 662 บาท ครับ

สำหรับข้อมูลเพิ่มสามารถติดตามได้ที่: เว็บไซต์ทางการของเกม และเข้าร่วมคอมมิวนิตี้ผู้เล่นได้ที่ DiscordYouTubeFacebook หรือ Twitter

https://store.steampowered.com/widget/1323470/
Back to top button